10 คาเฟ่และโรงคั่วกาแฟ Specialty Coffee ย่านอารีย์ บรรยากาศน่านั่งสำหรับคอกาแฟและสายทำงาน
คัดสรร 10 พิกัดคาเฟ่และโรงคั่วสเปเชียลตี้คอฟฟี่ย่านอารีย์ อัปเดตปี 2569 ที่ตอบโจทย์ทั้งสายดื่มกาแฟระดับพรีเมียมและคนหาที่นั่งทำงานพร้อมปลั๊กไฟ

ย่านอารีย์ยังคงครองตำแหน่งศูนย์กลางไลฟ์สไตล์และวัฒนธรรมกาแฟพิเศษ (Specialty Coffee) แห่งสำคัญของกรุงเทพมหานครอย่างเหนียวแน่นจนถึงปี 2569 ความน่าสนใจของย่านนี้ไม่ได้มีเพียงแค่การเป็นแหล่งรวมเมล็ดกาแฟชั้นยอดจากทั่วทุกมุมโลก แต่ยังเป็นพื้นที่เชื่อมโยงวิถีชีวิตคนเมืองเข้ากับการทำงานยุคใหม่อย่างลงตัว คาเฟ่หลายแห่งปรับฟังก์ชันให้สอดรับกับวิถีชีวิตการทำงานแบบยืดหยุ่น โดยผสานความเป็นโรงคั่วมืออาชีพเข้ากับพื้นที่ทำงานอันเงียบสงบได้อย่างน่าประทับใจ
เสน่ห์เฉพาะตัวของอารีย์คือความหลากหลายของบรรยากาศ ตั้งแต่บ้านเดี่ยวสไตล์วินเทจที่ซ่อนตัวอยู่ใต้ร่มเงาไม้ใหญ่ ไปจนถึงอาคารมัลติสโตร์โมเดิร์นและโรงงานยาเก่าที่ถูกแปลงโฉมเป็นคอมมูนิตี้สำหรับคนทำงาน ทำให้แต่ละร้านมีเอกลักษณ์เฉพาะทั้งในแง่ของศาสตร์การสกัดกาแฟ รสชาติของเมล็ดกาแฟสายพันธุ์คัดพิเศษ และสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการสร้างสรรค์สมาธิหรือพูดคุยแลกเปลี่ยนไอเดีย
บทความนี้กองบรรณาธิการได้รวบรวม 10 คาเฟ่และโรงคั่วกาแฟตัวท็อปในย่านอารีย์ ที่ผ่านการคัดสรรแล้วว่าโดดเด่นทั้งในเรื่องมาตรฐานกาแฟระดับสากลและความสะดวกสบายสำหรับการนั่งจิบกาแฟหรือพกแล็ปท็อปไปนั่งทำงาน พร้อมเจาะลึกรายละเอียด พิกัด และจุดเด่นเพื่อให้คุณเลือกแวะเช็กอินได้อย่างคุ้มค่าที่สุด
คัดเลือกอย่างไร
คัดเลือกจากร้านกาแฟและโรงคั่วแนว Specialty Coffee ในย่านอารีย์ที่มีมาตรฐานการคัดสรรเมล็ดกาแฟคุณภาพสูง พร้อมทั้งมีสภาพแวดล้อม สิ่งอำนวยความสะดวก และบรรยากาศที่เอื้ออำนวยต่อการนั่งทำงานหรือนั่งจิบกาแฟอย่างผ่อนคลาย โดยอ้างอิงข้อมูลสถานะการเปิดบริการและความนิยมล่าสุดในปี 2568–2569
ทั้ง 10 รายการ
NANA Coffee Roasters Ari
คาเฟ่ดีกรีแชมป์โลกในบ้านสวนสไตล์เซน
มาตรฐานระดับโลก100–300 บาท

NANA Coffee Roasters สาขาอารีย์ ถือเป็นหนึ่งในแลนด์มาร์กสำคัญของวงการกาแฟพิเศษไทย โดยนำบ้านเดี่ยว 2 ชั้นมารีโนเวทใหม่ให้โอบล้อมด้วยสวนมอสส์สไตล์เซนที่ให้ความรู้สึกผ่อนคลายตั้งแต่ก้าวแรกที่เดินเข้ามา โครงการนี้ผสมผสานศิลปะการตกแต่งสไตล์ธรรมชาติเข้ากับบาร์กาแฟระดับมืออาชีพอย่างลงตัว
จุดเด่นที่ทำให้ที่นี่แตกต่างอย่างชัดเจนคือมาตรฐานการันตีด้วยดีกรีแชมป์บาริสต้าและการคั่วระดับโลก มีการนำเสนอเมล็ดกาแฟหลากหลายโปรไฟล์ให้เลือกชิมอย่างละเอียด ไม่ว่าจะเป็นเครื่องดื่มคลาสสิกหรือซิกเนเจอร์อันเลื่องชื่ออย่าง "Ari Soi 4" นอกจากนี้เมนู Dirty ของทางร้านยังได้รับการยกย่องในเรื่องของความละมุนและบาลานซ์ของอุณหภูมิที่แม่นยำ
สำหรับผู้ที่มองหาพื้นที่นั่งทำงาน บรรยากาศชั้นบนของบ้านจัดวางโต๊ะและเก้าอี้ที่นั่งสบาย แสงธรรมชาติส่องผ่านกระจกบานใหญ่อย่างทั่วถึง ให้ความรู้สึกโปร่งโล่งไม่อึดอัด เหมาะแก่การนำหนังสือเล่มโปรดมาอ่านหรือนั่งพิมพ์งานในบรรยากาศร่มรื่น
- สไตล์ของร้าน
- โรงคั่วกาแฟและคาเฟ่ในสวนสไตล์เซน
- พิกัดทำเล
- ซอยอารีย์ 4 ฝั่งเหนือ
- ช่วงราคาเฉลี่ย
- 100–300 บาท/คน
ข้อมูลใช้งานจริง
- เวลาเปิด-ปิด
- 07:00–18:00 น. (เปิดบริการทุกวัน)
- สิ่งอำนวยความสะดวก
- ที่นั่งปรับอากาศ, สวนภายนอก, ที่จอดรถหน้าร้าน
- ดีกรีทีมงานระดับแชมป์บาริสต้าโลกและเมล็ดกาแฟ Specialty หลากหลายสายพันธุ์
- บรรยากาศบ้านสองชั้นล้อมรอบด้วยสวนหินและต้นไม้ร่มรื่น
- เมนู Dirty และซิกเนเจอร์ Ari Soi 4 รสชาติกลมกล่อมเป็นเอกลักษณ์
จุดเด่น
- คุณภาพการสกัดกาแฟมีความแม่นยำและเสถียรสูง
- มีทั้งโซนทำงานในร่มและโซนสวนเปิดรับธรรมชาติ
ข้อควรรู้
- ช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ลูกค้าค่อนข้างหนาแน่น อาจต้องรอคิวเครื่องดื่ม
เหมาะกับใคร
เหมาะสำหรับคอกาแฟที่ต้องการสัมผัสรสชาติระดับรางวัล และคนที่ชอบนั่งทำงานในบรรยากาศธรรมชาติเงียบสงบ
Roots at Ari
ผู้บุกเบิกกาแฟพิเศษไทยกับสเปซทำงานอบอุ่น
สนับสนุนกาแฟไทย120–250 บาท

Roots ถือเป็นผู้บุกเบิกคนสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนวงการกาแฟพิเศษไทยสู่ระดับสากล สำหรับสาขาอารีย์ตั้งอยู่บริเวณปากซอยพหลโยธิน 7 ด้วยการออกแบบที่เน้นความโปร่งโล่ง ใช้โทนสีไม้อบอุ่นตัดกับโครงสร้างเหล็กสีดำ เสริมให้พื้นที่ดูทันสมัยและเป็นมิตรกับผู้มาเยือน
ความโดดเด่นของ Roots อยู่ที่ปรัชญาการทำงานร่วมกับเกษตรกรไทยโดยตรง เพื่อพัฒนาและยกระดับเมล็ดกาแฟไทยตั้งแต่ต้นน้ำ ทำให้ลูกค้าจะได้ลิ้มลอง Single Origin ของไทยที่มีมิติของรสชาติอันน่าทึ่ง รวมถึงเมนูพิเศษประจำเดือนที่สร้างสรรค์ขึ้นจากการผสมผสานวัตถุดิบท้องถิ่นได้อย่างน่าประทับใจ
การจัดสรรพื้นที่ภายในร้านตอบโจทย์ทั้งผู้ที่ต้องการแวะมาซื้อกาแฟแบบรวดเร็ว และกลุ่มคนที่ต้องการนั่งคุยงานหรือทำงานบนโต๊ะขนาดกว้าง มีจุดเชื่อมต่อและแสงสว่างที่เพียงพอ ช่วยให้การทำงานไหลลื่นไปพร้อมกับกาแฟคั่วสดใหม่
- สไตล์ของร้าน
- โรงคั่วกาแฟไทยสเปเชียลตี้และโมเดิร์นคาเฟ่
- พิกัดทำเล
- ถนนพหลโยธิน 7 (ปากซอยอารีย์)
- ช่วงราคาเฉลี่ย
- 120–250 บาท/คน
ข้อมูลใช้งานจริง
- เวลาเปิด-ปิด
- 08:00–17:00 น. (เปิดบริการทุกวัน)
- การเดินทาง
- BTS สถานีอารีย์ ทางออก 3 เดินประมาณ 2 นาที
- สนับสนุนเมล็ดกาแฟสเปเชียลตี้สายพันธุ์ไทยคุณภาพสูงจากต้นน้ำ
- เมนูกาแฟสร้างสรรค์หมุนเวียนประจำเดือนที่ผสมผสานวัตถุดิบท้องถิ่น
- มีโซนที่นั่งทั้งห้องปรับอากาศและโซนเปิดรับลมด้านนอก
จุดเด่น
- ทำเลเดินทางสะดวกติดถนนใหญ่ใกล้สถานีรถไฟฟ้า
- เมล็ดกาแฟไทยมีสตอรีและรสชาติซับซ้อนน่าประทับใจ
ข้อควรรู้
- ที่จอดรถบริเวณหน้าร้านมีจำกัด แนะนำให้เดินทางด้วยรถไฟฟ้า BTS
เหมาะกับใคร
เหมาะสำหรับคนทำงานที่มองหาร้านกาแฟใกล้รถไฟฟ้า และผู้ที่ต้องการสนับสนุนเกษตรกรกาแฟไทยคุณภาพ
Beaker and Bitter
พลิกโฉมโรงงานยาเก่าสู่อาณาจักรทำงานและกาแฟ
สเปซทำงานยอดเยี่ยม100–250 บาท

Beaker and Bitter คือการเปลี่ยนผ่านของมรดกทางสถาปัตยกรรมอย่างสร้างสรรค์ โดยนำโรงงานผลิตยาเก่าแก่อายุกว่า 50 ปีในซอยสายลม 1 มารีโนเวทใหม่ภายใต้ธีมห้องทดลองวิทยาศาสตร์ ตัวอาคารยังคงโครงสร้างคอนกรีตเดิมที่แข็งแกร่งและกลิ่นอายความคลาสสิกเอาไว้ได้อย่างสมบูรณ์
จุดแข็งที่ทำให้ร้านนี้ครองใจสายทำงานได้อย่างเหนียวแน่นคือการแบ่งสัดส่วนพื้นที่อย่างมืออาชีพ ทางร้านแยก "โซนใช้งานทั่วไป" สำหรับการพูดคุยสังสรรค์ และ "โซนทำงานเงียบ (Silent Zone)" สำหรับผู้ที่ต้องการสมาธิขั้นสูงออกจากกันอย่างชัดเจน พร้อมโต๊ะขนาดใหญ่และจุดเสียบปลั๊กไฟบริการทั่วถึง
ในพาร์ทของกาแฟ ทางร้านยังคงคอนเซ็ปต์การทดลอง มีเมล็ดกาแฟ Specialty หลากหลายให้เลือกสกัดผ่านอุปกรณ์วิทยาศาสตร์และเครื่องชงมาตรฐานสูง พร้อมทั้งมีขนมและเครื่องดื่ม non-coffee ที่เสิร์ฟในภาชนะทรงบีกเกอร์เพิ่มความสนุกสนานในการดื่ม
- สไตล์ของร้าน
- คาเฟ่ธีมห้องทดลองและ Co-working Space
- พิกัดทำเล
- ซอยสายลม 1 (พหลโยธิน 8)
- ช่วงราคาเฉลี่ย
- 100–250 บาท/คน
ข้อมูลใช้งานจริง
- เวลาเปิด-ปิด
- 08:00–20:00 น. (เปิดบริการทุกวัน)
- สิ่งอำนวยความสะดวก
- ปลั๊กไฟเกือบทุกโต๊ะ, Wi-Fi ฟรี, ที่จอดรถในบริเวณร้าน
- แบ่งโซนพูดคุยและโซนทำงานเงียบอย่างเป็นสัดส่วนชัดเจน
- อาคารโรงงานยาเก่าอายุกว่า 50 ปีที่มีพื้นที่กว้างขวางและเพดานสูง
- เปิดให้บริการยาวนานถึง 20:00 น. รองรับการทำงานเต็มวัน
จุดเด่น
- มีพื้นที่รองรับผู้ใช้งานจำนวนมาก ไม่รู้สึกแออัด
- เหมาะแก่การนั่งทำงานจริงจังเป็นเวลานานด้วยเวลาเปิดถึงค่ำ
ข้อควรรู้
- ที่ตั้งอยู่ในซอยลึก จำเป็นต้องเดินต่อจากปากซอยหรือใช้บริการวินมอเตอร์ไซค์
เหมาะกับใคร
ตอบโจทย์ฟรีแลนซ์และคนทำงานนอกสถานที่ที่ต้องการพื้นที่เงียบสงบพร้อมปลั๊กไฟและอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง
La Cabra Ari
โรงคั่วระดับโลกจากเดนมาร์กสู่สเปซมินิมอล
สายฟิลเตอร์คั่วอ่อน190–350 บาท

La Cabra นำเข้าปรัชญาและความเชี่ยวชาญด้านกาแฟสไตล์นอร์ดิกจากเมืองออร์ฮูส (Aarhus) ประเทศเดนมาร์ก มาสู่อารีย์ ณ โครงการ Vanit Village ตัวร้านตกแต่งอย่างเรียบหรูสไตล์สแกนดิเนเวีย เน้นงานไม้สีอ่อนและเส้นสายแบบมินิมอลที่มอบความรู้สึกโปร่งโล่งสบายตา
เอกลักษณ์ของ La Cabra คือการคั่วแบบ Nordic Light Roast ซึ่งเป็นการคั่วระดับอ่อนเพื่อขับเน้นลักษณะเด่นตามธรรมชาติของผลกาแฟและสายพันธุ์ รสชาติของกาแฟที่นี่จึงมีความสะอาด (Clean) สูงมาก ให้ความรู้สึกสดชื่นคล้ายผลไม้และชาดอกไม้ เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบกาแฟรสสัมผัสสว่างสดใส
แม้พื้นที่ร้านจะไม่ได้ใหญ่โตโอ่อ่า แต่การออกแบบจัดวางเฟอร์นิเจอร์ตามหลักสรีรศาสตร์และบรรยากาศอันเงียบสงบ ทำให้ที่นี่เป็นหมุดหมายชั้นยอดสำหรับการแวะพักจิบกาแฟฟิลเตอร์ชั้นเลิศ หรือนั่งทำงานที่ต้องการใช้ความคิดสร้างสรรค์
- สไตล์ของร้าน
- โรงคั่วกาแฟสไตล์สแกนดิเนเวีย (Nordic Roast)
- พิกัดทำเล
- โครงการ Vanit Village (พหลโยธิน 7)
- ช่วงราคาเฉลี่ย
- 190–350 บาท/คน
ข้อมูลใช้งานจริง
- เวลาเปิด-ปิด
- จันทร์–ศุกร์ 08:00–17:00 น. / เสาร์–อาทิตย์ 09:00–18:00 น.
- ที่จอดรถ
- มีอาคารจอดรถภายในโครงการ Vanit Village
- เทคนิคการคั่วกาแฟแบบ Nordic Light Roast ที่ชูรสชาติธรรมชาติของผลกาแฟ
- เมล็ดกาแฟนำเข้าคุณภาพคัดพิเศษจากแหล่งปลูกที่มีชื่อเสียงทั่วโลก
- การตกแต่งสไตล์สแกนดิเนเวียมินิมอล เน้นความเงียบสงบและเป็นส่วนตัว
จุดเด่น
- รสชาติกาแฟมีมิติของความเปรี้ยวหวานแบบผลไม้ที่ชัดเจนและสะอาดมาก
- บรรยากาศร้านประณีต เงียบสงบ เหมาะกับการใช้สมาธิ
ข้อควรรู้
- ระดับราคากาแฟเริ่มต้นค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับร้านกาแฟทั่วไปในย่าน
เหมาะกับใคร
เหมาะสำหรับคอกาแฟสายดริปที่หลงใหลในความสะอาดของกาแฟคั่วอ่อน และต้องการบรรยากาศนั่งทำงานที่ประณีตเรียบหรู
Yellow Lane
โอเอซิสสีเขียวและคอมมูนิตี้สำหรับคนทำงานอิสระ
บรรยากาศสวนร่มรื่น150–350 บาท

Yellow Lane ถือกำเนิดขึ้นจากการชุบชีวิตบ้านเก่าสไตล์โคโลเนียลในซอยพหลโยธิน 5 ให้กลายเป็นคอมมูนิตี้คาเฟ่สุดร่มรื่น ตัวร้านโอบล้อมด้วยสวนเมืองร้อนเขียวชอุ่ม ให้ความรู้สึกสงบเงียบตัดขาดจากความวุ่นวายภายนอกอย่างสิ้นเชิง ที่นี่จึงกลายเป็นหมุดหมายยอดนิยมของกลุ่มฟรีแลนซ์ ดิจิทัลโนแมด และชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในย่านอารีย์
ความแตกต่างของ Yellow Lane จากคาเฟ่อื่นทั่วไปคือการสร้างระบบนิเวศแห่งการทำงานที่ผ่อนคลายและไร้กรอบจำกัด ตัวร้านแบ่งสัดส่วนระหว่างพื้นที่เอาต์ดอร์ใต้ร่มเงาไม้ใหญ่ที่มีโต๊ะตัวกว้าง เหมาะแก่การนั่งคิดงานท่ามกลางอากาศธรรมชาติ และโซนห้องแอร์สำหรับผู้ที่ต้องการความเย็นสบาย โดยยังเป็นพื้นที่ที่เป็นมิตรกับสัตว์เลี้ยง (Pet-friendly) และมีมุมจัดแสดงผลงานศิลปะหมุนเวียน ช่วยกระตุ้นแรงบันดาลใจได้เป็นอย่างดี
ในส่วนของเครื่องดื่ม ทางร้านเน้นเสิร์ฟกาแฟ Specialty หลากหลายรูปแบบ โดยคัดสรรเมล็ดกาแฟที่มีบอดี้สะอาด สดชื่น ดื่มง่าย สอดรับกับเมนูบรันช์สไตล์ตะวันตกเพื่อสุขภาพที่ใช้วัตถุดิบสดใหม่ เป็นจุดหมายที่ตอบโจทย์ทั้งการนัดประชุมแบบไม่เป็นทางการ การนั่งจิบกาแฟยาวๆ ตลอดวัน หรือการพบปะแลกเปลี่ยนไอเดียใหม่ๆ ร่วมกับเพื่อนร่วมงาน
- สไตล์ของร้าน
- คอมมูนิตี้คาเฟ่ในสวนทรอปิคอลและบรันช์
- พิกัดทำเล
- ซอยพหลโยธิน 5 (ราชครู)
- ช่วงราคาเฉลี่ย
- 150–350 บาท/คน
ข้อมูลใช้งานจริง
- เวลาเปิด-ปิด
- 08:00–17:00 น. (เปิดบริการทุกวัน)
- บรรยากาศ
- มีทั้งโซน Indoor และ Outdoor ท่ามกลางสวนธรรมชาติ
- บรรยากาศสวนป่าเมืองร้อนร่มรื่นและเป็น Pet-friendly
- ศูนย์รวมของคอมมูนิตี้คนทำงานสไตล์ Digital Nomad
- กาแฟ Specialty พร้อมอาหารบรันช์เพื่อสุขภาพหลากเมนู
จุดเด่น
- บรรยากาศผ่อนคลาย ไม่ตึงเครียด ช่วยกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์
- เมนูอาหารบรันช์มีความหลากหลายและใส่ใจสุขภาพ
ข้อควรรู้
- โซนด้านนอกอาจมีอากาศค่อนข้างร้อนในช่วงเวลากลางวันของฤดูร้อน
เหมาะกับใคร
เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเปลี่ยนบรรยากาศมานั่งทำงานกลางสวนร่มรื่น ทานบรันช์ และพาสัตว์เลี้ยงมาพักผ่อน
34EIGHT Coffee & Community
โฮมคาเฟ่บ้านสีขาวสำหรับคนมองหาสมาธิ
เงียบสงบสไตล์โฮมมี่90–200 บาท

34EIGHT Coffee & Community ตั้งอยู่ในซอยพหลโยธิน 5 โดยเริ่มต้นจากแนวคิดการปรับเปลี่ยนบ้านพักอาศัยสีขาวให้กลายเป็นโฮมคาเฟ่ที่อบอุ่นและเข้าถึงง่าย ตัวอาคารถูกโอบล้อมด้วยสวนหย่อมขนาดกะทัดรัด บรรยากาศเงียบสงบเป็นส่วนตัว ให้ความรู้สึกเสมือนกำลังนั่งทำงานอยู่ที่บ้านของเพื่อนสนิท
สิ่งที่ทำให้ร้านนี้โดดเด่นกว่าคาเฟ่ทั่วไปคือการวางบทบาทเป็น Co-working Space ขนาดย่อมอย่างจริงจัง มีสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อคนทำงานครบครัน ทั้งการจัดวางโต๊ะและเก้าอี้ที่คำนึงถึงสรีระเพื่อการนั่งทำงานเป็นเวลานาน สัญญาณอินเทอร์เน็ตที่เสถียร จุดเสียบปลั๊กไฟตามโต๊ะอย่างทั่วถึง อีกทั้งยังเปิดรับสัตว์เลี้ยง (Pet-friendly) ทำให้ผู้มาเยือนสามารถพาสัตว์เลี้ยงมานั่งพักผ่อนระหว่างวันได้
ด้านกาแฟ ทางร้านคัดสรรเมล็ดกาแฟ Specialty ทั้งจากแหล่งปลูกในไทยและต่างประเทศ นำเสนอผ่านเมนูสกัดสดแบบเอสเพรสโซและเครื่องดื่มรีเฟรชชิ่งเติมความสดชื่น ร้านเปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่เวลา 08:30–17:00 น. เหมาะอย่างยิ่งสำหรับคนที่ต้องการพื้นที่สงบในการจดจ่อกับงาน นั่งเคลียร์งานโปรเจกต์ หรือเปลี่ยนบรรยากาศการทำงานนอกสถานที่ตลอดทั้งวัน
- สไตล์ของร้าน
- โฮมคาเฟ่และ Co-working Space สไตล์มินิมอล
- พิกัดทำเล
- ซอยพหลโยธิน 5
- ช่วงราคาเฉลี่ย
- 90–200 บาท/คน
ข้อมูลใช้งานจริง
- เวลาเปิด-ปิด
- 08:30–17:00 น. (เปิดบริการทุกวัน)
- บริการเพิ่มเติม
- Wi-Fi ฟรี, รองรับสัตว์เลี้ยง, มีที่จอดรถจำกัด
- บรรยากาศบ้านสีขาวเงียบสงบ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการสมาธิทำงาน
- สิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับคนทำงานครบครัน มีปลั๊กไฟรองรับ
- พื้นที่ Pet-friendly สามารถนำสัตว์เลี้ยงตัวโปรดมาร่วมผ่อนคลายได้
จุดเด่น
- ระดับเสียงภายในร้านสงบ ไม่วุ่นวาย นั่งโฟกัสงานได้ดี
- ราคากาแฟสมเหตุสมผลเมื่อเทียบกับสิ่งอำนวยความสะดวก
ข้อควรรู้
- จำนวนที่นั่งจำกัดเพื่อรักษาความเงียบสงบ อาจเต็มเร็วในบางช่วงเวลา
เหมาะกับใคร
เหมาะอย่างยิ่งสำหรับคนที่ต้องการนั่งทำงานเงียบๆ ในบรรยากาศที่อบอุ่นเหมือนอยู่บ้าน
SATI Handcraft
สเปซกลาสเฮาส์ดิบเท่กับกาแฟคราฟต์เปี่ยมเอกลักษณ์
กลาสเฮาส์แสงสวย120–250 บาท

SATI Handcraft ตั้งอยู่ในย่านอารีย์สัมพันธ์ เกิดขึ้นจากความหลงใหลในงานฝีมือและศาสตร์แห่งกาแฟ โดยนำโครงสร้างสถาปัตยกรรมแบบกลาสเฮาส์ (Glasshouse) มาผสานเข้ากับความดิบเท่ของปูนเปลือยและโครงเหล็กสีเข้ม หลังคากระจกบานใหญ่เปิดรับแสงธรรมชาติอย่างเต็มที่ ทำให้พื้นที่ภายในโปร่งโล่ง ไม่อึดอัด และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว จนได้รับคะแนนรีวิวบน Wongnai เฉลี่ย 3.9 ดาว (จาก 92 รีวิว)
จุดเด่นที่สร้างความแตกต่างอย่างแท้จริงคือปรัชญา Handcraft ในทุกองค์ประกอบ ตั้งแต่การคัดเลือกเมล็ดกาแฟ การคั่ว การดริป ไปจนถึงการประยุกต์ใช้วิทยาศาสตร์การอาหารเพื่อพัฒนาเมนูเครื่องดื่มซิกเนเจอร์ ทางร้านมีเมล็ดกาแฟคราฟต์ที่ผ่านกระบวนการหมักสูตรเฉพาะให้เลือกหลากหลายโปรไฟล์รสชาติ เปิดโอกาสให้คอกาแฟได้สัมผัสมิติกลิ่นและรสชาติที่ลึกซึ้งกว่าเดิม
สำหรับการใช้งานเพื่อการทำงาน ร้านจัดสรรโต๊ะไม้ตัวยาวส่วนกลางขนาดใหญ่ที่แข็งแรง เหมาะสำหรับการกางคอมพิวเตอร์ทำงานหรือนัดพูดคุยงานกลุ่มย่อย แสงสว่างจากธรรมชาติช่วยลดความเมื่อยล้าของสายตาเมื่อต้องเพ่งจอเป็นเวลานาน ทำให้ SATI Handcraft กลายเป็นพื้นที่ตอบโจทย์ทั้งสายครีเอทีฟและคอกาแฟสายสเปเชียลตี้อย่างลงตัว
- สไตล์ของร้าน
- คาเฟ่กลาสเฮาส์อินดัสเทรียลและกาแฟคราฟต์
- พิกัดทำเล
- ซอยอารีย์สัมพันธ์ 5–6
- ช่วงราคาเฉลี่ย
- 120–250 บาท/คน
ข้อมูลใช้งานจริง
- เวลาเปิด-ปิด
- 08:00–17:00 น. (เปิดบริการทุกวัน)
- การเดินทาง
- เข้าทางซอยพหลโยธิน 5 หรือถนนพระราม 6 ได้สะดวก
- ดีไซน์กลาสเฮาส์โปร่งโล่ง รับแสงธรรมชาติอย่างลงตัวตลอดวัน
- เชี่ยวชาญการทำกาแฟแบบ Handcraft และเมนูกาแฟสกัดเย็นคุณภาพ
- โต๊ะตัวใหญ่เหมาะสำหรับการนั่งทำงานเป็นกลุ่มหรือคุยงานโปรเจกต์
จุดเด่น
- แสงธรรมชาติสวยงาม ช่วยให้รู้สึกมีชีวิตชีวาและทำงานได้ไม่ล้า
- กาแฟมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวจากเทคนิคการสกัดที่หลากหลาย
ข้อควรรู้
- ช่วงเวลาแดดจัดในตอนกลางวัน บางมุมใกล้กระจกอาจได้รับความร้อนจากแสงแดด
เหมาะกับใคร
เหมาะสำหรับกลุ่มคนที่ต้องการนัดพูดคุยประชุมงานแบบไม่เป็นทางการ และสายครีเอทีฟที่ต้องการแสงสว่างธรรมชาติ
VONDERVIC
อาคารโมเดิร์น 4 ชั้น ตอบโจทย์การทำงานเต็มรูปแบบ
พื้นที่ใหญ่ 4 ชั้น130–280 บาท

VONDERVIC เป็นคาเฟ่สเปเชียลตี้ขนาดใหญ่ใจกลางย่านอารีย์ ตัวร้านโดดเด่นด้วยอาคารสถาปัตยกรรมโมเดิร์นสูง 4 ชั้น ตกแต่งในโทนสีครีมตัดเทาที่เรียบหรู คลาสสิกร่วมสมัย ภายในโปร่งโล่งด้วยการวางแปลนพื้นที่เปิดกว้าง มีมุมที่นั่งหลากหลายรูปแบบที่ตอบโจทย์ทั้งการมาพักผ่อน ถ่ายภาพ และการทำงานอย่างจริงจัง
สิ่งที่สร้างความต่างอย่างชัดเจนคือการแบ่งพื้นที่อาคาร 4 ชั้นออกเป็นสัดส่วน ทำให้สามารถรองรับฟังก์ชันการทำงานได้อย่างเป็นส่วนตัว ไม่แออัด โต๊ะทำงานถูกออกแบบมาให้กว้างขวาง พร้อมติดตั้งจุดเสียบปลั๊กไฟรองรับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ไว้อย่างครอบคลุม ระบบปรับอากาศเย็นทั่วถึง และมีทางเดินกว้างขวาง จึงช่วยรักษาความสงบและสมาธิได้เป็นอย่างดีแม้จะมีผู้เข้าใช้บริการพร้อมกันจำนวนมาก
ด้านคุณภาพเครื่องดื่ม VONDERVIC คัดสรรเมล็ดกาแฟ Specialty เกรดพรีเมียม สกัดด้วยเครื่องชงประสิทธิภาพสูงเพื่อดึงรสชาติที่ดีที่สุดของเมล็ดกาแฟ ควบคู่กับเบเกอรี่และของหวานที่รังสรรค์อย่างประณีต ช่วยเติมพลังสมองระหว่างวันได้อย่างยอดเยี่ยม นับเป็นคาเฟ่ที่พร้อมสรรพสำหรับการนั่งทำงานยาวๆ ตลอดวัน
- สไตล์ของร้าน
- โมเดิร์นคาเฟ่อาคาร 4 ชั้นและพื้นที่ทำงาน
- พิกัดทำเล
- ซอยอารีย์สัมพันธ์
- ช่วงราคาเฉลี่ย
- 130–280 บาท/คน
ข้อมูลใช้งานจริง
- เวลาเปิด-ปิด
- 07:30–18:00 น. (เปิดบริการทุกวัน)
- สิ่งอำนวยความสะดวก
- ปลั๊กไฟหลายจุด, Wi-Fi ความเร็วสูง, ห้องน้ำทุกชั้น
- อาคารกว้างขวางถึง 4 ชั้น มีพื้นที่ทำงานและมุมถ่ายรูปหลากหลาย
- จุดเสียบปลั๊กไฟจำนวนมากพร้อมโต๊ะทำงานที่นั่งสบาย
- ดีไซน์ทันสมัยสวยงาม แอร์เย็นสบาย เหมาะกับการนั่งตลอดวัน
จุดเด่น
- พื้นที่กว้างขวาง มีโต๊ะว่างรองรับเกือบตลอดเวลา
- การระบายอากาศและระบบปรับอากาศดีเยี่ยม ไม่อึดอัด
ข้อควรรู้
- อาจมีลูกค้าสายคอนเทนต์แวะเวียนมาถ่ายรูปในบางโซนของร้าน
เหมาะกับใคร
เหมาะสำหรับคนที่ต้องการความมั่นใจว่าจะมีที่นั่งทำงานแน่นอน และมองหาสถานที่กว้างขวางแอร์เย็นสบาย
Number.9 Coffee Roastery
โรงคั่วสเปเชียลตี้ครบวงจรกับราคาสบายกระเป๋า
คุ้มค่าคุ้มราคา65–180 บาท

Number.9 Coffee Roastery ตั้งอยู่ในซอยพหลโยธิน 8 เป็นทั้งโรงคั่วกาแฟและคาเฟ่ครบวงจรที่ให้ความสำคัญกับมาตรฐานกาแฟอย่างลึกซึ้ง ร้านตกแต่งในสไตล์มินิมอลที่แฝงกลิ่นอายความเรียบง่ายและอบอุ่นแบบญี่ปุ่น บรรยากาศเน้นความโปร่งตา สะอาด และสงบเงียบ เอื้อต่อการมีสมาธิตั้งแต่ก้าวแรกที่เดินเข้าไป
จุดเด่นที่แตกต่างคือการเป็นโรงคั่วของตนเองที่มีการคั่วเมล็ดกาแฟสดใหม่ทุกสัปดาห์ คอกาแฟสามารถปรึกษาบาริสต้าเพื่อเลือกโปรไฟล์การคั่วที่ชื่นชอบได้ ไม่ว่าจะเป็นคั่วอ่อน คั่วกลาง หรือคั่วเข้ม โดยมีราคาเริ่มต้นที่เข้าถึงง่ายมากเพียง 65 บาท ซึ่งถือว่าคุ้มค่าอย่างยิ่งเมื่อเทียบกับมาตรฐาน Specialty Coffee ในย่านนี้
ภายในร้านจัดวางที่นั่งขนาดกะทัดรัดและเคาน์เตอร์บาร์อย่างเป็นระเบียบ เหมาะสำหรับการพกพาแล็ปท็อปมานั่งเคลียร์งานสเกลเล็ก ทำงานที่ต้องใช้สมาธิ หรืออ่านหนังสือ โดยเปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 07:00–16:00 น. คอกาแฟและคนทำงานช่วงเช้าสามารถแวะมาเติมคาเฟอีนคุณภาพดีพร้อมสูดกลิ่นหอมของเมล็ดกาแฟคั่วใหม่ได้อย่างเต็มที่
- สไตล์ของร้าน
- โรงคั่วกาแฟเฉพาะทางสไตล์มินิมอลญี่ปุ่น
- พิกัดทำเล
- ซอยพหลโยธิน 8 (ซอยสายลม)
- ช่วงราคาเฉลี่ย
- 65–180 บาท/คน
ข้อมูลใช้งานจริง
- เวลาเปิด-ปิด
- 07:00–16:00 น. (เปิดบริการทุกวัน)
- บริการพิเศษ
- จำหน่ายเมล็ดกาแฟคั่วสดพร้อมบริการบดเมล็ดตามวิธีชง
- เครื่องคั่วกาแฟสดตั้งอยู่ภายในร้าน ให้บริการกาแฟคั่วใหม่ตลอดเวลา
- ระดับราคากาแฟพิเศษเริ่มต้นเพียง 65 บาท คุ้มค่าและเข้าถึงง่าย
- บรรยากาศเงียบสงบสไตล์ญี่ปุ่น เหมาะสำหรับนั่งคิดงานคนเดียว
จุดเด่น
- ราคาเป็นมิตรภาพต่อกระเป๋ามากที่สุดในกลุ่ม Specialty อารีย์
- คุณภาพเมล็ดกาแฟสดใหม่และมีให้เลือกหลากหลายโปรไฟล์
ข้อควรรู้
- พื้นที่ร้านค่อนข้างกะทัดรัด ไม่เหมาะสำหรับการมาทำงานเป็นกลุ่มใหญ่
เหมาะกับใคร
เหมาะสำหรับคอกาแฟสายดื่มจริงจังและคนทำงานเดี่ยวที่มองหากาแฟคุณภาพสูงในราคาสุดคุ้มค่า
Laliart Coffee
บ้านไม้วินเทจ 60 ปีกับกาแฟสุขภาพและวีแกนเบเกอรี่
อบอุ่นเพื่อสุขภาพ100–220 บาท

Laliart Coffee ซ่อนตัวอยู่ในซอยพหลโยธิน 7 เป็นคาเฟ่ Specialty Coffee ที่ชุบชีวิตบ้านเก่าวินเทจโครงสร้างเดิมอายุ 60 ปี ให้กลายเป็นคอมมูนิตี้แสนอบอุ่นที่เน้นสุขภาวะที่ดี ตัวร้านตกแต่งด้วยงานไม้เก่าโทนธรรมชาติ ล้อมรอบด้วยต้นไม้น้อยใหญ่นานาพันธุ์ ให้ความรู้สึกสงบ ผ่อนคลาย เสมือนได้หลบหลีกความเร่งรีบของเมืองหลวง
สิ่งที่ทำให้ Laliart มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวคือความชัดเจนด้านสุขภาพ โดยจับคู่กาแฟ Specialty ที่เน้นการคั่วอ่อนและคั่วกลาง เพื่อขับเน้นบอดี้และกลิ่นรสตามธรรมชาติ เข้ากับเบเกอรี่โฮมเมดสูตรมังสวิรัติ (Vegan) และขนมอบเพื่อสุขภาพที่ไร้สารปรุงแต่งสังเคราะห์ จึงเป็นปลายทางที่คนรักสุขภาพและคอกาแฟสามารถเพลิดเพลินได้อย่างสบายใจ
บรรยากาศภายในร้านมีแสงแดดละมุนส่องผ่านหน้าต่างไม้ ปราศจากเสียงรบกวนภายนอก เหมาะสำหรับการพกหนังสือเล่มโปรดมาอ่าน นั่งพิมพ์งาน หรือทำงานเขียนที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ ร้านเปิดต้อนรับทุกวันตั้งแต่เวลา 09:30–17:00 น. มอบช่วงเวลาพักผ่อนและทำงานที่เปี่ยมด้วยสมาธิและความสงบใจอย่างแท้จริง
- สไตล์ของร้าน
- โฮมมี่คาเฟ่บ้านเก่า 60 ปีและเบเกอรี่เพื่อสุขภาพ
- พิกัดทำเล
- พหลโยธิน 7 (อารีย์สัมพันธ์)
- ช่วงราคาเฉลี่ย
- 100–220 บาท/คน
ข้อมูลใช้งานจริง
- เวลาเปิด-ปิด
- 09:30–17:00 น. (เปิดบริการทุกวัน)
- เมนูแนะนำ
- กาแฟดริป Single Origin, วีแกนเค้กโฮมเมด
- บ้านเก่าสไตล์วินเทจ 60 ปีที่ให้ความรู้สึกอบอุ่นและผ่อนคลาย
- เชี่ยวชาญกาแฟคั่วอ่อนและเบเกอรี่โฮมเมดมังสวิรัติ (Vegan-friendly)
- บรรยากาศเงียบสงบ เอื้อต่อการอ่านหนังสือและทำงานที่ใช้สมาธิ
จุดเด่น
- บรรยากาศเงียบสงบ ปราศจากเสียงจอแจ เหมาะแก่การโฟกัสงาน
- มีตัวเลือกอาหารและขนมอบสำหรับผู้ที่รักสุขภาพและวีแกน
ข้อควรรู้
- เวลาปิดค่อนข้างเร็ว (17:00 น.) จึงเหมาะกับช่วงเวลาทำงานตอนกลางวัน
เหมาะกับใคร
เหมาะสำหรับสายอ่านหนังสือ ฟรีแลนซ์ที่ต้องการความเงียบ และผู้ที่มองหากาแฟคุณภาพคู่ขนมเพื่อสุขภาพ
เปรียบเทียบทั้ง 10 รายการ
| # | รายการ | สไตล์ของร้าน | พิกัดทำเล | ช่วงราคาเฉลี่ย |
|---|---|---|---|---|
| 1 | NANA Coffee Roasters Ari | โรงคั่วกาแฟและคาเฟ่ในสวนสไตล์เซน | ซอยอารีย์ 4 ฝั่งเหนือ | 100–300 บาท/คน |
| 2 | Roots at Ari | โรงคั่วกาแฟไทยสเปเชียลตี้และโมเดิร์นคาเฟ่ | ถนนพหลโยธิน 7 (ปากซอยอารีย์) | 120–250 บาท/คน |
| 3 | Beaker and Bitter | คาเฟ่ธีมห้องทดลองและ Co-working Space | ซอยสายลม 1 (พหลโยธิน 8) | 100–250 บาท/คน |
| 4 | La Cabra Ari | โรงคั่วกาแฟสไตล์สแกนดิเนเวีย (Nordic Roast) | โครงการ Vanit Village (พหลโยธิน 7) | 190–350 บาท/คน |
| 5 | Yellow Lane | คอมมูนิตี้คาเฟ่ในสวนทรอปิคอลและบรันช์ | ซอยพหลโยธิน 5 (ราชครู) | 150–350 บาท/คน |
| 6 | 34EIGHT Coffee & Community | โฮมคาเฟ่และ Co-working Space สไตล์มินิมอล | ซอยพหลโยธิน 5 | 90–200 บาท/คน |
| 7 | SATI Handcraft | คาเฟ่กลาสเฮาส์อินดัสเทรียลและกาแฟคราฟต์ | ซอยอารีย์สัมพันธ์ 5–6 | 120–250 บาท/คน |
| 8 | VONDERVIC | โมเดิร์นคาเฟ่อาคาร 4 ชั้นและพื้นที่ทำงาน | ซอยอารีย์สัมพันธ์ | 130–280 บาท/คน |
| 9 | Number.9 Coffee Roastery | โรงคั่วกาแฟเฉพาะทางสไตล์มินิมอลญี่ปุ่น | ซอยพหลโยธิน 8 (ซอยสายลม) | 65–180 บาท/คน |
| 10 | Laliart Coffee | โฮมมี่คาเฟ่บ้านเก่า 60 ปีและเบเกอรี่เพื่อสุขภาพ | พหลโยธิน 7 (อารีย์สัมพันธ์) | 100–220 บาท/คน |
เลือกแบบไหนดี?
สรุปสั้นๆ ว่าแต่ละรายการเหมาะกับใคร
- ถ้าคุณสายทำงานจริงจังที่ต้องการความเงียบและปลั๊กไฟ#3Beaker and Bitterมีโซนทำงานเงียบ (Silent Zone) แยกเป็นสัดส่วน พร้อมปลั๊กไฟทุกจุดและเปิดบริการยาวนานถึง 2 ทุ่มอ่านรายละเอียด
- ถ้าคุณคอกาแฟสายสเปเชียลตี้ที่มองหาความคุ้มค่า#9Number.9 Coffee Roasteryเป็นโรงคั่วสดที่มีเมล็ดกาแฟให้เลือกหลากหลาย และราคาเริ่มต้นเข้าถึงง่ายเพียง 65 บาทอ่านรายละเอียด
- ถ้าคุณสาย Digital Nomad และคนรักธรรมชาติ#5Yellow Laneพื้นที่สวนทรอปิคอลร่มรื่น โปร่งสบาย เป็น Pet-friendly และมีเมนูบรันช์รองรับการทำงานยาวๆอ่านรายละเอียด
- ถ้าคุณคอกาแฟสายดริปและเมล็ดคั่วอ่อนสไตล์นอร์ดิก#4La Cabra Ariเอกลักษณ์การคั่วกาแฟแบบ Nordic Light Roast ระดับโลกที่สะอาดและชูรสผลไม้เด่นชัดอ่านรายละเอียด
บทสรุป
การเติบโตของคอมมูนิตี้กาแฟพิเศษในย่านอารีย์สะท้อนให้เห็นว่า วัฒนธรรมคาเฟ่ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของการพักผ่อนหย่อนใจอีกต่อไป แต่ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่ทำงานสร้างสรรค์สำหรับคนยุคใหม่ ไม่ว่าคุณจะเป็นคอกาแฟที่หลงใหลในความซับซ้อนของกลิ่นรส หรือคนทำงานที่มองหามุมสงบเพื่อปลดล็อกไอเดีย คาเฟ่และโรงคั่วทั้ง 10 แห่งนี้พร้อมมอบประสบการณ์และรสสัมผัสที่น่าประทับใจในทุกการมาเยือน
อ่านเพิ่มในหัวข้ออาหารและคาเฟ่21ร้านอาหารกรุงเทพ12
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
คำถามที่พบบ่อย
การเดินทางไปคาเฟ่ย่านอารีย์ เดินทางด้วยวิธีใดสะดวกที่สุด?
การเดินทางด้วยรถไฟฟ้า BTS มาลงที่สถานีอารีย์ (ทางออก 3) เป็นวิธีที่สะดวกที่สุด เนื่องจากซอยอารีย์เป็นย่านที่มีการจราจรหนาแน่นและที่จอดรถริมถนนค่อนข้างจำกัด จากสถานีรถไฟฟ้าสามารถเดินเท้าหรือนั่งวินมอเตอร์ไซค์ต่อไปยังคาเฟ่ในซอยย่อยได้อย่างรวดเร็ว
คาเฟ่ Specialty Coffee ย่านอารีย์ร้านไหนเปิดเช้า เหมาะสำหรับซื้อก่อนเข้างาน?
NANA Coffee Roasters Ari, Number.9 Coffee Roastery และ VONDERVIC เปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 07:00–07:30 น. เหมาะอย่างยิ่งสำหรับชาวออฟฟิศและคนทำงานที่ต้องการแวะเติมพลังด้วยกาแฟคุณภาพก่อนเริ่มงาน
คาเฟ่ที่มีพื้นที่ Co-working Space หรือปลั๊กไฟเพียงพอสำหรับทำงานทั้งวันมีที่ไหนบ้าง?
Beaker and Bitter, VONDERVIC และ 34EIGHT Coffee & Community เป็น 3 ร้านที่โดดเด่นเรื่องปลั๊กไฟ โต๊ะทำงานขนาดใหญ่ และอินเทอร์เน็ตที่เสถียร โดยเฉพาะ Beaker and Bitter ที่มีโซนทำงานเงียบโดยเฉพาะและเปิดถึง 20:00 น.
กาแฟ Specialty Coffee ในย่านอารีย์มีช่วงราคาเฉลี่ยประมาณเท่าไร?
ราคาเฉลี่ยของกาแฟ Specialty ย่านอารีย์ส่วนใหญ่อยู่ที่ประมาณ 100–250 บาทต่อแก้ว โดยร้านอย่าง Number.9 Coffee Roastery จะมีราคาเริ่มต้นที่เป็นมิตรประมาณ 65 บาท ขณะที่เมล็ดนำเข้าคั่วอ่อนพรีเมียมอย่าง La Cabra จะเริ่มต้นที่ราว 190 บาทขึ้นไป
อ่านต่อ

อาหาร & คาเฟ่0 วิว
10 อันดับประเทศผู้ผลิตเมล็ดโกโก้รายใหญ่ที่สุดในโลก อัปเดตสถิติล่าสุดปี 2026
เจาะลึกสถิติประเทศผู้ผลิตเมล็ดโกโก้รายใหญ่ที่สุดในโลก อิงข้อมูลทางการล่าสุดจาก ICCO วิเคราะห์เบื้องหลังปริมาณผลผลิต แหล่งปลูก และทิศทางตลาดช็อกโกแลตโลก
ใครคืออันดับ 1? เลื่อนลงไปลุ้นในบทความ

อาหาร & คาเฟ่0 วิว
10 คาเฟ่และร้านอาหาร Pet-Friendly ย่านราชพฤกษ์-พระราม 5 ยอดนิยมปี 2569 บรรยากาศโปร่งสบายต้อนรับสัตว์เลี้ยงแสนรัก
คู่มือรวม 10 คาเฟ่และร้านอาหารที่เป็นมิตรกับสัตว์เลี้ยงในย่านราชพฤกษ์และนครอินทร์ พระราม 5 ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์พาน้องหมาน้องแมวออกมาพักผ่อนหย่อนใจอย่างมีความสุข
ในบทความ: Craft Space Cafe & Eatery · สรร (Sann) Restaurant · Grazia Gelato & Coffee

อาหารและคาเฟ่2 วิว
10 อันดับแบรนด์เชนร้านกาแฟที่มีจำนวนสาขามากที่สุดในโลก อัปเดตสถิติล่าสุดปี 2026
ส่องสมรภูมิคาเฟ่ระดับโลกปี 2026 เมื่อแบรนด์กาแฟจีนทะยานก้าวขึ้นมาท้าชิงบัลลังก์เจ้าตลาดเดิมอย่างดุเดือด พร้อมอันดับเชนกาแฟไทยที่ติดทำเนียบท็อป 10
ใครคืออันดับ 1? เลื่อนลงไปลุ้นในบทความ
เสียงจากผู้อ่าน
อยากให้เราจัดอันดับอะไร?
บอกมาได้เลย หัวข้อที่คนขอเยอะที่สุดจะได้เขียนก่อน