10 คาเฟ่และเบเกอรี่สไตล์อาร์ทิซาน ย่านเจริญกรุง-ตลาดน้อย ยอดนิยมปี 2569 ปักหมุดมุมถ่ายรูปคลาสสิกริมย่านเมืองเก่า
อัปเดต 10 คาเฟ่และโรงอบเบเกอรี่คราฟต์ย่านเจริญกรุง-ตลาดน้อยปี 2569 สัมผัสขนมอบสูตรประณีต เคล้ากลิ่นอายสถาปัตยกรรมคลาสสิกของย่านชุมชนเมืองเก่าริมแม่น้ำเจ้าพระยา

ย่านเจริญกรุงและตลาดน้อยยังคงยืนหยัดเป็นหมุดหมายอันดับต้นๆ ของนักเดินทางสายไลฟ์สไตล์และคอกาแฟจากทั่วทุกมุมโลก โดยเฉพาะในปี 2569 ที่เสน่ห์ของชุมชนพาณิชย์เก่าแก่แห่งแรกของพระนครได้รับการยกย่องในระดับสากล การผสมผสานระหว่างสถาปัตยกรรมตึกแถวโบราณ โกดังอะไหล่เซียงกง และวิถีชีวิตดั้งเดิม ได้กลายมาเป็นฉากหลังสุดคลาสสิกที่ขับเน้นให้วัฒนธรรมคาเฟ่ร่วมสมัยเติบโตอย่างน่าจับตามอง หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนย่านนี้ในปัจจุบันไม่ใช่เพียงแค่การเป็นจุดถ่ายรูปริมกำแพงสตรีทอาร์ต แต่คือการเกิดขึ้นของเหล่าโรงอบเบเกอรี่สไตล์อาร์ทิซาน (Artisan Bakery) และคาเฟ่สเปเชียลตีที่ให้ความสำคัญกับงานฝีมือ กระบวนการหมักขนมปังตามธรรมชาติ วัตถุดิบชั้นเลิศ ตลอดจนการสกัดเครื่องดื่มที่พิถีพิถัน บรรดาผู้ประกอบการรุ่นใหม่ต่างร่วมมือกันคืนชีวิตให้โครงสร้างตึกเก่ากว่าร้อยปีโดยไม่ทำลายโครงสร้างเดิม เกิดเป็นพื้นที่รื่นรมย์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวไม่เหมือนย่านใดในกรุงเทพฯ บทความนี้ MachidaRank ได้คัดสรร 10 คาเฟ่และเบเกอรี่สไตล์อาร์ทิซานที่ดีในย่านเจริญกรุง-ตลาดน้อยประจำปี 2569 พร้อมเจาะลึกทั้งเรื่องราวเบื้องหลัง ความโดดเด่นของเมนูอบสดใหม่ มุมถ่ายภาพที่สะท้อนเสน่ห์วันวาน และข้อมูลการใช้งานจริง เพื่อเป็นคู่มือฉบับสมบูรณ์สำหรับผู้ที่หลงใหลในกลิ่นแป้งอบ กาแฟรสเลิศ และความทรงจำอันมีชีวิตชีวาของย่านเมืองเก่า
คัดเลือกอย่างไร
บทความนี้คัดเลือกรายการแบบ Curated โดยพิจารณาจาก (1) เอกลักษณ์และความเชี่ยวชาญด้านเบเกอรี่สไตล์อาร์ทิซานหรือการชงเครื่องดื่มแบบคราฟต์ (2) คุณค่าทางสถาปัตยกรรมและบรรยากาศตึกเก่าคลาสสิกริมย่านเจริญกรุง-ตลาดน้อย (3) ความนิยมและกระแสตอบรับเชิงบวกจากนักท่องเที่ยวและผู้บริโภคจริงในปี 2568–2569 โดยไม่ได้จัดอันดับว่าร้านใดดีกว่าร้านใด แต่เรียงลำดับเพื่อความหลากหลายในการเดินทางตามเส้นทาง
ทั้ง 10 รายการ
Sarnies Sourdough
โรงอบซาวโดวจ์และคาเฟ่คราฟต์ในตึกแถวโบราณ
ผู้เชี่ยวชาญซาวโดวจ์250-500 บาท

Sarnies Sourdough ถือกำเนิดขึ้นจากการต่อยอดความหลงใหลในศิลปะการหมักขนมปังของทีมงานเครือ Sarnies Bangkok ที่สร้างชื่อเสียงอย่างยาวนานในย่านเจริญกรุง โดยในสาขานี้ได้เลือกแปลงโฉมตึกแถวโบราณในซอยเจริญกรุง 44 ให้กลายเป็นโรงอบขนมปังอาร์ทิซานเต็มรูปแบบ การออกแบบภายในร้านยังคงรักษาโครงสร้างผนังปูนเปลือยและพื้นผิวอิฐเก่าเอาไว้ พร้อมโชว์เคาน์เตอร์อบขนมปังที่ส่งกลิ่นหอมอบอวลตลอดทั้งวัน
ความโดดเด่นของที่นี่คือการใช้ยีสต์ธรรมชาติและกระบวนการหมักแบบช้า (Slow Fermentation) เพื่อให้ได้ขนมปังซาวโดวจ์ที่มีเปลือกนอกกรอบกรุบแต่เนื้อในเหนียวนุ่ม มีโพรงอากาศที่สวยงาม และรสชาติเปรี้ยวละมุนปลายลิ้นอันเป็นเอกลักษณ์ ซาวโดวจ์ของร้านถูกนำมารังสรรค์เป็นเมนูหลากหลาย ตั้งแต่แซนด์วิชหน้าเปิด พิซซ่าสไตล์คราฟต์แป้งหนานุ่ม ไปจนถึงโทสต์หน้าคาวหวานที่จับคู่วัตถุดิบชั้นเลิศได้อย่างลงตัว
สำหรับผู้ที่ชื่นชอบเบเกอรี่สไตล์ยุโรป ร้านยังมีเพสตรีและขนมอบสดใหม่ที่สลับหมุนเวียนในแต่ละวัน พื้นที่ร้านเหมาะแก่การนั่งรับประทานมื้อสายอย่างสบายอารมณ์ ควบคู่ไปกับการสั่งกาแฟคุณภาพดี เป็นจุดเช็กอินที่สะท้อนวิถีชีวิตคนเมืองที่ให้คุณค่ากับอาหารที่ทำด้วยมืออย่างแท้จริง
- พิกัดทำเล
- เจริญกรุง 44
- ประเภทขนมเด่น
- ขนมปังซาวโดวจ์หมักธรรมชาติ
ข้อมูลใช้งานจริง
- ค่าใช้จ่ายเฉลี่ย
- ประมาณ 200+ บาท/ท่าน
- ขนมปังซาวโดวจ์หมักด้วยยีสต์ธรรมชาติ ใช้เทคนิคดั้งเดิม
- เมนูพิซซ่าแป้งซาวโดวจ์และแซนด์วิชหน้าเปิดรสชาติเข้มข้น
- บรรยากาศตึกเก่าที่อนุรักษ์โครงสร้างเดิมได้อย่างมีรสนิยม
จุดเด่น
- เนื้อสัมผัสขนมปังมีเอกลักษณ์ระดับแนวหน้าของกรุงเทพฯ
- เมนูอาหารคาวและขนมอบมีความหลากหลาย สั่งทานเป็นมื้อหลักได้
ข้อควรรู้
- ซอยทางเข้าค่อนข้างแคบ ไม่มีที่จอดรถส่วนตัวของร้าน
- ช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์มักมีลูกค้าหนาแน่น อาจต้องรอคิวในช่วงเวลาสาย
เหมาะกับใคร
เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบขนมปังหมักธรรมชาติแบบดั้งเดิม และมองหามื้อสายคุณภาพเยี่ยมในบรรยากาศคลาสสิก
965bkk
คัลเจอรัลคอมเพล็กซ์และคาเฟ่ในโกดังจีนโบราณ
สถาปัตยกรรมมรดก 200 ปี180-350 บาท

965bkk เป็นคัลเจอรัลคอมเพล็กซ์และคาเฟ่ที่สร้างกระแสฮือฮาให้กับย่านตลาดน้อยนับตั้งแต่เปิดให้บริการ ตัวโครงการดัดแปลงมาจากโกดังพาณิชย์ของพ่อค้าชาวจีนโบราณที่มีอายุยืนยาวกว่าสองศตวรรษ ตั้งอยู่ริมถนนวานิช 2 สถาปัตยกรรมโดดเด่นด้วยการอนุรักษ์แนวกำแพงอิฐมอญโบราณ ช่องซุ้มประตูโค้งทรงเรขาคณิต และการจัดวางคอร์ตยาร์ดกลางแจ้งที่เปิดรับแสงธรรมชาติอย่างตระการตา
พื้นที่แห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงคาเฟ่ทั่วไป แต่ยังทำหน้าที่เป็นพื้นที่ทางวัฒนธรรมที่เชื่อมโยงอดีตเข้ากับวิถีชีวิตคนรุ่นใหม่ การตกแต่งผสานความดิบของโครงสร้างอาคารเก่าเข้ากับสวนพรรณไม้ทรอปิคอลสีเขียวครึ้ม ก่อให้เกิดมุมมองทางสถาปัตยกรรมที่ถ่ายทอดความสงบและความสง่างามในทุกมุมมอง จนกลายเป็นหมุดหมายถ่ายภาพที่นักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติต้องแวะเยือน
ด้านเครื่องดื่มและขนมหวาน ร้านเน้นเมนูที่สดชื่นและมีดีไซน์สร้างสรรค์ เสิร์ฟคู่กับเบเกอรี่อบใหม่ที่มีรสสัมผัสละเอียดอ่อน เพื่อความสงบและความเป็นส่วนตัวของลูกค้า ทางร้านจึงมีระบบการดูแลพื้นที่อย่างเป็นระเบียบ ทำให้บรรยากาศโดยรวมคงความสุขุมและรื่นรมย์ เหมาะแก่การหลบหนีความวุ่นวายของเมืองหลวง
- พิกัดทำเล
- ถนนวานิช 2 ตลาดน้อย
- สไตล์การตกแต่ง
- โกดังจีนโบราณ 200 ปีผสมคอร์ตยาร์ด
- รีโนเวตจากโกดังจีนโบราณอายุมากกว่า 200 ปี
- คอร์ตยาร์ดกลางแจ้งและซุ้มประตูอิฐมอญคลาสสิก
- พื้นที่จัดแสดงศิลปะและวัฒนธรรมร่วมสมัย
จุดเด่น
- มุมสถาปัตยกรรมถ่ายรูปสวยงาม แปลกตา และทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์
- บรรยากาศโปร่งสบายด้วยพื้นที่คอร์ตยาร์ดรับแสงธรรมชาติ
ข้อควรรู้
- มีข้อกำหนดต้องสั่งเครื่องดื่มก่อนเข้าชมพื้นที่สวน
- ไม่อนุญาตให้ใช้ขาตั้งกล้องเพื่อรักษาความสะดวกสบายของผู้ใช้บริการท่านอื่น
เหมาะกับใคร
เหมาะสำหรับผู้ที่หลงใหลงานสถาปัตยกรรมโบราณ สายถ่ายภาพสไตล์คลาสสิก และผู้ที่ต้องการเสพพื้นที่เชิงวัฒนธรรม
Mornii Bakery
ขนมอบสไตล์อาร์เจนตินา-สเปนในอาคารประวัติศาสตร์
เบเกอรี่ละตินคราฟต์150-300 บาท

Mornii Bakery ตั้งอยู่บริเวณชั้น 1 ของโครงการ The Corner House (ตึกชัยพัฒนสิน) อาคารประวัติศาสตร์หัวมุมถนนที่ได้รับการฟื้นฟูให้มีชีวิตชีวา คาเฟ่เบเกอรี่แห่งนี้โดดเด่นด้วยคอนเซ็ปต์การหลอมรวมวัฒนธรรมขนมอบจากอาร์เจนตินา สเปน และไทยเข้าไว้ด้วยกันอย่างกลมกลืน ผ่านเทคนิคการนวดแป้งและอบขนมด้วยมืออย่างประณีตในทุกขั้นตอน
จุดดึงดูดสำคัญของ Mornii Bakery คือขนมอบตระกูล Handcrafted Alfis ซึ่งเป็นขนมคุกกี้สไตล์อาร์เจนตินา สอดไส้คาราเมลเข้มข้นสูตรดั้งเดิมอย่าง Dulce de Leche ที่มีความหอมหวานมันเป็นเอกลักษณ์ นอกจากนี้ยังมีขนมอบซิกเนเจอร์อย่าง Crioches และ Morniis ขนมแป้งกรอบนอกนุ่มในที่อบสดใหม่วันต่อวัน กลิ่นเนยสดแท้ลอยฟุ้งไปทั่วบริเวณโถงตึกเก่า
การตกแต่งร้านชวนให้นึกถึงบรรยากาศคาเฟ่ในแถบละตินยุโรป ผสานเข้ากับโครงสร้างเสาคอนกรีตและหน้าต่างโค้งของตึกชัยพัฒนสิน เป็นจุดแวะพักผ่อนที่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการนั่งจิบเครื่องดื่มคู่กับขนมอบที่หาทานได้ยากในประเทศไทย ทั้งยังสามารถเดินชมนิทรรศการศิลปะภายในตัวอาคารได้อีกด้วย
- พิกัดทำเล
- ชั้น 1 The Corner House (ตึกชัยพัฒนสิน)
- ประเภทขนมเด่น
- Alfis สอดไส้ Dulce de Leche
ข้อมูลใช้งานจริง
- เวลาเปิด-ปิด
- 08.00–19.00 น. (ปิดวันจันทร์)
- ขนมอบสไตล์อาร์เจนตินาและสเปนทำมือแท้
- ไส้ Dulce de Leche รสชาติหวานมันลุ่มลึกสูตรเฉพาะ
- ตั้งอยู่ในอาคารประวัติศาสตร์ The Corner House อันทรงคุณค่า
จุดเด่น
- เมนูขนมอบแปลกใหม่และหาทานยากในแถบกรุงเทพฯ
- สามารถเดินชมนิทรรศการศิลปะและร้านค้าไลฟ์สไตล์ในตึกเดียวกันได้
ข้อควรรู้
- ปิดให้บริการทุกวันจันทร์
- ที่นั่งภายในโซนร้านมีจำนวนจำกัดในช่วงเวลาเร่งด่วน
เหมาะกับใคร
เหมาะสำหรับสายเบเกอรี่ที่ต้องการเปิดประสบการณ์รสชาติขนมอบแถบละตินในบรรยากาศตึกเก่าสุดคลาสสิก
Honeymoonbox
โรงอบเบเกอรี่ลับกับเมนูพานาโทเนและครัวซองต์เนยฝรั่งเศส
โรงอบเบเกอรี่เนย A.O.P.100-350 บาท

Honeymoonbox ซ่อนตัวอยู่ในซอยเจริญกรุง 57 เป็นร้านเบเกอรี่อาร์ทิซานลับที่คอขนมปังระดับลึกคุ้นเคยเป็นอย่างดี เพราะเดิมทีที่นี่คือโรงงานผลิตขนมอบชั้นสูงที่อยู่เบื้องหลังความอร่อยของคาเฟ่ชั้นนำกว่า 30 แห่งในกรุงเทพฯ ก่อนจะตัดสินใจเปิดหน้าร้านของตัวเองเพื่อให้ผู้บริโภคได้ลิ้มรสขนมที่สดใหม่ส่งตรงจากเตาอบในราคาที่เป็นมิตร
ความเชี่ยวชาญของ Honeymoonbox คือการคัดสรรวัตถุดิบระดับพรีเมียม โดยเฉพาะเนยนำเข้าแท้ที่ได้รับมาตรฐานการรับรองแหล่งกำเนิด A.O.P. จากประเทศฝรั่งเศส เมนูที่เป็นดั่งยอดมงกุฎของร้านคือ พานาโทเน (Panettone) ขนมปังเทศกาลสไตล์อิตาลีที่ต้องอาศัยการเพาะเลี้ยงเชื้อยีสต์ธรรมชาติและการหมักยาวนานถึง 3 วัน ส่งผลให้มีเนื้อสัมผัสนุ่มเบาดุจสายไหมและมีกลิ่นผลไม้หมักที่ซับซ้อน
นอกจากพานาโทเนที่ผลิตได้จำกัดเพียงสัปดาห์ละไม่กี่สิบชิ้นแล้ว ครัวซองต์เนยฝรั่งเศสของที่นี่ยังขึ้นชื่อเรื่องความกรอบนอกนุ่มใน ชั้นแป้งเรียงตัวเป็นโพรงรังผึ้งที่สวยงาม ตัวร้านมีขนาดกะทัดรัดและให้บรรยากาศเหมือนแวะมาเยี่ยมสตูดิโอทำขนมของเพื่อนสนิท จึงเป็นหมุดหมายที่คุ้มค่าแก่การดั้นด้นมาเยือน
- พิกัดทำเล
- เจริญกรุง 57
- ประเภทขนมเด่น
- พานาโทเนหมัก 3 วัน และครัวซองต์เนย A.O.P.
- ใช้เนยพรีเมียมมาตรฐาน A.O.P. นำเข้าจากฝรั่งเศส
- พานาโทเนคราฟต์ใช้เวลาหมักธรรมชาตินานถึง 3 วัน
- เบื้องหลังผู้ผลิตส่งเบเกอรี่ให้คาเฟ่ชั้นนำกว่า 30 แบรนด์
จุดเด่น
- คุณภาพเนยและวัตถุดิบอยู่ในเกรดไฮเอนด์เทียบเท่าโรงแรมห้าดาว
- ราคาครัวซองต์เริ่มต้นจับต้องได้ง่ายเมื่อเทียบกับคุณภาพ
ข้อควรรู้
- พานาโทเนผลิตได้จำกัดราว 30 ชิ้นต่อสัปดาห์ แนะนำให้สอบถามล่วงหน้า
- พื้นที่หน้าร้านค่อนข้างเล็ก เน้นซื้อกลับบ้านมากกว่านั่งทำงาน
เหมาะกับใคร
เหมาะสำหรับผู้ที่หลงใหลในศาสตร์ของเพสตรีเนยแท้ และต้องการลิ้มรสพานาโทเนทำมือสูตรพิถีพิถัน
Hong Sieng Kong
เมกะคาเฟ่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาในหมู่อาคารจีนโบราณ
วิวริมน้ำเจ้าพระยา200-400 บาท

Hong Sieng Kong (ฮงเซียงกง) ตั้งอยู่บนถนนวานิช 2 ในตลาดน้อย เป็นเมกะคาเฟ่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่ผสานมนต์สะกดของกาลเวลากับงานศิลปะอย่างลงตัว พื้นที่แห่งนี้ประกอบด้วยหมู่อาคารพาณิชย์จีนโบราณหลายหลังที่มีอายุเกือบ 200 ปี ซึ่งเจ้าของได้ทุ่มเทบูรณะโครงสร้างไม้และกำแพงปูนโบราณไว้อย่างสมบูรณ์แบบ พร้อมจัดแสดงโบราณวัตถุและงานประติมากรรมล้ำค่าจำนวนมาก
จุดเด่นอันเป็นเอกลักษณ์ของร้านคือลานกลางแจ้งริมแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งมีรากไม้ของต้นไทรโบราณแผ่ปกคลุมแนวกำแพงอิฐแดงเก่า เกิดเป็นทัศนียภาพที่งดงามราวกับภาพวาดประวัติศาสตร์ ลูกค้าสามารถนั่งจิบกาแฟสดและเครื่องดื่มซิกเนเจอร์พร้อมรับลมแม่น้ำเย็นสบาย มองเห็นเรือสัญจรไปมาอย่างเพลิดเพลิน
ในส่วนของเมนูเบเกอรี่ ฮงเซียงกงเสิร์ฟเค้กและขนมอบสไตล์โฮมเมดที่ออกแบบให้เข้ากับบรรยากาศ เช่น ทาร์ตผลไม้สด เค้กส้ม และเพสตรีเนื้อนุ่ม นอกจากนี้ยังมีดนตรีสดขับกล่อมในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ ทำให้ที่นี่กลายเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมของครอบครัวและนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก
- พิกัดทำเล
- ถนนวานิช 2 ริมแม่น้ำเจ้าพระยา
- สไตล์การตกแต่ง
- หมู่อาคารมรดกจีนโบราณริมน้ำ
- ที่ตั้งติดริมแม่น้ำเจ้าพระยาพร้อมลานรับลมธรรมชาติ
- สถาปัตยกรรมอาคารจีนโบราณอายุกว่า 200 ปีและรากไม้ปกคลุมกำแพง
- ของสะสมโบราณและงานประติมากรรมจัดแสดงทั่วบริเวณ
จุดเด่น
- ทัศนียภาพริมแม่น้ำเจ้าพระยากว้างขวาง โล่งสบาย
- มีมุมถ่ายภาพประวัติศาสตร์และศิลปะมากมายในพื้นที่เดียว
ข้อควรรู้
- ในวันหยุดเสาร์-อาทิตย์มีผู้ใช้บริการจำนวนมาก ที่นั่งริมน้ำมักเต็มเร็ว
- พื้นที่กว้างขวางอาจต้องใช้เวลาเดินเลือกหาที่นั่ง
เหมาะกับใคร
เหมาะสำหรับครอบครัว กลุ่มเพื่อน และผู้ที่ต้องการพักผ่อนริมสายน้ำท่ามกลางบรรยากาศงานศิลป์และตึกโบราณ
Mother Roaster
สโลว์บาร์กาแฟดริปบนชั้นสองของโรงกลึงเชียงกงเก่า
สโลว์บาร์ระดับตำนาน120-250 บาท

Mother Roaster เป็นหนึ่งในคาเฟ่ระดับตำนานที่นิยามความเป็นตลาดน้อยได้อย่างชัดเจนที่สุด ตั้งอยู่บนชั้น 2 ของโรงกลึงและโกดังเก็บอะไหล่เครื่องยนต์เชียงกงเก่า การเดินทางขึ้นสู่ร้านต้องเดินผ่านกองเศษเหล็กฟันเฟืองและคราบน้ำมันเครื่องชั้นล่าง ก่อนจะก้าวขึ้นบันไดไม้โบราณสู่สเปซคาเฟ่อบอุ่นที่อบอวลไปด้วยกลิ่นเมล็ดกาแฟคั่ว
เสน่ห์ของที่นี่ก่อร่างขึ้นจากฝีมือและความหลงใหลของ 'ป้าพิม' บาริสตาอาวุโสผู้เปี่ยมพลังและเข้าใจศาสตร์แห่งการชงกาแฟอย่างลึกซึ้ง เมนูของร้านเน้นกาแฟ Slow Bar ที่มีเมล็ดพันธุ์ให้เลือกมากมาย ทั้งเมล็ดไทยคุณภาพจากยอดดอยและเมล็ดนำเข้าจากแหล่งปลูกชั้นนำทั่วโลก โดยมีเครื่องดริปและอุปกรณ์สกัดกาแฟแบบแมนนวลให้สัมผัสรสชาติอันแท้จริง
นอกจากกาแฟรสเลิศแล้ว ทางร้านยังมีขนมอบสไตล์โฮมเมดที่ทำสดใหม่ในปริมาณจำกัด เช่น สโคน บราวนี่ และเค้กกล้วยหอม ที่เข้ากันได้ดีกับกาแฟดริปร้อน บรรยากาศภายในร้านตกแต่งด้วยงานไม้เก่าและของใช้ย้อนยุค พร้อมหน้าต่างเปิดรับลมที่มองเห็นหลังคาสังกะสีของชุมชนตลาดน้อย สะท้อนวิถีชีวิตดั้งเดิมที่ไม่เคยเลือนหาย
- สไตล์การตกแต่ง
- คาเฟ่ไม้ชั้นบนโรงกลึงอะไหล่เชียงกง
- เอกลักษณ์บันไดทางเข้าผ่านโกดังเชียงกงและอะไหล่เครื่องยนต์
- บาริสตาอาวุโสผู้เชี่ยวชาญการสกัดกาแฟ Slow Bar
- มีเมล็ดกาแฟ Single Origin ให้เลือกสรรหลากหลายสายพันธุ์
จุดเด่น
- รสชาติกาแฟดริปมีความละเมียดละไมและเลือกเมล็ดได้ตามชอบ
- บรรยากาศมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ไม่สามารถลอกเลียนแบบได้
ข้อควรรู้
- ทางเข้ามีความดิบของโรงกลึงอะไหล่เก่า อาจไม่สะดวกสำหรับผู้มีปัญหาการเดินขึ้นบันไดชัน
- ใช้การชงแบบแมนนวลเป็นหลัก ในชั่วโมงเร่งด่วนอาจใช้เวลารอเครื่องดื่มนาน
เหมาะกับใคร
เหมาะสำหรับคอกาแฟสายสเปเชียลตีที่ชื่นชอบการดื่มด่ำกาแฟดริปและการสัมผัสเสน่ห์วิถีชุมชนท้องถิ่น
La Cabra Coffee Roasters Bangkok
โรงคั่วกาแฟสเปเชียลตีจากเดนมาร์กกับเบเกอรี่นอร์ดิก
กาแฟและขนมอบนอร์ดิก200-400 บาท

La Cabra Coffee Roasters เป็นแบรนด์โรงคั่วกาแฟสเปเชียลตีระดับโลกจากเมืองออร์ฮูส ประเทศเดนมาร์ก ที่เลือกปักหมุดเปิดสาขาแห่งแรกในเอเชียบนรอยต่อของย่านเจริญกรุงและตลาดน้อย การนำแนวคิดการออกแบบสไตล์นอร์ดิกมินิมอล (Nordic Minimal) มาผสานเข้ากับตึกแถวโบราณของไทย ก่อให้เกิดความกลมกลืนทางสถาปัตยกรรมที่ดูเรียบหรู โปร่งโล่ง และสงบงาม
ปรัชญาของ La Cabra ให้ความสำคัญกับกาแฟสไตล์คั่วอ่อน (Light Roast) เพื่อรักษารสชาติดั้งเดิมและเอกลักษณ์ของแหล่งเพาะปลูก (Terroir) เอาไว้อย่างบริสุทธิ์ที่สุด กาแฟทุกแก้วจะเผยกลิ่นดอกไม้และผลไม้ที่สดชื่น มีความเปรี้ยวหวานเป็นธรรมชาติ ซึ่งได้รับการควบคุมมาตรฐานการชงอย่างเข้มงวด
ในฝั่งของเบเกอรี่ ทางร้านนำเสนอขนมอบสไตล์เดนมาร์กและสแกนดิเนเวียแท้ๆ โดยเฉพาะ คาร์ดามอมบัน (Cardamom Bun) ที่นวดแป้งผสมเครื่องเทศกระวานอย่างพิถีพิถัน อบจนด้านนอกกรอบคาราเมลและเนื้อในนุ่มฉ่ำเนย รวมถึงครัวซองต์เนยสดที่อบใหม่ทุกวัน เป็นจุดนัดพบที่ให้ความรู้สึกผ่อนคลายท่ามกลางจังหวะที่เรียบง่ายของชีวิต
- พิกัดทำเล
- เจริญกรุง (ใกล้ตลาดน้อย)
- สไตล์การตกแต่ง
- นอร์ดิกมินิมอลผสานโครงสร้างตึกแถวย้อนยุค
- แบรนด์โรงคั่วระดับโลกจากประเทศเดนมาร์ก สาขาแรกในเอเชีย
- กาแฟสไตล์นอร์ดิกคั่วอ่อน รสชาติสะอาดสะท้อนแหล่งกำเนิด
- Cardamom Bun อบสดใหม่ รสสัมผัสและกลิ่นกระวานหอมละมุน
จุดเด่น
- มาตรฐานการชงและคุณภาพสารกาแฟระดับเวิลด์คลาส
- เบเกอรี่ Cardamom Bun มีรสสัมผัสโดดเด่นไม่ซ้ำใครในไทย
ข้อควรรู้
- สไตล์กาแฟคั่วอ่อนเน้นบอดี้เบาและฟรุตตี้ อาจไม่ตอบโจทย์ผู้ที่ชอบกาแฟคั่วเข้มขม
- ราคาต่อหน่วยค่อนข้างสูงตามมาตรฐานแบรนด์ระดับสากล
เหมาะกับใคร
เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบกาแฟรสสว่างสดชื่น และต้องการลิ้มลองขนมอบสไตล์สแกนดิเนเวียในบรรยากาศมินิมอล
Citizen Tea Canteen of Nowhere
คราฟต์ทีเฮาส์และโชว์รูมงานดีไซน์ไทยประยุกต์
คราฟต์ชาไทยร่วมสมัย120-280 บาท

Citizen Tea Canteen of Nowhere ตั้งอยู่ใจกลางซอยวานิช 2 ตลาดน้อย เป็นคราฟต์ทีเฮาส์ที่ปฏิวัติภาพจำของชาไทยไปสู่งานศิลปะระดับอาร์ทิซาน ตัวร้านได้รับการออกแบบอย่างโดดเด่นด้วยการใช้โทนสีส้มอิฐสดใส ตัดกับลวดลายกราฟิกร่วมสมัยและโครงสร้างตึกเก่า ทั้งยังเป็นโชว์รูมจัดแสดงผลงานหัตถกรรมสิ่งทอและงานฝีมือของศิลปินท้องถิ่นไทย
ความพิเศษของที่นี่คือการนำใบชาคัดสรรจากแหล่งปลูกธรรมชาติทั่วประเทศไทย ทั้งจากดอยสูงภาคเหนือจนถึงไร่ชาภาคใต้ นำมาเบลนด์และสกัดด้วยวิธีการเฉพาะทาง เช่น การดริปชาด้วยกากาแฟหรือการใช้เครื่องไซฟอน (Syphon) เพื่อดึงมิติความหอมและบอดี้ของชาออกมาอย่างเต็มที่ ลูกค้าสามารถเลือกระดับความเข้มข้นและความหวานได้อย่างละเอียด
เพื่อเติมเต็มประสบการณ์การดื่มชา ร้านได้สร้างสรรค์ขนมและของว่างไทยร่วมสมัย เช่น ขนมปังปิ้งเนยน้ำตาลสังขยาทำมือ ขนมเปี๊ยะสด และเพสตรีฟิวชันที่ใช้วัตถุดิบท้องถิ่น บรรยากาศภายในร้านเต็มไปด้วยพลังความคิดสร้างสรรค์และเป็นมุมถ่ายรูปที่มีคู่สีตัดกันอย่างมีเอกลักษณ์
- พิกัดทำเล
- ถนนวานิช 2 ตลาดน้อย
- สไตล์การตกแต่ง
- คราฟต์ทีเฮาส์ร่วมสมัยสีส้มสดใส
ข้อมูลใช้งานจริง
- ค่าใช้จ่ายเฉลี่ย
- ประมาณเริ่มต้น 120 บาท/แก้ว
- คราฟต์ทีเฮาส์ที่สกัดชาไทยด้วยเทคนิคไซฟอนและดริป
- เบลนด์ใบชาแท้จากแหล่งปลูกธรรมชาติทั่วประเทศไทย
- พื้นที่จัดแสดงงานหัตถกรรมสิ่งทอและงานดีไซน์ร่วมสมัย
จุดเด่น
- เปิดมิติใหม่ของการลิ้มรสชาไทยคุณภาพสูงโดยไม่แต่งกลิ่นสังเคราะห์
- ดีไซน์ร้านจัดจ้าน ถ่ายภาพพอร์ตเทรตสวยงามทุกมุม
ข้อควรรู้
- ไม่มีเมนูกาแฟ ให้บริการเฉพาะเครื่องดื่มตระกูลชาและของหวาน
- พื้นที่ร้านเป็นอาคารพาณิชย์ขนาดกะทัดรัด รองรับกลุ่มใหญ่ได้จำกัด
เหมาะกับใคร
เหมาะสำหรับผู้ที่หลงใหลในวัฒนธรรมการดื่มชา ศิลปะงานคราฟต์ และการถ่ายภาพในสเปซดีไซน์ร่วมสมัย
The Summer Coffee Company – Talat Noi
สาขาตลาดน้อยของโรงคั่วชื่อดังพร้อมไลน์เพสตรีอบสด
โรงคั่วกาแฟและครัฟฟิน140-300 บาท

The Summer Coffee Company แบรนด์โรงคั่วกาแฟชื่อดังที่มีจุดเริ่มต้นจากเมืองมรดกโลกอย่างพระนครศรีอยุธยา ได้นำความเชี่ยวชาญด้านกาแฟและเบเกอรี่มาสู่ย่านเมืองเก่าตลาดน้อย โดยเลือกตั้งอยู่ในอาคารเก่าแก่อนุรักษ์ที่ผ่านการรีโนเวตอย่างประณีต ตัวร้านผสมผสานเสน่ห์ความคลาสสิกของผนังปูนเปลือยและงานไม้เดิม เข้ากับความสดใสและความทันสมัยของแบรนด์ได้อย่างมีชีวิตชีวา
จุดแข็งของร้านคือการมีเมล็ดกาแฟเบลนด์พิเศษให้เลือกชิมอย่างหลากหลาย ตั้งแต่โทนช็อกโกแลตนัตตี้ไปจนถึงโทนผลไม้ดอกไม้สดชื่น บาริสตามีความเชี่ยวชาญในการแนะนำเมล็ดกาแฟที่ตรงกับรสนิยมของแต่ละบุคคล และยังมีเครื่องดื่มสร้างสรรค์ที่นำกลิ่นอายฤดูร้อนมาผสมผสานได้อย่างลงตัว
ในฝั่งของเบเกอรี่ ทางร้านมีไลน์ขนมอบสไตล์อาร์ทิซานที่อบสดใหม่ส่งตรงจากเตา ไม่ว่าจะเป็น ครัฟฟิน (Cruffin) หลากรสชาติ ครัวซองต์เนยฉ่ำกรอบ และเค้กเนื้อเนียนนุ่ม บรรยากาศภายในร้านมีแสงธรรมชาติส่องเข้ามาอย่างทั่วถึง เหมาะสำหรับการนั่งทำงาน พักผ่อน หรือพบปะพูดคุยในบรรยากาศที่เป็นกันเอง
- พิกัดทำเล
- ตลาดน้อย
- สไตล์การตกแต่ง
- วินเทจโมเดิร์นในตึกเก่าอนุรักษ์
- สาขาของโรงคั่วกาแฟชื่อดังจากพระนครศรีอยุธยา
- มีเมล็ดกาแฟซิกเนเจอร์หลากหลายโปรไฟล์รสชาติ
- ขนมอบครัฟฟินและเพสตรีเนยแท้อบสดใหม่ทุกวัน
จุดเด่น
- คุณภาพเมล็ดกาแฟมีมาตรฐานสูงและเสถียร เมล็ดกาแฟมีแพ็กเกจจิ้งสวยงามให้ซื้อกลับบ้าน
- เบเกอรี่จำพวกครัฟฟินมีรสชาติไส้ให้เลือกสรรหลากหลาย
ข้อควรรู้
- ที่จอดรถบริเวณใกล้เคียงหายาก แนะนำให้เดินทางด้วยขนส่งสาธารณะ
- ช่วงบ่ายของวันหยุดจะมีลูกค้าเข้ามาจับจองพื้นที่อย่างต่อเนื่อง
เหมาะกับใคร
เหมาะสำหรับคอกาแฟที่ต้องการเมล็ดกาแฟมาตรฐานสูง และสายขนมอบที่ชื่นชอบครัฟฟินเนื้อสัมผัสกรอบนุ่ม
Timo & Tintin
อาร์ตคาเฟ่หลายชั้นพร้อมพื้นที่ดาดฟ้าชมทิวทัศน์ย่านเก่า
อาร์ตคาเฟ่วิวดาดฟ้า130-280 บาท

Timo & Tintin ตั้งอยู่ในซอยวานิช 2 เป็นอาร์ตคาเฟ่และไลฟ์สไตล์แกลเลอรีสูงหลายชั้นที่ดัดแปลงมาจากตึกแถวพาณิชย์เก่าแก่ ตัวร้านสร้างเอกลักษณ์ผ่านการนำตัวละครการ์ตูนสุนัขคู่หูแสนน่ารักมาเป็นมาสคอตหลัก แทรกซึมอยู่ในงานดีไซน์ แก้วเครื่องดื่ม บรรจุภัณฑ์ และสินค้าไลฟ์สไตล์ต่างๆ จนกลายเป็นคอมมูนิตี้สุดอบอุ่นของคนรุ่นใหม่
โครงสร้างอาคารได้รับการรีโนเวตให้แต่ละชั้นมีฟังก์ชันที่แตกต่างกัน โดยชั้นล่างเปิดเป็นเคาน์เตอร์กาแฟและเบเกอรี่ ชั้นบนเป็นพื้นที่จัดแสดงนิทรรศการศิลปะหมุนเวียน และจุดไฮไลต์สำคัญคือระเบียงดาดฟ้า (Rooftop) ที่สามารถมองเห็นทิวทัศน์หลังคาตึกแถวเก่าและสถาปัตยกรรมคลาสสิกของย่านตลาดน้อยในมุมสูงได้อย่างมีเสน่ห์
ด้านขนมอบ ร้านเสิร์ฟเบเกอรี่โฮมเมดสไตล์น่ารักที่ใส่ใจในรสชาติ เช่น เลมอนเค้กเนื้อฉ่ำ คุกกี้ช็อกโกแลตชิปชิ้นหนา และโทสต์หน้าต่างๆ ที่จับคู่กับเครื่องดื่มกาแฟและม็อกเทลผลไม้สดชื่น เป็นจุดหมายปลายทางที่ผสานโลกของศิลปะ ความน่ารัก และความทรงจำของย่านเมืองเก่าเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว
- พิกัดทำเล
- ถนนวานิช 2 ตลาดน้อย
- สไตล์การตกแต่ง
- อาร์ตแกลเลอรีหลายชั้นพร้อมดาดฟ้าวิวเมืองเก่า
- ดาดฟ้าชมวิวหลังคาตึกแถวโบราณของย่านตลาดน้อย
- แกลเลอรีแสดงผลงานศิลปะและของตกแต่งไลฟ์สไตล์หมุนเวียน
- คาแรกเตอร์ดีไซน์น่ารักและบรรยากาศที่เป็นกันเอง
จุดเด่น
- มีมุมถ่ายรูปหลากหลายชั้น รวมถึงวิวมุมสูงบนดาดฟ้าที่ไม่เหมือนใคร
- บรรยากาศสดใส เหมาะสำหรับสายอาร์ตและคนรักงานออกแบบ
ข้อควรรู้
- บันไดทางขึ้นระหว่างแต่ละชั้นค่อนข้างแคบและชัน ต้องใช้ความระมัดระวังในการเดิน
- ที่นั่งบนดาดฟ้าเป็นแบบเปิดโล่ง อาจมีอากาศร้อนในช่วงเวลากลางวัน
เหมาะกับใคร
เหมาะสำหรับสายคอนเทนต์ ผู้ที่รักงานศิลปะ และต้องการจุดชมทัศนียภาพหลังคาตึกเก่าของตลาดน้อยจากมุมสูง
เปรียบเทียบทั้ง 10 รายการ
| # | รายการ | พิกัดทำเล | สไตล์การตกแต่ง |
|---|---|---|---|
| 1 | Sarnies Sourdough | เจริญกรุง 44 | – |
| 2 | 965bkk | ถนนวานิช 2 ตลาดน้อย | โกดังจีนโบราณ 200 ปีผสมคอร์ตยาร์ด |
| 3 | Mornii Bakery | ชั้น 1 The Corner House (ตึกชัยพัฒนสิน) | – |
| 4 | Honeymoonbox | เจริญกรุง 57 | – |
| 5 | Hong Sieng Kong | ถนนวานิช 2 ริมแม่น้ำเจ้าพระยา | หมู่อาคารมรดกจีนโบราณริมน้ำ |
| 6 | Mother Roaster | – | คาเฟ่ไม้ชั้นบนโรงกลึงอะไหล่เชียงกง |
| 7 | La Cabra Coffee Roasters Bangkok | เจริญกรุง (ใกล้ตลาดน้อย) | นอร์ดิกมินิมอลผสานโครงสร้างตึกแถวย้อนยุค |
| 8 | Citizen Tea Canteen of Nowhere | ถนนวานิช 2 ตลาดน้อย | คราฟต์ทีเฮาส์ร่วมสมัยสีส้มสดใส |
| 9 | The Summer Coffee Company – Talat Noi | ตลาดน้อย | วินเทจโมเดิร์นในตึกเก่าอนุรักษ์ |
| 10 | Timo & Tintin | ถนนวานิช 2 ตลาดน้อย | อาร์ตแกลเลอรีหลายชั้นพร้อมดาดฟ้าวิวเมืองเก่า |
เลือกแบบไหนดี?
สรุปสั้นๆ ว่าแต่ละรายการเหมาะกับใคร
- ถ้าคุณสายขนมปังหมักและมื้อสายจริงจัง#1Sarnies Sourdoughโดดเด่นด้วยขนมปังซาวโดวจ์หมักธรรมชาติที่พิถีพิถัน และเมนูอาหารสไตล์บรันช์คุณภาพสูงในตึกเก่าสุดคลาสสิกอ่านรายละเอียด
- ถ้าคุณผู้หลงใหลสถาปัตยกรรมโบราณและมุมถ่ายรูป#2965bkkสัมผัสความงามของโกดังจีนอายุกว่าสองศตวรรษ พร้อมซุ้มประตูอิฐมอญและคอร์ตยาร์ดกลางแจ้งที่เปี่ยมเรื่องราวทางประวัติศาสตร์อ่านรายละเอียด
- ถ้าคุณสายเบเกอรี่สูตรหาทานยาก#4Honeymoonboxผลิตพานาโทเนคราฟต์ที่ใช้เวลาหมักธรรมชาตินาน 3 วัน ควบคู่กับการใช้เนยฝรั่งเศสมาตรฐาน A.O.P. แท้อ่านรายละเอียด
- ถ้าคุณผู้ที่ต้องการพักผ่อนรับลมริมแม่น้ำ#5Hong Sieng Kongมอบทัศนียภาพริมแม่น้ำเจ้าพระยาอันกว้างขวาง ท่ามกลางหมู่อาคารมรดกจีนโบราณและต้นไม้ใหญ่ร่มรื่นอ่านรายละเอียด
- ถ้าคุณคอกาแฟสายสเปเชียลตีระดับโลก#7La Cabra Coffee Roasters Bangkokมาตรฐานกาแฟคั่วอ่อนระดับสากลจากเดนมาร์ก เสิร์ฟคู่กับ Cardamom Bun สไตล์นอร์ดิกแท้ๆอ่านรายละเอียด
บทสรุป
การท่องสำรวจคาเฟ่และเบเกอรี่ย่านเจริญกรุง-ตลาดน้อยในปี 2569 สะท้อนให้เห็นว่าเสน่ห์ของอาหารและเครื่องดื่มไม่ได้ถูกจำกัดอยู่เพียงแค่รสชาติบนลิ้น หากแต่เกี่ยวพันอย่างแนบแน่นกับบริบทของสถานที่ ชุมชน และประวัติศาสตร์ที่สั่งสมมานับศตวรรษ แต่ละร้านที่นำเสนอในบทความนี้ล้วนมีลายเซ็นที่เด่นชัด ไม่ว่าจะเป็นความเชี่ยวชาญด้านยีสต์ธรรมชาติ การชุบชีวิตอาคารมรดก หรือการนำสูตรขนมระดับโลกมาปรับใช้กับวัฒนธรรมท้องถิ่น การแวะเยือนย่านนี้จึงเป็นประสบการณ์ที่หลอมรวมศิลปะ งานคราฟต์ และวิถีชีวิตร่วมสมัยเข้าไว้ด้วยกันอย่างกลมกล่อม
อ่านเพิ่มในหัวข้อท่องเที่ยวและโรงแรม28อาหารและคาเฟ่22ร้านอาหารกรุงเทพ13
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- 1.instagram.com
- 2.urbancreature.co
- 3.fridaybangkok.com
- 4.cktravels.com
- 5.instagram.com
- 6.facebook.com
- 7.wongnai.com
- 8.lemon8-app.com
- 9.caffeinespots.com
- 10.wongnai.com
- 11.instagram.com
- 12.pilgrimageasia.com
- 13.grab.com
- 14.trip.com
- 15.danielfooddiary.com
- 16.bkmagazine.com
- 17.traveloka.com
- 18.trueid.net
- 19.cktravels.com
- 20.chillpainai.com
- 21.chillpainai.com
- 22.youtube.com
- 23.lemon8-app.com
คำถามที่พบบ่อย
การเดินทางไปคาเฟ่ย่านเจริญกรุง-ตลาดน้อย วิธีไหนสะดวกที่สุด?
การเดินทางด้วยรถไฟฟ้า MRT สถานีหัวลำโพง (ทางออก 4) หรือ BTS สถานีสะพานตากสิน (ทางออก 3) แล้วเดินเท้าหรือต่อวินมอเตอร์ไซค์ถือว่าสะดวกที่สุด เนื่องจากตรอกซอยในย่านตลาดน้อยค่อนข้างแคบและหาที่จอดรถยนต์ส่วนตัวได้ยากมาก
ช่วงเวลาใดเหมาะสำหรับการเดินเที่ยวคาเฟ่ฮอปปิ้งในย่านนี้?
ช่วงเช้าตั้งแต่เวลา 08.30–11.00 น. หรือช่วงบ่ายแก่ๆ เวลา 16.00–18.00 น. เป็นเวลาที่เหมาะสมที่สุด เพราะสภาพอากาศไม่ร้อนจัด แสงแดดส่องกระทบสถาปัตยกรรมตึกเก่าสวยงาม และจำนวนผู้ใช้บริการยังไม่หนาแน่นเท่าช่วงกลางวัน
เบเกอรี่สไตล์อาร์ทิซาน (Artisan Bakery) แตกต่างจากเบเกอรี่ทั่วไปอย่างไร?
เบเกอรี่สไตล์อาร์ทิซานเน้นการทำขนมด้วยมือในสเกลขนาดเล็ก อาศัยความเชี่ยวชาญของช่างอบ ใช้เทคนิคดั้งเดิม เช่น การหมักยีสต์ธรรมชาติระยะยาว และเลือกใช้วัตถุดิบบริสุทธิ์ปราศจากสารเสริมทางเคมี ทำให้ได้รสชาติ เนื้อสัมผัส และกลิ่นหอมเฉพาะตัวที่ลึกซึ้งกว่าขนมปังระบบอุตสาหกรรม
คาเฟ่ย่านตลาดน้อยส่วนใหญ่เปิด-ปิดวันไหนบ้าง?
คาเฟ่หลายแห่งในตลาดน้อยมักจะหยุดทำการในวันจันทร์ ดังนั้นหากต้องการมาเที่ยวชมและแวะได้หลายร้านในคราวเดียว ควรวางแผนเดินทางในช่วงวันอังคารถึงวันอาทิตย์เพื่อความสะดวกในการเข้าใช้บริการ
อ่านต่อ

อาหาร & คาเฟ่1 วิว
10 อันดับประเทศผู้ผลิตเมล็ดโกโก้รายใหญ่ที่สุดในโลก อัปเดตสถิติล่าสุดปี 2026
เจาะลึกสถิติประเทศผู้ผลิตเมล็ดโกโก้รายใหญ่ที่สุดในโลก อิงข้อมูลทางการล่าสุดจาก ICCO วิเคราะห์เบื้องหลังปริมาณผลผลิต แหล่งปลูก และทิศทางตลาดช็อกโกแลตโลก
ใครคืออันดับ 1? เลื่อนลงไปลุ้นในบทความ

อาหาร & คาเฟ่0 วิว
10 คาเฟ่และร้านอาหาร Pet-Friendly ย่านราชพฤกษ์-พระราม 5 ยอดนิยมปี 2569 บรรยากาศโปร่งสบายต้อนรับสัตว์เลี้ยงแสนรัก
คู่มือรวม 10 คาเฟ่และร้านอาหารที่เป็นมิตรกับสัตว์เลี้ยงในย่านราชพฤกษ์และนครอินทร์ พระราม 5 ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์พาน้องหมาน้องแมวออกมาพักผ่อนหย่อนใจอย่างมีความสุข
ในบทความ: Craft Space Cafe & Eatery · สรร (Sann) Restaurant · Grazia Gelato & Coffee

อาหารและคาเฟ่2 วิว
10 อันดับแบรนด์เชนร้านกาแฟที่มีจำนวนสาขามากที่สุดในโลก อัปเดตสถิติล่าสุดปี 2026
ส่องสมรภูมิคาเฟ่ระดับโลกปี 2026 เมื่อแบรนด์กาแฟจีนทะยานก้าวขึ้นมาท้าชิงบัลลังก์เจ้าตลาดเดิมอย่างดุเดือด พร้อมอันดับเชนกาแฟไทยที่ติดทำเนียบท็อป 10
ใครคืออันดับ 1? เลื่อนลงไปลุ้นในบทความ
เสียงจากผู้อ่าน
อยากให้เราจัดอันดับอะไร?
บอกมาได้เลย หัวข้อที่คนขอเยอะที่สุดจะได้เขียนก่อน