ข้ามไปยังเนื้อหา
MachidaRank เว็บจัดอันดับ
แนะนำ 10 เรื่อง

10 เรื่องน่ารู้ในวงการแก็ดเจ็ตและไอที อัปเดตสถิติล่าสุดปี 2569

เจาะลึก 10 สถิติและปรากฏการณ์สำคัญในวงการไอทีปี 2569 ตั้งแต่วิกฤตชิปหน่วยความจำ การผงาดของ AI PC ไปจนถึงเทรนด์แว่นตาอัจฉริยะ

กองบรรณาธิการ Machida อ่าน 25 นาที 0 วิว
10 เรื่องน่ารู้ในวงการแก็ดเจ็ตและไอที อัปเดตสถิติล่าสุดปี 2569
ภาพประกอบสร้างโดย MachidaRank เว็บจัดอันดับ (AI)

วงการแก็ดเจ็ตและเทคโนโลยีสารสนเทศในปี 2569 (ค.ศ. 2026) กำลังเผชิญกับจุดเปลี่ยนผ่านเชิงโครงสร้างครั้งใหญ่ในรอบทศวรรษ การบูรณาการปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้าสู่ระดับฮาร์ดแวร์โดยตรงได้เปลี่ยนนิยามของอุปกรณ์ที่เราคุ้นเคยในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นคอมพิวเตอร์พกพา โทรศัพท์มือถือ หรือแม้กระทั่งอุปกรณ์สวมใส่ที่มีขนาดเล็กลงจนกลายเป็นเครื่องประดับแฟชั่น ในขณะเดียวกัน ความต้องการทรัพยากรประมวลผลขั้นสูงและการปรับตัวของห่วงโซ่อุปทานโลก ได้ส่งผลกระทบลูกโซ่มาถึงผู้บริโภคทั่วไป ทั้งในแง่ของระดับราคาเฉลี่ย ปัญหาการขาดแคลนชิ้นส่วนเฉพาะทาง ตลอดจนการแข่งขันระหว่างบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีที่ขับเคี่ยวกันในระดับเศษเสี้ยวเปอร์เซ็นต์ เพื่อแย่งชิงความได้เปรียบในแพลตฟอร์มยุคถัดไป MachidaRank ได้รวบรวม 10 ข้อเท็จจริงและตัวเลขสถิติที่น่าสนใจที่สุดของปี 2569 โดยอ้างอิงข้อมูลสถิติที่ยืนยันได้จากสถาบันวิจัยตลาดระดับโลก เพื่อช่วยให้ผู้อ่านเข้าใจทิศทางความเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีรอบตัว และสามารถวางแผนการเลือกซื้ออุปกรณ์ไอทีชิ้นต่อไปได้อย่างคุ้มค่าและเท่าทันยุคสมัย

คัดเลือกอย่างไร

คัดเลือกจากข้อมูลสถิติ ตัวเลขรายงานการวิจัยตลาด และปรากฏการณ์สำคัญในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีประจำปี 2569 (ค.ศ. 2026) โดยอ้างอิงแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้ระดับโลก อาทิ IDC, Gartner, Canalys, Omdia และ Counterpoint Research เพื่อนำเสนอภาพรวมความเปลี่ยนแปลงที่มีผลกระทบต่อผู้บริโภคโดยตรง

ทั้ง 10 รายการ

01

วิกฤตราคาชิปหน่วยความจำและการชะลอตัวของยอดส่งมอบสมาร์ตโฟน

ผลกระทบจากซัพพลายเชน AI สู่มือถือทั่วไป

ปัจจัยกระทบตลาดต้นทุนแรมพุ่งขึ้น 350%

วิกฤตราคาชิปหน่วยความจำและการชะลอตัวของยอดส่งมอบสมาร์ตโฟน — 10 เรื่องน่ารู้ในวงการแก็ดเจ็ตและไอที อัปเดตสถิติล่าสุดปี 2569
ภาพ:protoexpress.com

ตลาดสมาร์ตโฟนทั่วโลกในช่วงไตรมาสที่ 3 ของปี 2569 ประสบภาวะการหดตัวอย่างรุนแรงที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ โดยยอดส่งมอบรวมลดลงถึง 22% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า เหลือเพียง 255.3 ล้านเครื่อง สาเหตุหลักไม่ได้เกิดจากความต้องการของผู้บริโภคที่ลดลงเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากวิกฤตฝั่งต้นทุนการผลิตที่ควบคุมไม่ได้

หัวใจสำคัญของปัญหานี้คือราคาของชิปหน่วยความจำ ทั้งแรม (RAM) และหน่วยความจำแฟลช (NAND Flash) ที่พุ่งสูงขึ้นกว่า 300% ถึง 350% เนื่องจากโรงงานผลิตสารกึ่งตัวนำชั้นนำได้จัดสรรกำลังการผลิตส่วนใหญ่ไปป้อนชิปหน่วยความจำแบนด์วิดท์สูง (HBM) สำหรับเซิร์ฟเวอร์ปัญญาประดิษฐ์ ส่งผลให้ชิ้นส่วนสำหรับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สำหรับผู้บริโภคขาดแคลนอย่างหนัก

ผลกระทบนี้ทำให้ผู้ผลิตสมาร์ตโฟนหลายค่ายจำเป็นต้องลดกำลังการผลิตลง และชะลอการเปิดตัวสมาร์ตโฟนรุ่นราคาประหยัด สำหรับผู้บริโภค นั่นหมายความว่าการมองหาสมาร์ตโฟนที่มีหน่วยความจำสูงในราคาจับต้องได้กลายเป็นเรื่องยากขึ้นอย่างมากในปีนี้

สถิติหลัก
ยอดส่งมอบลดลง 22% YoY
ตัวเลขสำคัญ
255.3 ล้านเครื่อง
ช่วงเวลาข้อมูล
ไตรมาส 3 ปี 2569
  • ยอดส่งมอบสมาร์ตโฟนทั่วโลกลดลงเหลือ 255.3 ล้านเครื่องในไตรมาส 3 ปี 2569
  • ต้นทุนชิ้นส่วนหน่วยความจำ RAM และ NAND ปรับตัวสูงขึ้น 300%–350%
  • กำลังการผลิตชิปทั่วโลกถูกดึงไปใช้ในศูนย์ข้อมูล AI ส่งผลกระทบต่ออุปกรณ์ผู้บริโภค

จุดเด่น

  • เร่งให้ผู้ผลิตหันไปปรับแต่งซอฟต์แวร์ให้ใช้หน่วยความจำอย่างคุ้มค่าสูงสุด

ข้อควรรู้

  • อาจทำให้สมาร์ตโฟนรุ่นใหม่ปรับสเปกความจุลดลงแต่ขายราคาเท่าเดิม

เหมาะกับใคร

ผู้ที่วางแผนซื้อมือถือใหม่ควรศึกษาแนวโน้มราคาและรีบตัดสินใจหากพบโปรโมชันความจุที่ต้องการ

02

การขับเคี่ยวแย่งชิงบัลลังก์สมาร์ตโฟนโลกอันดุเดือด

ส่วนต่างยอดส่งมอบเพียง 0.2% ชี้ชะตาเบอร์หนึ่งโลก

สถิติสูสีแห่งปีส่วนแบ่ง 22.6% vs 22.4%

การขับเคี่ยวแย่งชิงบัลลังก์สมาร์ตโฟนโลกอันดุเดือด — 10 เรื่องน่ารู้ในวงการแก็ดเจ็ตและไอที อัปเดตสถิติล่าสุดปี 2569
ภาพ:androidauthority.com

การแข่งขันในสมรภูมิตลาดสมาร์ตโฟนระดับโลกประจำไตรมาสที่ 3 ของปี 2569 มาถึงจุดที่ใกล้เคียงกันที่สุดในประวัติศาสตร์ระหว่างสองผู้นำอุตสาหกรรมอย่าง Samsung และ Apple โดยมีส่วนต่างของส่วนแบ่งการตลาดห่างกันเพียง 0.2% เท่านั้น ถือเป็นตัวเลขที่แทบจะอยู่ในกรอบความคลาดเคลื่อนทางสถิติ

Samsung ครองอันดับ 1 ด้วยส่วนแบ่งตลาด 22.6% มียอดส่งมอบอยู่ที่ 57.8 ล้านเครื่อง โดยได้แรงหนุนสำคัญจากกลุ่มสมาร์ตโฟนระดับพรีเมียมและกลุ่มจอพับตระกูล Galaxy ขณะที่ Apple ไล่ตามมาติดๆ ในอันดับ 2 ด้วยส่วนแบ่ง 22.4% มียอดส่งมอบ 57.3 ล้านเครื่อง ซึ่งได้รับแรงส่งอย่างมหาศาลจากการเปิดตัวและส่งมอบ iPhone รุ่นใหม่ที่มีฟีเจอร์ AI ประจำปี 2569

ความสูสีนี้สะท้อนให้เห็นว่าผู้บริโภคทั่วโลกยังคงภักดีต่อระบบนิเวศ (Ecosystem) ของทั้งสองค่ายอย่างเหนียวแน่น ในขณะที่แบรนด์ระดับรองต้องเผชิญกับความยากลำบากในการแย่งชิงลูกค้าระดับบน

สถิติหลัก
ส่วนแบ่งตลาดห่างกันเพียง 0.2%
ตัวเลขสำคัญ
57.8 ล้าน เทียบกับ 57.3 ล้านเครื่อง
ช่วงเวลาข้อมูล
ไตรมาส 3 ปี 2569
  • Samsung ครองอันดับ 1 ที่ส่วนแบ่ง 22.6% (57.8 ล้านเครื่อง)
  • Apple ตามมาติดๆ อันดับ 2 ที่ส่วนแบ่ง 22.4% (57.3 ล้านเครื่อง)
  • ส่วนต่างยอดส่งมอบระหว่างสองผู้นำห่างกันเพียง 500,000 เครื่องทั่วโลก

จุดเด่น

  • การแข่งขันที่รุนแรงผลักดันให้ทั้งสองฝ่ายต้องพัฒนานวัตกรรมและระบบสนับสนุนต่อเนื่อง

ข้อควรรู้

  • การย้ายข้ามระบบนิเวศระหว่างสองแบรนด์ทำได้ยากขึ้นเนื่องจากฟีเจอร์เฉพาะทาง

เหมาะกับใคร

เหมาะสำหรับผู้ใช้ที่ต้องการความมั่นใจในความต่อเนื่องของระบบปฏิบัติการและการอัปเดตระยะยาว

03

ราคาขายเฉลี่ยสมาร์ตโฟนโลกขยับสู่จุดสูงสุดใหม่

ASP พุ่งแตะ 581 ดอลลาร์ สะท้อนต้นทุนและพฤติกรรมผู้ซื้อ

เทรนด์ราคาโลก$581 ดอลลาร์สหรัฐ

ราคาขายเฉลี่ยสมาร์ตโฟนโลกขยับสู่จุดสูงสุดใหม่ — 10 เรื่องน่ารู้ในวงการแก็ดเจ็ตและไอที อัปเดตสถิติล่าสุดปี 2569
ภาพ:yankodesign.com

สำหรับใครที่รู้สึกว่าสมาร์ตโฟนในยุคนี้มีราคาแพงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ข้อมูลจาก IDC ประจำรอบปี 2569 ได้ยืนยันความรู้สึกนี้ด้วยตัวเลขสถิติอย่างเป็นทางการ โดยราคาขายเฉลี่ยต่อเครื่อง (Average Selling Price หรือ ASP) ของสมาร์ตโฟนทั่วโลกได้พุ่งสูงขึ้นถึง 27.6% แตะระดับ 581 ดอลลาร์สหรัฐ (หรือราว 20,000 บาท)

การเพิ่มขึ้นของราคาเฉลี่ยนี้เป็นผลพวงจากสองปัจจัยสำคัญ ประการแรกคือต้นทุนชิ้นส่วนสำคัญอย่างชิปเซ็ตประมวลผลขนาดเล็กลงระดับ 2-3 นาโนเมตร และโมดูลกล้องขั้นสูงที่มีต้นทุนผลิตสูงขึ้นอย่างมาก และประการที่สองคือพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป โดยยอมจ่ายเงินก้อนใหญ่ขึ้นเพื่อซื้อรุ่นสเปกสูงที่รองรับการใช้งานได้นาน 4-5 ปีแทนการเปลี่ยนเครื่องทุกปี

สถานการณ์ดังกล่าวทำให้ตลาดสมาร์ตโฟนระดับกลางและล่างต้องปรับโครงสร้างราคาใหม่ ส่งผลให้การมองหาสเปกแรงในราคาประหยัดกลายเป็นความท้าทายครั้งใหญ่ของผู้บริโภคในปี 2569

สถิติหลัก
ราคาเฉลี่ยพุ่งขึ้น 27.6%
ตัวเลขสำคัญ
581 ดอลลาร์สหรัฐ (ASP)
ช่วงเวลาข้อมูล
สิงหาคม 2569
  • ราคาขายเฉลี่ยสมาร์ตโฟนทั่วโลกแตะระดับ 581 ดอลลาร์สหรัฐ
  • อัตราการเพิ่มขึ้นของราคาต่อเครื่องสูงถึง 27.6% ในรอบปี
  • ผู้บริโภคหันมาซื้อรุ่นเรือธงเพื่อการใช้งานระยะยาวมากกว่าการเปลี่ยนเครื่องบ่อย

จุดเด่น

  • สมาร์ตโฟนในตลาดมีคุณภาพวัสดุที่ดีขึ้นและอายุการใช้งานเฉลี่ยยาวนานขึ้น

ข้อควรรู้

  • งบประมาณสำหรับการซื้อมือถือระดับเริ่มต้นขยับสูงขึ้นกว่าในอดีต

เหมาะกับใคร

ช่วยเตือนสติผู้บริโภคให้คำนวณความคุ้มค่าและอายุการใช้งานจริงก่อนการตัดสินใจซื้อ

04

การครอบครองตลาดพีซีทั่วโลกของคอมพิวเตอร์เอไอ

พีซีมีชิป NPU ครองสัดส่วนกว่า 54.7% ของตลาดโลก

เทรนด์เปลี่ยนยุคส่วนแบ่งตลาด 54.7%

การครอบครองตลาดพีซีทั่วโลกของคอมพิวเตอร์เอไอ — 10 เรื่องน่ารู้ในวงการแก็ดเจ็ตและไอที อัปเดตสถิติล่าสุดปี 2569
ภาพ:freepik.com

ปี 2569 ถือเป็นปีแห่งการปฏิวัติของตลาดคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลอย่างแท้จริง เมื่อสัดส่วนยอดจัดส่งคอมพิวเตอร์ AI PC ซึ่งติดตั้งชิปประมวลผลเครือข่ายประสาท (NPU) ในตัว ได้ก้าวขึ้นมาครองส่วนแบ่งถึง 54.7% ของตลาดพีซีทั่วโลก คิดเป็นจำนวนมากกว่า 143 ล้านเครื่อง ตามรายงานคาดการณ์ของ Gartner

การเติบโตนี้ก้าวกระโดดอย่างมหาศาลจากปี 2568 ซึ่งมีส่วนแบ่งอยู่ที่ 31.0% เท่านั้น แรงขับเคลื่อนสำคัญมาจากการที่ทั้ง Intel, AMD, Qualcomm และ Apple ได้ทำให้หน่วยประมวลผล NPU กลายเป็นอุปกรณ์มาตรฐานขั้นพื้นฐานในชิปเซ็ตคอมพิวเตอร์ยุคใหม่ทั้งหมด ไม่ใช่เพียงฟีเจอร์เสริมในรุ่นราคาสูงอีกต่อไป

การมี NPU ฝังอยู่ในเครื่องช่วยให้พีซีสามารถรันโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLM) ปรับแต่งภาพ วิดีโอ และจัดการงานอัตโนมัติได้แบบเรียลไทม์โดยไม่ต้องพึ่งพาคลาวด์ ซึ่งช่วยเพิ่มทั้งความเร็วและความเป็นส่วนตัวของข้อมูลผู้ใช้อย่างเหนือชั้น

สถิติหลัก
ครองส่วนแบ่ง 54.7% ของตลาดพีซี
ตัวเลขสำคัญ
143 ล้านเครื่องทั่วโลก
ช่วงเวลาข้อมูล
รายงานปี 2569 (สิงหาคม 2568)
  • AI PC ครองส่วนแบ่งเกินครึ่งของยอดจัดส่งพีซีทั้งหมดทั่วโลก (54.7%)
  • ยอดส่งมอบคอมพิวเตอร์ที่มีชิป NPU สูงถึง 143 ล้านเครื่องในปี 2569
  • เติบโตก้าวกระโดดจากระดับ 31.0% ในปี 2568

จุดเด่น

  • ประมวลผลงานปัญญาประดิษฐ์ในเครื่องได้ทันทีโดยไม่ต้องเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต

ข้อควรรู้

  • ซอฟต์แวร์ทำงานเฉพาะทางหลายตัวยังอยู่ระหว่างการปรับปรุงให้ดึงพลัง NPU มาใช้ได้เต็มที่

เหมาะกับใคร

เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการซื้อคอมพิวเตอร์ใหม่ให้รองรับการทำงานในอีก 3-5 ปีข้างหน้า

05

การเติบโตอย่างรวดเร็วของแล็ปท็อปสาย Copilot+ PC

42% ของโน้ตบุ๊ก Windows ใหม่ผ่านมาตรฐาน NPU 40 TOPS

มาตรฐานใหม่โน้ตบุ๊ก42% ของโน้ตบุ๊กใหม่

การเติบโตอย่างรวดเร็วของแล็ปท็อปสาย Copilot+ PC — 10 เรื่องน่ารู้ในวงการแก็ดเจ็ตและไอที อัปเดตสถิติล่าสุดปี 2569
ภาพ:dreamstime.com

ในบรรดาคอมพิวเตอร์ AI PC ทั้งหมด ฝั่งระบบปฏิบัติการ Windows ได้สร้างมาตรฐานใหม่ที่ชัดเจนผ่านโครงการ Copilot+ PC ของ Microsoft ข้อมูลจาก Canalys ณ เดือนมิถุนายน 2569 ระบุว่า โน้ตบุ๊ก Windows เครื่องใหม่ที่วางจำหน่ายในตลาดถึง 42% ได้รับการรับรองตามมาตรฐาน Copilot+ PC แล้ว

การจะผ่านมาตรฐานนี้ได้ เครื่องต้องมีชิป NPU ที่มีพลังการประมวลผลไม่ต่ำกว่า 40 TOPS (ล้านล้านคำสั่งต่อวินาที) และแรมขั้นต่ำ 16GB ซึ่งแต่เดิมจำกัดเฉพาะชิปประมวลผลสถาปัตยกรรม ARM เช่น Snapdragon X Series แต่ในปี 2569 ผู้ผลิตชิปสถาปัตยกรรม x86 รายใหญ่อย่าง Intel และ AMD ก็สามารถส่งชิปที่ผ่านมาตรฐานนี้ลงสู่ตลาดได้อย่างสมบูรณ์

สัดส่วนที่แตะ 42% ภายในเวลาไม่ถึงสองปี แสดงให้เห็นว่าอุตสาหกรรมคอมพิวเตอร์ฝั่ง Windows ตอบรับมาตรฐานนี้อย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ฟีเจอร์อย่าง Recall, Cocreator และการแปลซับไตเติลแบบสดกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของคนทำงาน

สถิติหลัก
42% ของโน้ตบุ๊ก Windows ใหม่
ตัวเลขสำคัญ
พลังประมวลผล NPU 40+ TOPS
ช่วงเวลาข้อมูล
มิถุนายน 2569
  • โน้ตบุ๊ก Windows ที่วางขายใหม่ถึง 42% เป็นมาตรฐาน Copilot+ PC
  • กำหนดเกณฑ์ประสิทธิภาพ NPU ขั้นต่ำที่ 40 TOPS เพื่อการประมวลผล AI ราบรื่น
  • ขยายความร่วมมือครอบคลุมทั้งชิป ARM และ x86 ชั้นนำ

จุดเด่น

  • อายุการใช้งานแบตเตอรี่ยาวนานขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเมื่อรันงานประมวลผลทั่วไป

ข้อควรรู้

  • ผู้ใช้บางกลุ่มยังมีความกังวลเกี่ยวกับฟีเจอร์บันทึกหน้าจออัตโนมัติในแง่ความเป็นส่วนตัว

เหมาะกับใคร

เหมาะสำหรับคนทำงานออฟฟิศ ครีเอเตอร์ และผู้บริหารที่เน้นการทำงานอัตโนมัติและแบตเตอรี่อึด

06

แว่นตาอัจฉริยะไร้จอพลิกขึ้นเป็นผู้นำตลาดอุปกรณ์สวมใส่ XR

แว่นตา AI ไร้จอครอง 70.3% ของอุปกรณ์ XR โดย Meta นำโด่ง

แกดเจ็ตยอดนิยมส่วนแบ่งตลาด 70.3%

แว่นตาอัจฉริยะไร้จอพลิกขึ้นเป็นผู้นำตลาดอุปกรณ์สวมใส่ XR — 10 เรื่องน่ารู้ในวงการแก็ดเจ็ตและไอที อัปเดตสถิติล่าสุดปี 2569
ภาพ:techent.tv

หนึ่งในการเปลี่ยนแปลงของอุปกรณ์สวมใส่ที่น่าจับตาที่สุดในปี 2569 คือการเติบโตอย่างถล่มทลายของแว่นตาอัจฉริยะ (Smart Glasses) ในรูปแบบไร้จอแสดงผล (Display-less AI/Audio glasses) โดยข้อมูลจาก IDC ในไตรมาสที่ 2 ของปี 2569 ระบุว่า แว่นตาลักษณะนี้ครองส่วนแบ่งถึง 70.3% ของการส่งมอบอุปกรณ์ XR ทั้งหมดในตลาดโลก

ความสำเร็จนี้เกิดจากการเปลี่ยนแนวคิดการออกแบบ จากเดิมที่พยายามยัดหน้าจอฉายภาพและแบตเตอรี่ก้อนใหญ่เข้าไปจนแว่นดูหนาเทอะทะ มาเป็นการผสานกล้องถ่ายภาพ ลำโพงแบบเปิดหู ไมโครโฟน และผู้ช่วยปัญญาประดิษฐ์เข้าไปในกรอบแว่นสายตาหรือแว่นกันแดดทรงมาตรฐานที่ดูปกติธรรมดา

Meta ยังคงเป็นผู้นำอย่างโดดเด่นในเซกเมนต์นี้ด้วยส่วนแบ่งการตลาดสูงถึง 68.7% ผ่านการร่วมมือกับแบรนด์แว่นตาระดับตำนานอย่าง Ray-Ban ทำให้ผู้คนกล้าสวมใส่แว่นตาอัจฉริยะเดินบนท้องถนนจริงในชีวิตประจำวัน

สถิติหลัก
ครองส่วนแบ่ง 70.3% ของอุปกรณ์ XR
ตัวเลขสำคัญ
Meta ครองส่วนแบ่ง 68.7%
ช่วงเวลาข้อมูล
ไตรมาส 2 ปี 2569
  • แว่นตาอัจฉริยะแบบไร้จอคิดเป็น 70.3% ของยอดจัดส่งอุปกรณ์ XR ทั้งหมด
  • Meta ครองส่วนแบ่งในกลุ่มนี้อย่างเด็ดขาดถึง 68.7%
  • เน้นการใช้งานกล้อง ผู้ช่วย AI และระบบเสียงในรูปทรงแว่นตาแฟชั่นทั่วไป

จุดเด่น

  • น้ำหนักเบา ดีไซน์กลมกลืนกับชีวิตประจำวัน ไม่ดูแปลกแยกเมื่อสวมใส่

ข้อควรรู้

  • ไม่มีจอแสดงผลเสมือนจริงให้เห็นภาพ ต้องอาศัยการสั่งการและตอบรับผ่านเสียง

เหมาะกับใคร

เหมาะสำหรับสายคอนเทนต์ นักเดินทาง และผู้ที่ต้องการผู้ช่วยตอบคำถามรอบตัวแบบแฮนด์ฟรี

07

การชะลอตัวต่อเนื่องของชุดหูฟังวีอาร์แบบครอบศีรษะ

ยอดส่งมอบชุดหูฟัง VR โลกลดลงเกือบ 20% สองไตรมาสติด

เทรนด์ขาลงของฮาร์ดแวร์ยอดจัดส่งลดลง 18%

การชะลอตัวต่อเนื่องของชุดหูฟังวีอาร์แบบครอบศีรษะ — 10 เรื่องน่ารู้ในวงการแก็ดเจ็ตและไอที อัปเดตสถิติล่าสุดปี 2569
ภาพประกอบสร้างโดย MachidaRank เว็บจัดอันดับ (AI)

ในขณะที่แว่นตาอัจฉริยะน้ำหนักเบากำลังเติบโตอย่างร้อนแรง ตลาดชุดหูฟังเสมือนจริงแบบครอบศีรษะ (VR/MR Headsets) แบบดั้งเดิมกลับเผชิญกับช่วงเวลาที่ยากลำบาก รายงานจาก Counterpoint Research ในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 เผยว่า ยอดส่งมอบชุดหูฟัง VR ทั่วโลกลดลง 17% ในไตรมาส 1 และลดลงต่อเนื่องอีก 18% ในไตรมาส 2 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า

สาเหตุของการชะลอตัวเกิดจากความเมื่อยล้าในการใช้งานจริงของผู้บริโภค ขนาดและน้ำหนักของอุปกรณ์ที่ยังคงเทอะทะ รวมถึงปัญหาอาการเมารถหรือเวียนศีรษะจากภาพจำลอง (Motion Sickness) ที่ยังไม่สามารถแก้ไขได้อย่างสมบูรณ์ในระดับกายภาพ

นอกจากนี้ การขาดแคลนแอปพลิเคชันหรือเกมระดับบล็อกบัสเตอร์ใหม่ๆ ที่สามารถดึงดูดผู้ใช้ให้สวมใส่อุปกรณ์ต่อเนื่องเป็นประจำ ทำให้ชุดหูฟัง VR จำนวนมากถูกปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ค่อยได้ใช้งาน นำไปสู่การเปลี่ยนความสนใจไปหาแก็ดเจ็ตประเภทอื่นที่มีความคล่องตัวมากกว่า

สถิติหลัก
ยอดส่งมอบลดลง 17% และ 18% YoY
ตัวเลขสำคัญ
ลดลงต่อเนื่อง 2 ไตรมาสติด
ช่วงเวลาข้อมูล
ครึ่งแรกของปี 2569
  • ยอดส่งมอบชุดหูฟัง VR โลกลดลง 17% YoY ในไตรมาส 1 ปี 2569
  • ลดลงต่อเนื่องอีก 18% YoY ในไตรมาส 2 ปี 2569
  • ผู้บริโภคปรับพฤติกรรมไปสู่อุปกรณ์ที่มีน้ำหนักเบาและสวมใส่สบายกว่า

จุดเด่น

  • กระตุ้นให้ผู้ผลิตต้องทุ่มเทวิจัยหน้าจอและเลนส์ชนิดใหม่ที่เบากว่าเดิม

ข้อควรรู้

  • คอนเทนต์สำหรับเกมเมอร์สายสมจริงอาจได้รับการพัฒนาช้าลงตามขนาดตลาด

เหมาะกับใคร

ช่วยสะท้อนให้เห็นว่าแก็ดเจ็ตที่จะประสบความสำเร็จในระยะยาวต้องไม่สร้างภาระการสวมใส่

08

หูฟังอัจฉริยะครองความเป็นใหญ่ในตลาดอุปกรณ์สวมใส่

หูฟังครองสัดส่วน 66% ของอุปกรณ์สวมใส่ ยอดรวมทะลุ 407 ล้านเครื่อง

อุปกรณ์ครองเมือง407.6 ล้านเครื่อง

หูฟังอัจฉริยะครองความเป็นใหญ่ในตลาดอุปกรณ์สวมใส่ — 10 เรื่องน่ารู้ในวงการแก็ดเจ็ตและไอที อัปเดตสถิติล่าสุดปี 2569
ภาพประกอบสร้างโดย MachidaRank เว็บจัดอันดับ (AI)

เมื่อพูดถึงอุปกรณ์สวมใส่ (Wearables) อุปกรณ์ที่ประสบความสำเร็จสูงสุดในแง่ของปริมาณการใช้งานยังคงเป็นกลุ่มหูฟังไร้สาย (Hearables) ซึ่งข้อมูลจาก IDC ณ เดือนกรกฎาคม 2569 ยืนยันว่า หูฟังคิดเป็นสัดส่วนถึง 2 ใน 3 หรือประมาณ 66% ของยอดส่งมอบอุปกรณ์สวมใส่ทั้งหมดทั่วโลก โดยคาดการณ์ยอดส่งมอบตลอดปีจะสูงถึง 407.6 ล้านเครื่อง

การเติบโตอย่างต่อเนื่อง 4.0% ต่อปีนี้ เกิดจากการที่หูฟังไร้สายไม่ได้ทำหน้าที่เพียงแค่ฟังเพลงอีกต่อไป แต่ได้กลายสภาพเป็นศูนย์กลางการสื่อสารส่วนบุคคล ด้วยการติดตั้งฟังก์ชันตัดเสียงรบกวนแบบแปรผันตามสภาพแวดล้อม (Adaptive ANC) และฟีเจอร์การแปลภาษาแบบเรียลไทม์โดยตรงผ่านระบบประมวลผลขนาดจิ๋ว

นอกจากนี้ ผู้ผลิตหลายรายยังเริ่มผนวกเซนเซอร์ตรวจวัดสุขภาพ เช่น เซนเซอร์วัดอุณหภูมิร่างกายและอัตราการเต้นของหัวใจผ่านช่องหู ทำให้หูฟังกลายเป็นแก็ดเจ็ตสุขภาพที่แนบเนียนที่สุดชิ้นหนึ่งในชีวิตประจำวัน

สถิติหลัก
ครองส่วนแบ่ง 66% ของ Wearables
ตัวเลขสำคัญ
407.6 ล้านเครื่องต่อปี
ช่วงเวลาข้อมูล
กรกฎาคม 2569
  • หูฟังไร้สายครองสัดส่วนถึง 66% (2 ใน 3) ของตลาดอุปกรณ์สวมใส่ทั้งหมด
  • ยอดจัดส่งทั่วโลกตลอดปี 2569 คาดการณ์แตะ 407.6 ล้านเครื่อง
  • พัฒนาสู่การเป็นอุปกรณ์แปลภาษาแบบเรียลไทม์และตรวจวัดสุขภาพ

จุดเด่น

  • พกพาสะดวก ใช้งานได้หลากหลายตั้งแต่ฟังเพลง คุยงาน จนถึงแปลภาษา

ข้อควรรู้

  • อายุแบตเตอรี่ของหูฟัง TWS ขนาดเล็กยังคงเสื่อมตามรอบการชาร์จภายใน 2-3 ปี

เหมาะกับใคร

เป็นแก็ดเจ็ตชิ้นจำเป็นที่สุดที่ทุกคนควรมีติดกระเป๋าเพื่อการสื่อสารและทำงานที่มีประสิทธิภาพ

09

การเติบโตสวนกระแสของสมาร์ตวอตช์สายสปอร์ตระดับบน

สมาร์ตวอตช์ระดับบนโต 48% ผู้ใช้หันหาแบรนด์สปอร์ตเฉพาะทาง

เทรนด์สุขภาพพรีเมียมตลาดโตขึ้น 48%

การเติบโตสวนกระแสของสมาร์ตวอตช์สายสปอร์ตระดับบน — 10 เรื่องน่ารู้ในวงการแก็ดเจ็ตและไอที อัปเดตสถิติล่าสุดปี 2569
ภาพประกอบสร้างโดย MachidaRank เว็บจัดอันดับ (AI)

ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว ตลาดนาฬิกาอัจฉริยะกลับแสดงพฤติกรรมที่น่าสนใจมาก ข้อมูลจากสถาบันวิจัย Omdia ในไตรมาสที่ 2 ของปี 2569 เผยว่า กลุ่มสมาร์ตวอตช์ราคาระดับ 200 ถึง 400 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 7,000–14,000 บาท) มีอัตราการเติบโตพุ่งสูงถึง 48% สวนทางกับกลุ่มนาฬิการาคาประหยัดที่ต่ำกว่า 200 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งหดตัวลง 9%

ปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้เกิดปรากฏการณ์นี้คือ แบรนด์เฉพาะทางด้านกีฬาและการผจญภัยอย่าง Garmin ซึ่งสามารถขยายส่วนแบ่งการตลาดขึ้นเป็น 15% (เพิ่มขึ้นจาก 11% ในปีก่อนหน้า) ผู้บริโภคในปัจจุบันไม่ได้มองหานาฬิกาที่เป็นเพียงหน้าจอแสดงการแจ้งเตือนจากมือถืออีกต่อไป แต่มองหาอุปกรณ์ที่มีเซนเซอร์ความแม่นยำสูง แบตเตอรี่ที่อยู่ได้นานเป็นสัปดาห์ และระบบประเมินความพร้อมของร่างกายอย่างลึกซึ้ง

การยอมจ่ายแพงขึ้นเพื่อแลกกับความทนทานของวัสดุอย่างไทเทเนียมและกระจกแซฟไฟร์ สะท้อนให้เห็นว่าผู้ใช้ให้คุณค่ากับข้อมูลสุขภาพเชิงป้องกันและความคุ้มค่าระยะยาวมากกว่าของเล่นไอทีราคาถูก

สถิติหลัก
กลุ่มระดับบนเติบโตพุ่ง 48%
ตัวเลขสำคัญ
Garmin ชิงส่วนแบ่ง 15%
ช่วงเวลาข้อมูล
ไตรมาส 2 ปี 2569
  • สมาร์ตวอตช์ช่วงราคา 200–400 ดอลลาร์สหรัฐ เติบโตขึ้น 48% ในไตรมาส 2
  • Garmin เพิ่มส่วนแบ่งตลาดขึ้นมาแตะ 15% ทั่วโลก
  • นาฬิการะดับล่าง (ต่ำกว่า 200 ดอลลาร์สหรัฐ) หดตัวลง 9% จากความต้องการฟังก์ชันที่ลึกซึ้งขึ้น

จุดเด่น

  • ความแม่นยำของเซนเซอร์สูงและแบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนานหลายวันไม่ต้องชาร์จทุกคืน

ข้อควรรู้

  • อินเทอร์เฟซของนาฬิกาสายสปอร์ตแท้ๆ อาจไม่หวือหวาเท่านาฬิกาสายแฟชั่น

เหมาะกับใคร

เหมาะสำหรับผู้ที่จริงจังกับการออกกำลังกาย นักวิ่ง นักเดินป่า และคนที่ใส่ใจสุขภาพหัวใจเชิงลึก

10

การปรับเปลี่ยนรูปแบบสมาร์ตโฟนจอพับสู่ทรงแท็บเล็ต

มือถือพับทรง Book-style กวาด 76% หลังบานพับบางลงเทียบเท่ามือถือปกติ

วิวัฒนาการจอพับส่วนแบ่ง 76% ในกลุ่มจอพับ

การปรับเปลี่ยนรูปแบบสมาร์ตโฟนจอพับสู่ทรงแท็บเล็ต — 10 เรื่องน่ารู้ในวงการแก็ดเจ็ตและไอที อัปเดตสถิติล่าสุดปี 2569
ภาพ:gamersgilak.blogspot.com

ตลาดสมาร์ตโฟนหน้าจอพับได้ (Foldable Phones) ในปี 2569 ได้เดินทางมาถึงจุดเปลี่ยนเชิงโครงสร้างของรูปแบบการใช้งาน ข้อมูลจาก IDC ณ เดือนสิงหาคม 2569 รายงานว่า สมาร์ตโฟนพับได้แบบกางออกเป็นแท็บเล็ต (Book-style) ได้ขยายตัวขึ้นมาครองสัดส่วนถึง 76% ของยอดขายมือถือพับได้ทั่วโลก พลิกสถานการณ์จากปี 2568 ที่เคยมีสัดส่วนเพียง 52%

การเปลี่ยนแปลงนี้ส่งผลให้รูปแบบฝาพับตลับแป้งขนาดกะทัดรัด (Clamshell) ลดความนิยมลงอย่างเห็นได้ชัด สาเหตุสำคัญมาจากความก้าวหน้าทางวิศวกรรมบานพับและวัสดุโครงสร้าง ทำให้มือถือพับทรง Book-style รุ่นใหม่มีความบางเมื่อพับเหลือเพียง 9-10 มิลลิเมตร และน้ำหนักเบาพอๆ กับมือถือทรงแท่งเรือธงทั่วไป

เมื่อปัญหาเรื่องความหนาและน้ำหนักหมดไป ผู้บริโภคจึงเลือกซื้อแบบที่สามารถกางหน้าจอขนาดใหญ่ 7.8 ถึง 8.0 นิ้ว เพื่อใช้ทำงานหลายแอปพลิเคชันพร้อมกันและรับชมความบันเทิงได้อย่างเต็มตามากกว่า

สถิติหลัก
แบบกางครองส่วนแบ่ง 76%
ตัวเลขสำคัญ
เพิ่มขึ้นจาก 52% ในปี 2568
ช่วงเวลาข้อมูล
สิงหาคม 2569
  • สมาร์ตโฟนจอพับแบบ Book-style ครองส่วนแบ่งถึง 76% ของตลาดจอพับ
  • ขยายตัวอย่างรวดเร็วจากสัดส่วน 52% ในปี 2568
  • ตัวเครื่องบางลงเหลือระดับ 9-10 มม. ทำให้ผู้ใช้เลือกจอใหญ่มากกว่าตลับแป้ง

จุดเด่น

  • ได้พื้นที่หน้าจอใหญ่เทียบเท่าแท็บเล็ตขนาดเล็กในขนาดเครื่องที่พกใส่กระเป๋ากางเกงได้

ข้อควรรู้

  • ค่าซ่อมแซมและเปลี่ยนชิ้นส่วนหน้าจอพับด้านในยังคงมีราคาสูงหากเกิดความเสียหาย

เหมาะกับใคร

เหมาะสำหรับนักธุรกิจ นักลงทุน และผู้ที่ต้องการอุปกรณ์เครื่องเดียวทำงานแทนแท็บเล็ตและมือถือ

เปรียบเทียบทั้ง 10 รายการ

#รายการสถิติหลักตัวเลขสำคัญช่วงเวลาข้อมูล
1วิกฤตราคาชิปหน่วยความจำและการชะลอตัวของยอดส่งมอบสมาร์ตโฟนยอดส่งมอบลดลง 22% YoY255.3 ล้านเครื่องไตรมาส 3 ปี 2569
2การขับเคี่ยวแย่งชิงบัลลังก์สมาร์ตโฟนโลกอันดุเดือดส่วนแบ่งตลาดห่างกันเพียง 0.2%57.8 ล้าน เทียบกับ 57.3 ล้านเครื่องไตรมาส 3 ปี 2569
3ราคาขายเฉลี่ยสมาร์ตโฟนโลกขยับสู่จุดสูงสุดใหม่ราคาเฉลี่ยพุ่งขึ้น 27.6%581 ดอลลาร์สหรัฐ (ASP)สิงหาคม 2569
4การครอบครองตลาดพีซีทั่วโลกของคอมพิวเตอร์เอไอครองส่วนแบ่ง 54.7% ของตลาดพีซี143 ล้านเครื่องทั่วโลกรายงานปี 2569 (สิงหาคม 2568)
5การเติบโตอย่างรวดเร็วของแล็ปท็อปสาย Copilot+ PC42% ของโน้ตบุ๊ก Windows ใหม่พลังประมวลผล NPU 40+ TOPSมิถุนายน 2569
6แว่นตาอัจฉริยะไร้จอพลิกขึ้นเป็นผู้นำตลาดอุปกรณ์สวมใส่ XRครองส่วนแบ่ง 70.3% ของอุปกรณ์ XRMeta ครองส่วนแบ่ง 68.7%ไตรมาส 2 ปี 2569
7การชะลอตัวต่อเนื่องของชุดหูฟังวีอาร์แบบครอบศีรษะยอดส่งมอบลดลง 17% และ 18% YoYลดลงต่อเนื่อง 2 ไตรมาสติดครึ่งแรกของปี 2569
8หูฟังอัจฉริยะครองความเป็นใหญ่ในตลาดอุปกรณ์สวมใส่ครองส่วนแบ่ง 66% ของ Wearables407.6 ล้านเครื่องต่อปีกรกฎาคม 2569
9การเติบโตสวนกระแสของสมาร์ตวอตช์สายสปอร์ตระดับบนกลุ่มระดับบนเติบโตพุ่ง 48%Garmin ชิงส่วนแบ่ง 15%ไตรมาส 2 ปี 2569
10การปรับเปลี่ยนรูปแบบสมาร์ตโฟนจอพับสู่ทรงแท็บเล็ตแบบกางครองส่วนแบ่ง 76%เพิ่มขึ้นจาก 52% ในปี 2568สิงหาคม 2569

เลือกแบบไหนดี?

สรุปสั้นๆ ว่าแต่ละรายการเหมาะกับใคร

บทสรุป

ปรากฏการณ์ทั้ง 10 เรื่องในบทความนี้สะท้อนชัดเจนว่า อุตสาหกรรมแก็ดเจ็ตและไอทีในปี 2569 ไม่ได้เน้นเพียงการแข่งขันด้านสเปกตัวเลขความเร็วหรือขนาดหน้าจออีกต่อไป แต่เป็นการแข่งขันด้านประสิทธิภาพการทำงานร่วมกับ AI ที่ประมวลผลบนเครื่อง (On-device AI) และความสะดวกคล่องตัวในการสวมใส่ใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน แม้ปัจจัยด้านต้นทุนการผลิตและราคาเฉลี่ยต่อเครื่องจะปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แต่ผู้บริโภคก็ได้รับอุปกรณ์ที่มีความฉลาด สามารถยกระดับชีวิตและการทำงานได้อย่างแท้จริง การรู้เท่าทันข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้เราเลือกซื้ออุปกรณ์ที่ตรงความต้องการและคุ้มค่ากับการลงทุนในระยะยาวมาก

อ่านเพิ่มในหัวข้อแก็ดเจ็ตและไอที57สมาร์ตโฟน24เทคโนโลยี3

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  1. 1.cnbcindonesia.com
  2. 2.telecoms.com
  3. 3.9to5mac.com
  4. 4.idc.com
  5. 5.gartner.com
  6. 6.aipc.computer
  7. 7.counterpointresearch.com
  8. 8.idc.com
  9. 9.quantumrun.com
  10. 10.actionglobalnews.com
  11. 11.idc.com
  12. 12.sahha.ai
  13. 13.androidauthority.com
  14. 14.biggo.com
  15. 15.semiconductors.org
  16. 16.gartner.com
  17. 17.iea.org
  18. 18.iea.org
  19. 19.petromindo.com
  20. 20.iea.org
  21. 21.rubyhome.com

คำถามที่พบบ่อย

ทำไมราคาชิปหน่วยความจำในปี 2569 ถึงพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว?

เนื่องจากความต้องการสร้างศูนย์ข้อมูลปัญญาประดิษฐ์ (AI Data Centers) เติบโตอย่างมหาศาล ทำให้โรงงานผลิตชิปย้ายกำลังการผลิตไปทำหน่วยความจำแบนด์วิดท์สูง (HBM) สำหรับชิป AI ส่งผลให้หน่วยความจำ RAM และ NAND ทั่วไปสำหรับสมาร์ตโฟนและพีซีเกิดภาวะขาดแคลนและต้นทุนพุ่งขึ้นกว่า 300%

คอมพิวเตอร์ AI PC มีความจำเป็นสำหรับผู้ใช้งานทั่วไปมากน้อยเพียงใดในปี 2569?

เริ่มมีความจำเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากระบบปฏิบัติการและโปรแกรมยอดนิยมรุ่นใหม่ต่างถูกออกแบบให้ดึงพลังจากชิป NPU ในตัวเครื่องมาใช้ หากซื้อคอมพิวเตอร์ที่ไม่มี NPU อาจไม่สามารถใช้งานฟีเจอร์ช่วยทำงานอัตโนมัติ การตัดต่ออัจฉริยะ หรือการประหยัดพลังงานแบตเตอรี่ได้อย่างเต็มที่ในอนาคต

ทำไมแว่นตาอัจฉริยะแบบไม่มีจอจึงมียอดขายแซงหน้าแว่น VR/MR?

เพราะมีน้ำหนักเบา ดีไซน์เหมือนแว่นตากันแดดหรือแว่นสายตาทั่วไป และสามารถสวมใส่ได้ทั้งวันโดยไม่รู้สึกอึดอัดหรือเวียนศีรษะ โดยเน้นการใช้งานไมโครโฟน ลำโพงส่วนตัว และกล้องเพื่อทำงานร่วมกับผู้ช่วย AI ซึ่งตอบโจทย์การใช้ชีวิตจริงมากกว่าการจำลองโลกเสมือนในห้อง

สมาร์ตโฟนหน้าจอพับทรง Book-style แข็งแรงและทนทานพอที่จะใช้เป็นเครื่องหลักแล้วหรือยัง?

ในปี 2569 สมาร์ตโฟนจอพับแบบ Book-style ได้รับการพัฒนาจนมีความบางใกล้เคียงสมาร์ตโฟนทั่วไป พร้อมบานพับไทเทเนียมที่มีความทนทานต่อการพับหลายแสนครั้งและกันน้ำได้ดีขึ้น จึงมีความพร้อมและได้รับความนิยมสูงถึง 76% ของตลาดจอพับ

10 อันดับหูฟังตัดเสียงรบกวนไร้สาย (ANC) ที่มีระยะเวลาการใช้งานแบตเตอรี่นานที่สุด วางจำหน่ายในไทย ปี 2026
จัดอันดับ 10 → 1

แก็ดเจ็ต & ไอที0 วิว

10 อันดับหูฟังตัดเสียงรบกวนไร้สาย (ANC) ที่มีระยะเวลาการใช้งานแบตเตอรี่นานที่สุด วางจำหน่ายในไทย ปี 2026

เจาะลึก 10 หูฟังครอบหูไร้สายตัดเสียงรบกวน (ANC) ที่แบตเตอรี่อึดที่สุดในตลาดไทยปี 2026 ใช้งานข้ามวันแบบเปิดโหมดตัดเสียงต่อเนื่องโดยไม่ต้องกังวลเรื่องการชาร์จ

ใครคืออันดับ 1? เลื่อนลงไปลุ้นในบทความ

10 สถิติและเรื่องน่ารู้ในวงการแก็ดเจ็ตและไอทีแห่งปี 2026 ที่คุณไม่ควรพลาด
แนะนำ 10 เรื่อง

แก็ดเจ็ต & ไอที0 วิว

10 สถิติและเรื่องน่ารู้ในวงการแก็ดเจ็ตและไอทีแห่งปี 2026 ที่คุณไม่ควรพลาด

เจาะลึก 10 สถิติและการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในโลกไอทีและแก็ดเจ็ตปี 2026 จากคลื่นลูกใหม่ AI PC แหวนสุขภาพ จนถึงต้นทุนฮาร์ดแวร์ที่เปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภค

ในบทความ: คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลยุคปัญญาประดิษฐ์ (AI PC) · แหวนอัจฉริยะเพื่อสุขภาพ (Smart Rings) · แบรนด์แหวนสุขภาพ โอร่า (Oura Ring)

10 นวัตกรรมแหวนอัจฉริยะ (Smart Ring) ยอดนิยมปี 2026 ตรวจวัดสุขภาพและการนอนหลับแบบไร้รอยต่อ
แนะนำ 10 เรื่อง

แก็ดเจ็ต & ไอที2 วิว

10 นวัตกรรมแหวนอัจฉริยะ (Smart Ring) ยอดนิยมปี 2026 ตรวจวัดสุขภาพและการนอนหลับแบบไร้รอยต่อ

เจาะลึก 10 นวัตกรรมแหวนอัจฉริยะรุ่นเด่นประจำปี 2026 สำหรับตรวจจับการนอนหลับ สัญญาณชีพ และสุขภาพ 24 ชั่วโมง โดยไม่ต้องทนรำคาญนาฬิกาบนข้อมือ

ในบทความ: Oura Ring 5 · RingConn Gen 2 · Samsung Galaxy Ring

เสียงจากผู้อ่าน

อยากให้เราจัดอันดับอะไร?

บอกมาได้เลย หัวข้อที่คนขอเยอะที่สุดจะได้เขียนก่อน