10 อันดับประเทศที่มีการใช้จ่ายด้านการวิจัยและพัฒนาสูงสุดในโลก
เปิดสถิติงบประมาณ R&D ของมหาอำนาจเทคโนโลยีทั่วโลก สำรวจการลงทุนขับเคลื่อนนวัตกรรมและเศรษฐกิจระดับพันล้านดอลลาร์
จัดอันดับตาม งบประมาณวิจัยและพัฒนาโดยรวม (ล้านดอลลาร์ PPP)· ที่มา องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) และ สถาบันสถิติแห่งยูเนสโก (UIS)· ข้อมูล ณ ปี 2568 (ค.ศ. 2025)

ในยุคเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยองค์ความรู้และเทคโนโลยีขั้นสูง มูลค่าการใช้จ่ายด้านการวิจัยและพัฒนา (Research and Development หรือ R&D) ไม่ได้สะท้อนเพียงความก้าวหน้าทางวิชาการเท่านั้น แต่คือดัชนีชี้วัดความมั่นคงทางเศรษฐกิจและขีดความสามารถในการแข่งขันระดับโลก ประเทศที่ทุ่มงบประมาณมหาศาลในการค้นคว้าทดลอง คือกลุ่มผู้นำที่กำหนดทิศทางนวัตกรรม ตั้งแต่อุปกรณ์เซมิคอนดักเตอร์ ปัญญาประดิษฐ์ ไปจนถึงวิทยาศาสตร์การแพทย์สมัยใหม่
การเดินทางสำรวจโครงสร้างการลงทุนของแต่ละประเทศช่วยให้เรามองเห็นภาพรวมของการเคลื่อนย้ายทรัพยากร บุคลากรชั้นยอด และเครือข่ายศูนย์นวัตกรรมระดับนานาชาติ หลายประเทศเปลี่ยนผ่านจากสังคมการผลิตแบบดั้งเดิมไปสู่ศูนย์กลางวิทยาการชั้นนำ ส่งผลต่อพลวัตการเดินทางเพื่อการศึกษา การลงทุนเชิงพาณิชย์ และการเติบโตของเมืองศูนย์กลางนวัตกรรมที่น่าจับตามองในเวทีสากล
บทความนี้คัดสรรและจัดอันดับ 10 ประเทศที่มีการใช้จ่ายด้านการวิจัยและพัฒนาสูงที่สุดในโลก โดยเปรียบเทียบจากตัวเลขงบประมาณรวมตามเกณฑ์ความเท่าเทียมกันของอำนาจซื้อ (PPP) เพื่อสะท้อนขุมพลังการลงทุนที่แท้จริง พร้อมเจาะลึกอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ที่ผลักดันให้แต่ละชาติก้าวสู่แถวหน้าของเศรษฐกิจโลก
วัดผลอย่างไร
การจัดอันดับอ้างอิงจากมูลค่าการใช้จ่ายด้านการวิจัยและพัฒนาในประเทศทั้งหมด (Gross Domestic Expenditure on R&D - GERD) โดยแปลงหน่วยเป็นดอลลาร์สหรัฐตามเกณฑ์ความเท่าเทียมกันของอำนาจซื้อ (PPP) เพื่อให้สามารถเปรียบเทียบขนาดการลงทุนที่แท้จริงระหว่างประเทศได้อย่างเป็นกลาง อิงจากฐานข้อมูลสถิติล่าสุดขององค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) และสถาบันสถิติแห่งยูเนสโก (UNESCO Institute for Statistics) สำหรับรอบปีงบประมาณ 2568-2569
นับถอยหลัง 10 อันดับ
โดดเด่นด้านฟิสิกส์และพลังงานนิวเคลียร์
รัสเซีย (Russia)
รากฐานวิทยาศาสตร์บริสุทธิ์และวิศวกรรมนิวเคลียร์

สหพันธรัฐรัสเซียมีโครงสร้างการวิจัยและพัฒนาที่เน้นการสนับสนุนจากภาครัฐเป็นหลัก โดยมีประวัติศาสตร์อันยาวนานและชื่อเสียงระดับโลกในสาขาคณิตศาสตร์ ฟิสิกส์ วิศวกรรมวัสดุ และเทคโนโลยีอวกาศ งบประมาณและการขับเคลื่อนส่วนใหญ่จัดสรรผ่านสถาบันวิทยาศาสตร์แห่งรัสเซียและกลุ่มรัฐวิสาหกิจขนาดใหญ่ของประเทศ
จุดเน้นของการวิจัยในรัสเซียมีความจำเพาะเจาะจงสูง โดยมุ่งไปที่เทคโนโลยีพลังงานนิวเคลียร์ เทคโนโลยีป้องกันประเทศ และวิศวกรรมการขุดเจาะทรัพยากรธรรมชาติในเขตอาร์กติก ซึ่งต้องอาศัยองค์ความรู้ด้านวัสดุศาสตร์ขั้นสูง นอกจากนี้การปรับปรุงเมืองวิทยาศาสตร์ปิดหรือ 'นอวอกรัด' (Naukograd) ในอดีตยังถูกใช้เป็นกลยุทธ์หลักในการเร่งพัฒนานวัตกรรมภายในประเทศเพื่อพึ่งพาตนเอง
ตัวอย่างของศูนย์นวัตกรรมสโกลโกโว (Skolkovo) ใกล้กรุงมอสโก แสดงให้เห็นถึงความพยายามปรับใช้บรรยากาศคล้ายซิลิคอนแวลลีย์เพื่อเชื่อมโยงงานวิจัยบริสุทธิ์เข้ากับการค้าและการพาณิชย์ ซึ่งเป็นกรณีศึกษาที่มีค่าสำหรับผู้ศึกษาโมเดลเศรษฐกิจนวัตกรรมที่ต้องปรับตัวท่ามกลางข้อจำกัดและความท้าทายจากบริบทระหว่างประเทศในปัจจุบัน
- งบวิจัยและพัฒนา (PPP)
- $52,000 ล้านดอลลาร์
- สัดส่วนต่อ GDP
- 0.9%
- กลุ่มอุตสาหกรรมหลัก
- พลังงานนิวเคลียร์ การบินอวกาศ และวิศวกรรมวัสดุ
ข้อมูลใช้งานจริง
- ศูนย์กลางหลัก
- ศูนย์นวัตกรรมสโกลโกโว (Skolkovo) และ มอสโก
- หน่วยงานกำกับดูแล
- กระทรวงวิทยาศาสตร์และการอุดมศึกษา
- ความเชี่ยวชาญระดับแนวหน้าในฟิสิกส์ทฤษฎีและคณิตศาสตร์ขั้นสูง
- ผู้นำด้านเทคโนโลยีเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์พลเรือน
- ศูนย์รวมเมืองวิทยาศาสตร์เฉพาะทาง (Naukograd)
จุดเด่น
- พื้นฐานคณิตศาสตร์และฟิสิกส์ทฤษฎีที่แข็งแกร่ง
- ประสบการณ์ยาวนานในอุตสาหกรรมนิวเคลียร์
ข้อควรรู้
- การมีส่วนร่วมของเงินทุนภาคเอกชนอิสระและต่างชาติต่ำกว่าประเทศอื่นในตาราง
สรุปสั้นๆ
เหมาะสำหรับผู้ที่สนใจการศึกษางานวิจัยด้านฟิสิกส์ทฤษฎีและเทคโนโลยีพลังงาน
หัวใจแห่งอุตสาหกรรมชิปโลก
ไต้หวัน (Taiwan)
ศูนย์กลางการผลิตและวิจัยสารกึ่งตัวนำขั้นสูง

ไต้หวันพัฒนาตนเองจนกลายเป็นเสาหลักที่ขาดไม่ได้ของห่วงโซ่อุปทานเทคโนโลยีโลก จากการวางนโยบายอุตสาหกรรมที่มุ่งมั่นและต่อเนื่องหลายทศวรรษ ความเชี่ยวชาญสูงสุดของไต้หวันอยู่ที่การวิจัย พัฒนา และผลิตสารกึ่งตัวนำขั้นสูง (Advanced Semiconductor) ซึ่งต้องอาศัยการลงทุนที่เข้มข้นเป็นพิเศษเพื่อรักษาตำแหน่งผู้นำในการผลิตชิปขนาดเล็กระดับนาโนเมตร
เอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใครของไต้หวันคือการรวมกลุ่มอุตสาหกรรมอย่างเหนียวแน่นในพื้นที่อุทยานวิทยาศาสตร์ซินจู๋ (Hsinchu Science Park) ทำให้เกิดความร่วมมืออย่างรวดเร็วและใกล้ชิดระหว่างสถาบันวิจัยชั้นนำ เช่น ITRI และโรงงานผลิตชิปชั้นนำของโลก ส่งผลให้วงจรการพัฒนานวัตกรรมรวดเร็ว มีประสิทธิภาพสูง และแก้ปัญหาการผลิตได้ทันท่วงที
สำหรับนักวางแผนกลยุทธ์และผู้นำในอุตสาหกรรมไอที การศึกษาแบบจำลองของอุทยานวิทยาศาสตร์ซินจู๋แสดงให้เห็นว่าการออกแบบโครงสร้างพื้นฐานเฉพาะทางและการรวมซัพพลายเชนไว้ในพื้นที่เดียวกัน สามารถลดต้นทุนโลจิสติกส์ เร่งการส่งมอบผลิตภัณฑ์ และสร้างอำนาจต่อรองระดับโลกได้อย่างยั่งยืน
- งบวิจัยและพัฒนา (PPP)
- $58,000 ล้านดอลลาร์
- สัดส่วนต่อ GDP
- 4.0%
- กลุ่มอุตสาหกรรมหลัก
- สารกึ่งตัวนำ ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ และฮาร์ดแวร์
ข้อมูลใช้งานจริง
- ศูนย์กลางหลัก
- อุทยานวิทยาศาสตร์ซินจู๋ (Hsinchu)
- หน่วยงานกำกับดูแล
- สภาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (NSTC)
- ศูนย์กลางการผลิตและวิจัยชิปขั้นสูงที่มีบทบาทสำคัญที่สุดในโลก
- อุทยานวิทยาศาสตร์ซินจู๋เป็นต้นแบบคลัสเตอร์เทคโนโลยีระดับสากล
- สัดส่วนการลงทุน R&D ต่อ GDP สูงถึงร้อยละ 4.0
จุดเด่น
- ความเชี่ยวชาญด้านไมโครอิเล็กทรอนิกส์ที่ยากจะลอกเลียนแบบ
- คลัสเตอร์อุตสาหกรรมเชื่อมโยงสมบูรณ์แบบ
ข้อควรรู้
- การพึ่งพาอุตสาหกรรมฮาร์ดแวร์และชิปในสัดส่วนที่สูงมากเมื่อเทียบกับซอฟต์แวร์
สรุปสั้นๆ
เหมาะสำหรับผู้เชี่ยวชาญด้านอิเล็กทรอนิกส์และผู้สนใจคลัสเตอร์อุตสาหกรรมเฉพาะทาง
ผู้นำเทคโนโลยีการบินและพลังงาน
ฝรั่งเศส (France)
ศูนย์กลางการบินอวกาศและนวัตกรรมพลังงานสะอาด

ฝรั่งเศสเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมที่แข็งแกร่งของยุโรปตอนใต้และตะวันตก โดยมีรัฐบาลทำหน้าที่เป็นหัวเรือใหญ่ผ่านนโยบายสนับสนุนที่มีมาอย่างต่อเนื่อง โครงสร้างพื้นฐานสำคัญคือโครงการจูงใจทางภาษีสำหรับการวิจัย (Crédit d'Impôt Recherche) ซึ่งกลายเป็นกลไกหลักที่ดึงดูดให้ภาคเอกชนทั้งในและต่างประเทศตัดสินใจลงทุนในกิจกรรมค้นคว้าทดลองระยะยาวอย่างต่อเนื่อง
ความโดดเด่นของฝรั่งเศสอยู่ที่การควบคุมสมดุลระหว่างวิทยาศาสตร์บริสุทธิ์และอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ โดยมีศูนย์วิจัยแห่งชาติ (CNRS) คอยรักษามาตรฐานงานวิจัยขั้นพื้นฐาน ขณะที่งบประมาณพุ่งเป้าไปที่การบินและอวกาศ พลังงานนิวเคลียร์พลเรือน ระบบรถไฟความเร็วสูง รวมถึงสินค้าหรูหราและเครื่องสำอางชั้นสูง ซึ่งเป็นการผสานวิทยาการชั้นเลิศเข้ากับความประณีตเชิงสุนทรียศาสตร์
กรณีศึกษาจากเมืองตูลูส (Toulouse) ในฐานะเมืองหลวงด้านการบินของยุโรป และศูนย์บ่มเพาะสตาร์ทอัพสเตชัน เอฟ (Station F) ในปารีส มอบแนวทางปฏิบัติที่เป็นรูปธรรมแก่ผู้บริหารในการออกแบบพื้นที่นวัตกรรมที่เชื่อมโยงเทคโนโลยีขั้นสูงเข้ากับการออกแบบเชิงพาณิชย์เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับตราสินค้า
- งบวิจัยและพัฒนา (PPP)
- $82,000 ล้านดอลลาร์
- สัดส่วนต่อ GDP
- 2.2%
- กลุ่มอุตสาหกรรมหลัก
- การบินอวกาศ พลังงานนิวเคลียร์ และชีววิทยาศาสตร์
ข้อมูลใช้งานจริง
- ศูนย์กลางหลัก
- ปารีส และ ตูลูส
- หน่วยงานกำกับดูแล
- ศูนย์วิจัยวิทยาศาสตร์แห่งชาติ (CNRS)
- นโยบายสิทธิประโยชน์ทางภาษีเพื่อการวิจัยที่ดึงดูดใจที่สุดแห่งหนึ่ง
- ผู้นำด้านเทคโนโลยีการบินอวกาศและพลังงานคาร์บอนต่ำ
- ศูนย์บ่มเพาะสตาร์ทอัพขนาดใหญ่ระดับแนวหน้าของยุโรป
จุดเด่น
- การสนับสนุนด้านภาษีที่ยอดเยี่ยม
- ความเชี่ยวชาญด้านพลังงานคาร์บอนต่ำ
ข้อควรรู้
- ขั้นตอนการบริหารราชการค่อนข้างมีระเบียบเข้มงวด
สรุปสั้นๆ
เหมาะสำหรับผู้ที่สนใจการศึกษาด้านวิศวกรรมการบินและพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ
ยอดเยี่ยมด้านชีวการแพทย์และวิชาการ
สหราชอาณาจักร (United Kingdom)
แหล่งกำเนิดงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์และการแพทย์ชั้นนำ

สหราชอาณาจักรมีประวัติศาสตร์การเป็นผู้นำทางวิทยาศาสตร์อันยาวนานและยังคงความโดดเด่นในระดับสากลอย่างต่อเนื่อง ความเป็นเลิศนี้มีรากฐานมาจากระบบมหาวิทยาลัยระดับโลกอย่างเคมบริดจ์และออกซฟอร์ด ซึ่งทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางบ่มเพาะงานวิจัยพื้นฐานและสตาร์ทอัพเทคโนโลยีขั้นสูง พร้อมเครือข่ายวิชาการที่เข้มแข็งในการสร้างองค์ความรู้ใหม่
สิ่งที่สร้างความแตกต่างอย่างชัดเจนให้แก่สหราชอาณาจักรคือการเชื่อมโยงงานวิจัยเชิงลึกเข้ากับความเข้มแข็งของสถาบันการเงินในลอนดอน ส่งผลให้งบประมาณ R&D ส่วนใหญ่ที่จัดสรรให้แก่วิทยาศาสตร์เพื่อชีวิต การแพทย์ส่วนบุคคล ปัญญาประดิษฐ์เชิงทฤษฎี และบริการการเงินดิจิทัล (Fintech) ได้รับการสนับสนุนเงินทุนระยะเริ่มต้นอย่างรวดเร็วและคล่องตัวสูง
บทเรียนสำคัญจากพื้นที่แนวสามเหลี่ยมทองคำ (Golden Triangle) ที่เชื่อมระหว่างลอนดอน ออกซฟอร์ด และเคมบริดจ์ แสดงให้เห็นวิธีผสานห้องปฏิบัติการประวัติศาสตร์เข้ากับวิทยาการศตวรรษที่ 21 ซึ่งนักลงทุนและนักวิจัยสามารถนำรูปแบบการถ่ายทอดเทคโนโลยีจากรั้วมหาวิทยาลัยสู่ภาคธุรกิจการเงินไปปรับใช้ในการพัฒนาสินทรัพย์ทางปัญญาให้เกิดมูลค่าจริง
- งบวิจัยและพัฒนา (PPP)
- $91,000 ล้านดอลลาร์
- สัดส่วนต่อ GDP
- 2.9%
- กลุ่มอุตสาหกรรมหลัก
- วิทยาศาสตร์เพื่อชีวิต การบิน และฟินเทค
ข้อมูลใช้งานจริง
- ศูนย์กลางหลัก
- เคมบริดจ์ ออกซฟอร์ด และ ลอนดอน
- หน่วยงานกำกับดูแล
- หน่วยงานวิจัยและนวัตกรรมแห่งสหราชอาณาจักร (UKRI)
- มีมหาวิทยาลัยระดับท็อป 10 ของโลกเป็นฐานการวิจัยสำคัญ
- ศูนย์กลางวิจัยวิทยาศาสตร์เพื่อชีวิตและชีวเวชศาสตร์ชั้นนำ
- ความโดดเด่นด้านการวิจัยปัญญาประดิษฐ์และวิทยาการคอมพิวเตอร์
จุดเด่น
- คุณภาพการตีพิมพ์ทางวิชาการสูงมาก
- ระบบนิเวศชีวการแพทย์ระดับพรีเมียม
ข้อควรรู้
- ผลกระทบหลังออกจากสหภาพยุโรปส่งผลต่อการเข้าถึงกรอบความร่วมมือวิจัยข้ามพรมแดนบางส่วน
สรุปสั้นๆ
เหมาะสำหรับผู้ที่สนใจการวิจัยเชิงลึกด้านการแพทย์และสตาร์ทอัพเทคโนโลยีขั้นสูง
ศูนย์กลางซอฟต์แวร์และวิทยาศาสตร์อวกาศ
อินเดีย (India)
ศูนย์กลางนวัตกรรมซอฟต์แวร์และเภสัชกรรมระดับโลก

อินเดียกำลังก้าวขึ้นสู่การเป็นศูนย์กลาง R&D ระดับโลกอย่างโดดเด่น โดยมีที่มาจากข้อได้เปรียบมหาศาลด้านโครงสร้างประชากรที่มีวิศวกรและนักวิทยาศาสตร์ทักษะสูงจำนวนมาก ประกอบกับต้นทุนการดำเนินการที่คุ้มค่า ปัจจัยเหล่านี้ดึงดูดให้บริษัทข้ามชาติชั้นนำระดับโลกตัดสินใจย้ายหรือตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนาขนาดใหญ่ในประเทศนี้อย่างกว้างขวาง
จุดเด่นที่ทำให้อินเดียแตกต่างคือการพัฒนาที่ตอบโจทย์ความคุ้มค่าสูงสุด (Frugal Innovation) เห็นได้ชัดจากความสำเร็จขององค์การวิจัยอวกาศแห่งอินเดีย (ISRO) ที่ส่งภารกิจสำรวจดวงจันทร์ด้วยงบประมาณประหยัด ควบคู่ไปกับการจัดสรรเงินทุนที่ครอบคลุมอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศ การพัฒนาซอฟต์แวร์ขั้นสูง รวมถึงอุตสาหกรรมยาและชีวเภสัชภัณฑ์ที่มีบทบาทสำคัญระดับสากล
ผู้ประกอบการสตาร์ทอัพและสายงานไอทีสามารถศึกษาบรรยากาศการทำงานในเมืองเบงกาลูรู (Bengaluru) และไฮเดอราบัด เพื่อนำแนวทางการผสานความกระตือรือร้นของธุรกิจรุ่นใหม่เข้ากับทรัพยากรขององค์กรข้ามชาติมาประยุกต์ใช้ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารทีมพัฒนาซอฟต์แวร์และการวิจัยผลิตภัณฑ์ด้วยต้นทุนที่จำกัด
- งบวิจัยและพัฒนา (PPP)
- $96,000 ล้านดอลลาร์
- สัดส่วนต่อ GDP
- 0.7%
- กลุ่มอุตสาหกรรมหลัก
- ซอฟต์แวร์ อุตสาหกรรมยา และเทคโนโลยีอวกาศ
ข้อมูลใช้งานจริง
- ศูนย์กลางหลัก
- เบงกาลูรู ไฮเดอราบัด และ ปูเณ
- หน่วยงานกำกับดูแล
- กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (DST)
- ศูนย์รวมศูนย์วิจัยและพัฒนาของบริษัทข้ามชาติ (Global Capability Centers)
- ผู้นำด้านการผลิตยาสามัญและวัคซีนของโลก
- ความสำเร็จระดับโลกในโครงการสำรวจอวกาศต้นทุนคุ้มค่า
จุดเด่น
- ต้นทุนวิจัยต่อหัวต่ำ
- ฐานบุคลากรด้านคณิตศาสตร์และวิศวกรรมขนาดใหญ่
ข้อควรรู้
- สัดส่วนงบประมาณวิจัยต่อ GDP โดยรวมยังอยู่ในเกณฑ์ต่ำเมื่อเทียบกับขนาดเศรษฐกิจ
สรุปสั้นๆ
เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการศึกษาศูนย์พัฒนาซอฟต์แวร์ระดับโลกและอุตสาหกรรมอวกาศ
ความเข้มข้น R&D ต่อ GDP สูงลิ่ว
เกาหลีใต้ (South Korea)
ผู้นำเทคโนโลยีเซมิคอนดักเตอร์และฮาร์ดแวร์ดิจิทัล

เกาหลีใต้ก้าวขึ้นมาเป็นมหาอำนาจนวัตกรรมได้อย่างรวดเร็ว โดยเป็นหนึ่งในประเทศที่มีความเข้มข้นของการลงทุนด้าน R&D ต่อสัดส่วนจีดีพีสูงที่สุดในโลก การสนับสนุนด้านนโยบายอย่างจริงจังของภาครัฐควบคู่กับแรงขับเคลื่อนหลักจากกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่หรือแชโบล ได้พลิกฟื้นโครงสร้างทางเศรษฐกิจของชาติให้เปลี่ยนผ่านสู่ศูนย์กลางเทคโนโลยีชั้นนำระดับโลกในเวลาอันสั้น
ความโดดเด่นเฉพาะตัวของเกาหลีใต้อยู่ที่ความเร็วและความเด็ดขาดในการจัดสรรงบประมาณ โดยมุ่งเน้นไปที่เทคโนโลยีแห่งอนาคต ได้แก่ เซมิคอนดักเตอร์ แผงหน้าจอแสดงผล แบตเตอรี่ยานยนต์ไฟฟ้า และเทคโนโลยีชีวภาพ นอกจากนี้การสร้างศูนย์รวมหัวกะทิทางวิทยาศาสตร์อย่างย่านแดด็อกอินโนโพลิสและสถาบันชั้นนำอย่าง KAIST ในเมืองแทจอน ยังช่วยสร้างความต่อเนื่องระหว่างงานวิจัยระดับสูงและการผลิตเชิงพาณิชย์
ในแง่การนำไปใช้ประโยชน์ การศึกษาแนวทางของเกาหลีใต้ทำให้เห็นภาพชัดเจนของการผสานเทคโนโลยีเข้ากับชีวิตประจำวันของประชากรอย่างรวดเร็ว ผู้บริหารและนักพัฒนาดิจิทัลสามารถเรียนรู้วิธีการทำงานที่รวดเร็วและการเปิดรับนวัตกรรมของคนในสังคม เพื่อนำมาปรับปรุงกลยุทธ์การทดสอบและเปิดตัวผลิตภัณฑ์ดิจิทัลให้ตรงความต้องการของตลาด
- งบวิจัยและพัฒนา (PPP)
- $139,000 ล้านดอลลาร์
- สัดส่วนต่อ GDP
- 5.2%
- กลุ่มอุตสาหกรรมหลัก
- เซมิคอนดักเตอร์ แบตเตอรี่ และจอภาพ
ข้อมูลใช้งานจริง
- ศูนย์กลางหลัก
- เมืองวิทยาศาสตร์แทจอน (Daedeok) และ โซล
- หน่วยงานกำกับดูแล
- กระทรวงวิทยาศาสตร์และไอซีที (MSIT)
- มีสัดส่วนงบวิจัยต่อ GDP สูงเป็นอันดับต้นๆ ของโลก (กว่า 5%)
- ผู้นำตลาดโลกด้านชิปหน่วยความจำและแบตเตอรี่ EV
- ศูนย์รวมสถาบันวิจัยเทคโนโลยีเฉพาะทางในเมืองแทจอน
จุดเด่น
- การตัดสินใจลงทุนด้านฮาร์ดแวร์ที่รวดเร็ว
- ความร่วมมือที่แข็งแกร่งของภาคเอกชน
ข้อควรรู้
- งบประมาณกระจุกตัวอยู่ในกลุ่มบริษัทขนาดใหญ่ไม่กี่แห่ง
สรุปสั้นๆ
เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการศึกษาการเติบโตอย่างรวดเร็วของอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์
ศูนย์กลางอุตสาหกรรมยุโรป
เยอรมนี (Germany)
มหาอำนาจวิศวกรรมและสถาปัตยกรรมอุตสาหกรรม

เยอรมนีคือผู้นำทางเศรษฐกิจและนวัตกรรมอันดับหนึ่งของทวีปยุโรปที่มีรากฐานมั่นคงมายาวนาน โดดเด่นด้วยโมเดลการวิจัยเชิงประยุกต์ที่เชื่อมต่อกับภาคอุตสาหกรรมการผลิตอย่างมีประสิทธิภาพ องค์กรวิจัยที่มีชื่อเสียงอย่างสมาคมเฟราน์โฮเฟอร์ (Fraunhofer) ทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมสำคัญในการแปลงทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์ให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์ในโรงงานจริง สร้างความได้เปรียบเชิงพาณิชย์และยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันระดับโลกอย่างต่อเนื่อง
สิ่งที่ทำให้เยอรมนีแตกต่างอย่างชัดเจนคือความร่วมมือที่เหนียวแน่นระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนภายใต้ยุทธศาสตร์อุตสาหกรรม 4.0 เพื่อพัฒนาระบบโรงงานอัจฉริยะ การจัดสรรงบประมาณ R&D จึงพุ่งเป้าไปที่ความแม่นยำสูงในอุตสาหกรรมยานยนต์ การผลิตเครื่องจักรกลขั้นสูง เคมีภัณฑ์ และเทคโนโลยีอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ซึ่งเน้นความยั่งยืนและการใช้งานจริงมากกว่าเพียงงานวิจัยเชิงทฤษฎี
สำหรับผู้ประกอบการและนักวิจัย การทำความเข้าใจระบบนิเวศนวัตกรรมในเขตเศรษฐกิจรัฐบาเดิน-เวือร์ทเทิมแบร์คและบาวาเรีย มอบบทเรียนสำคัญด้านการบริหารจัดการมาตรฐานการผลิตระดับสากล ผู้สนใจสามารถนำแนวคิดการประสานงานระหว่างห้องปฏิบัติการและสายการผลิตไปปรับใช้เพื่อลดระยะเวลาในการนำนวัตกรรมเข้าสู่ตลาดจริงได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- งบวิจัยและพัฒนา (PPP)
- $175,000 ล้านดอลลาร์
- สัดส่วนต่อ GDP
- 3.1%
- กลุ่มอุตสาหกรรมหลัก
- ยานยนต์ เครื่องจักรกล และเคมีภัณฑ์
ข้อมูลใช้งานจริง
- ศูนย์กลางหลัก
- สตุตการ์ต มิวนิก และ เบอร์ลิน
- หน่วยงานกำกับดูแล
- กระทรวงศึกษาธิการและการวิจัยแห่งสหพันธรัฐ (BMBF)
- ระบบเครือข่ายสถาบันวิจัยเชิงประยุกต์ที่มีประสิทธิภาพสูงสุด
- ศูนย์กลางวิศวกรรมและอุตสาหกรรม 4.0 ของยุโรป
- การมีส่วนร่วมอย่างเข้มแข็งของธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (Mittelstand)
จุดเด่น
- การเชื่อมโยงงานวิจัยกับโรงงานผลิตอย่างแนบแน่น
- มาตรฐานวิศวกรรมระดับโลก
ข้อควรรู้
- กระบวนการขอทุนและกฎระเบียบของสหภาพยุโรปมีความซับซ้อน
สรุปสั้นๆ
เหมาะสำหรับผู้ที่สนใจการวิจัยประยุกต์ในกระบวนการผลิตอุตสาหกรรมหนัก
ผู้นำวิทยาการหุ่นยนต์และวัสดุ
ญี่ปุ่น (Japan)
ต้นแบบวิศวกรรมความแม่นยำและหุ่นยนต์

ญี่ปุ่นยังคงรักษาจุดยืนในฐานะหนึ่งในผู้นำด้านเทคโนโลยีระดับโลก ด้วยการสั่งสมความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมความแม่นยำสูง อุตสาหกรรมยานยนต์ หุ่นยนต์อัจฉริยะ และวัสดุศาสตร์ชั้นสูง ภาคอุตสาหกรรมญี่ปุ่นให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการปรับปรุงคุณภาพอย่างต่อเนื่องและงานวิจัยพื้นฐาน
โครงสร้างการลงทุนของญี่ปุ่นเน้นความร่วมมือระหว่างบริษัทอุตสาหกรรมขนาดใหญ่และห้องปฏิบัติการชั้นนำ แม้จะเผชิญกับความท้าทายด้านโครงสร้างประชากร แต่งบประมาณ R&D ยังคงมุ่งเน้นไปที่ระบบอัตโนมัติ หุ่นยนต์ดูแลผู้สูงอายุ และการผลิตไฮโดรเจนสะอาดเพื่อความยั่งยืน
การเดินทางไปยังเมืองวิทยาศาสตร์อย่างสึคุบะหรือศูนย์นวัตกรรมในกรุงโตเกียวและโอซากา ช่วยให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสผลงานประณีตเชิงวิศวกรรมที่หลอมรวมระหว่างงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์กับมาตรฐานความปลอดภัยและความทนทานขั้นสูง
- งบวิจัยและพัฒนา (PPP)
- $198,000 ล้านดอลลาร์
- สัดส่วนต่อ GDP
- 3.4%
- กลุ่มอุตสาหกรรมหลัก
- ยานยนต์ หุ่นยนต์ และวัสดุศาสตร์
ข้อมูลใช้งานจริง
- ศูนย์กลางหลัก
- เมืองวิทยาศาสตร์สึคุบะ และ โตเกียว
- หน่วยงานกำกับดูแล
- กระทรวงศึกษาธิการ วัฒนธรรม กีฬา วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (MEXT)
- ความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมความแม่นยำสูงระดับแนวหน้า
- สัดส่วนการลงทุน R&D ต่อยอดขายของบริษัทเอกชนอยู่ในเกณฑ์สูง
- ผู้นำด้านงานวิจัยวัสดุศาสตร์และเซมิคอนดักเตอร์ต้นน้ำ
จุดเด่น
- คุณภาพมาตรฐานการผลิตระดับสูง
- ความต่อเนื่องในการลงทุนวิจัยพื้นฐาน
ข้อควรรู้
- การปรับตัวเข้าสู่ระบบดิจิทัลและการพัฒนาซอฟต์แวร์บริการยังช้ากว่าฝั่งตะวันตก
สรุปสั้นๆ
เหมาะสำหรับผู้ที่สนใจการวิจัยวัสดุศาสตร์ หุ่นยนต์อัจฉริยะ และวิศวกรรมยานยนต์
อัตราการเติบโตเร็วที่สุด
จีน (China)
ศูนย์กลางการผลิตเทคโนโลยีและพลังงานใหม่

สาธารณรัฐประชาชนจีนก้าวขึ้นเป็นมหาอำนาจด้านนวัตกรรมอย่างรวดเร็ว โดยได้รับแรงส่งเสริมจากนโยบายเชิงยุทธศาสตร์ระยะยาวของรัฐบาลและการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านดิจิทัล การจัดสรรงบประมาณขยายตัวอย่างต่อเนื่องเพื่อลดการพึ่งพาเทคโนโลยีจากภายนอก
จีนให้ความสำคัญกับการพัฒนาเทคโนโลยีพลังงานสะอาด รถยนต์ไฟฟ้า ระบบโทรคมนาคมความเร็วสูง และฮาร์ดแวร์อัจฉริยะ การเชื่อมโยงระหว่างศูนย์วิจัยอุตสาหกรรมกับสายการผลิตขนาดใหญ่ช่วยเปลี่ยนผลงานในห้องทดลองไปสู่ผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์ได้อย่างรวดเร็วอย่างที่ไม่มีประเทศใดเทียบได้
มหานครอย่างเซินเจิ้น ปักกิ่ง และเซี่ยงไฮ้ กลายเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมสำหรับการเดินทางเชิงธุรกิจและศึกษาดูงานเทคโนโลยี เมืองเหล่านี้เต็มไปด้วยโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่ก้าวหน้า สะท้อนความทะเยอทะยานในการก้าวขึ้นเป็นผู้นำด้านวิทยาศาสตร์ระดับนานาชาติ
- งบวิจัยและพัฒนา (PPP)
- $812,000 ล้านดอลลาร์
- สัดส่วนต่อ GDP
- 2.6%
- กลุ่มอุตสาหกรรมหลัก
- พลังงานสะอาด รถยนต์ไฟฟ้า และโทรคมนาคม
ข้อมูลใช้งานจริง
- ศูนย์กลางหลัก
- เซินเจิ้น ปักกิ่ง และ เซี่ยงไฮ้
- หน่วยงานกำกับดูแล
- กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (MOST)
- มีอัตราการเติบโตของงบประมาณวิจัยรวดเร็วที่สุดในกลุ่มผู้นำ
- ครองตำแหน่งผู้นำด้านการจดสิทธิบัตรระหว่างประเทศรายปี
- บูรณาการห่วงโซ่อุปทานและโรงงานผลิตระดับโลกอย่างสมบูรณ์แบบ
จุดเด่น
- การผลักดันเชิงนโยบายอย่างเด็ดขาด
- ความสามารถในการขยายขนาดการผลิตอย่างรวดเร็ว
ข้อควรรู้
- ยังคงเผชิญความท้าทายในการเข้าถึงเทคโนโลยีสารกึ่งตัวนำขั้นสูงจากต่างประเทศ
สรุปสั้นๆ
เหมาะสำหรับผู้ที่สนใจการศึกษาด้านห่วงโซ่อุตสาหกรรมและเทคโนโลยีสีเขียว
และอันดับ 1 ก็คือ…
ผู้นำงบลงทุนสูงสุดในโลก
สหรัฐอเมริกา (United States)
มหาอำนาจนวัตกรรมและศูนย์กลางเทคโนโลยีโลก

สหรัฐอเมริกายังคงครองความเป็นผู้นำด้านการจัดสรรงบประมาณวิจัยและพัฒนาอันดับหนึ่งของโลก โดยได้รับแรงขับเคลื่อนสำคัญจากทั้งบริษัทยักษ์ใหญ่ในภาคเอกชนและหน่วยงานรัฐบาลกลางอย่างครอบคลุม การสร้างระบบนิเวศนวัตกรรมที่เชื่อมระหว่างสถาบันการศึกษาระดับโลกกับเงินทุนเสี่ยง ทำให้เกิดการต่อยอดเชิงพาณิชย์อย่างรวดเร็ว
จุดเด่นสำคัญของการลงทุนในสหรัฐฯ อยู่ที่การมุ่งเน้นวิทยาการล้ำสมัยในระดับสากล เช่น ปัญญาประดิษฐ์ ชีวการแพทย์ขั้นสูง การประมวลผลควอนตัม และอุตสาหกรรมการบินอวกาศ การสนับสนุนด้านกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาที่เข้มแข็งยังดึงดูดนักวิจัยและผู้เชี่ยวชาญชั้นนำจากทั่วโลกให้หลั่งไหลเข้ามาทำงานร่วมกัน
สำหรับผู้สนใจเดินทางและสำรวจบรรยากาศการทำงานเชิงวิชาการ ย่านซิลิคอนแวลลีย์ในแคลิฟอร์เนียหรือแนวระเบียงเทคโนโลยีรอบเมืองบอสตันเป็นศูนย์กลางที่มีพลวัตสูง สะท้อนวัฒนธรรมการกล้าทดลองและล้มเหลวเพื่อนำไปสู่นวัตกรรมเปลี่ยนโลกอย่างแท้จริง
- งบวิจัยและพัฒนา (PPP)
- $923,000 ล้านดอลลาร์
- สัดส่วนต่อ GDP
- 3.5%
- กลุ่มอุตสาหกรรมหลัก
- เทคโนโลยีสารสนเทศและชีวการแพทย์
ข้อมูลใช้งานจริง
- ศูนย์กลางหลัก
- ซิลิคอนแวลลีย์ และ บอสตัน
- หน่วยงานกำกับดูแล
- มูลนิธิวิทยาศาสตร์แห่งชาติ (NSF)
- ครองอันดับหนึ่งด้วยมูลค่าการลงทุนรวมสูงสุดในโลก
- ระบบนิเวศเงินร่วมลงทุน (Venture Capital) แข็งแกร่งที่สุด
- ศูนย์กลางงานวิจัยระดับแนวหน้าของมหาวิทยาลัยชั้นนำ
จุดเด่น
- โครงสร้างพื้นฐานระดับสูง
- แหล่งดึงดูดบุคลากรชั้นนำจากทั่วโลก
ข้อควรรู้
- ต้นทุนการดำเนินงานและการจ้างงานนักวิจัยอยู่ในระดับสูงมาก
สรุปสั้นๆ
เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการศึกษาดูงานด้านเทคโนโลยีขั้นสูงและสตาร์ทอัพระดับโลก
สรุปผลทั้ง 10 อันดับ
งบประมาณวิจัยและพัฒนาโดยรวม (ล้านดอลลาร์ PPP)
ที่มา: องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) และ สถาบันสถิติแห่งยูเนสโก (UIS) · ข้อมูล ณ ปี 2568 (ค.ศ. 2025)
เปรียบเทียบทั้ง 10 รายการ
| อันดับ | รายการ | งบวิจัยและพัฒนา (PPP) | สัดส่วนต่อ GDP | กลุ่มอุตสาหกรรมหลัก |
|---|---|---|---|---|
| 1 | สหรัฐอเมริกา (United States) | $923,000 ล้านดอลลาร์ | 3.5% | เทคโนโลยีสารสนเทศและชีวการแพทย์ |
| 2 | จีน (China) | $812,000 ล้านดอลลาร์ | 2.6% | พลังงานสะอาด รถยนต์ไฟฟ้า และโทรคมนาคม |
| 3 | ญี่ปุ่น (Japan) | $198,000 ล้านดอลลาร์ | 3.4% | ยานยนต์ หุ่นยนต์ และวัสดุศาสตร์ |
| 4 | เยอรมนี (Germany) | $175,000 ล้านดอลลาร์ | 3.1% | ยานยนต์ เครื่องจักรกล และเคมีภัณฑ์ |
| 5 | เกาหลีใต้ (South Korea) | $139,000 ล้านดอลลาร์ | 5.2% | เซมิคอนดักเตอร์ แบตเตอรี่ และจอภาพ |
| 6 | อินเดีย (India) | $96,000 ล้านดอลลาร์ | 0.7% | ซอฟต์แวร์ อุตสาหกรรมยา และเทคโนโลยีอวกาศ |
| 7 | สหราชอาณาจักร (United Kingdom) | $91,000 ล้านดอลลาร์ | 2.9% | วิทยาศาสตร์เพื่อชีวิต การบิน และฟินเทค |
| 8 | ฝรั่งเศส (France) | $82,000 ล้านดอลลาร์ | 2.2% | การบินอวกาศ พลังงานนิวเคลียร์ และชีววิทยาศาสตร์ |
| 9 | ไต้หวัน (Taiwan) | $58,000 ล้านดอลลาร์ | 4.0% | สารกึ่งตัวนำ ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ และฮาร์ดแวร์ |
| 10 | รัสเซีย (Russia) | $52,000 ล้านดอลลาร์ | 0.9% | พลังงานนิวเคลียร์ การบินอวกาศ และวิศวกรรมวัสดุ |
เลือกแบบไหนดี?
สรุปสั้นๆ ว่าแต่ละรายการเหมาะกับใคร
- ถ้าคุณผู้ที่สนใจลงทุนด้านสตาร์ทอัพเทคโนโลยีอันดับ 1สหรัฐอเมริกา (United States)เป็นแหล่งรวมเงินทุนเสี่ยงและตลาดการค้าเทคโนโลยีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกอ่านรายละเอียด
- ถ้าคุณผู้ประกอบการด้านอุตสาหกรรมการผลิตและพลังงานใหม่อันดับ 2จีน (China)มีห่วงโซ่อุปทานที่ครบวงจรและขยายขนาดการผลิตได้อย่างรวดเร็วเหนือคู่แข่งอ่านรายละเอียด
- ถ้าคุณนักวิชาการสายชีวการแพทย์และวิทยาศาสตร์สุขภาพอันดับ 7สหราชอาณาจักร (United Kingdom)มีเครือข่ายมหาวิทยาลัยและสถาบันวิจัยด้านชีวเวชศาสตร์ที่ทรงอิทธิพลระดับโลกอ่านรายละเอียด
- ถ้าคุณวิศวกรสายฮาร์ดแวร์และเซมิคอนดักเตอร์อันดับ 9ไต้หวัน (Taiwan)เป็นศูนย์กลางการผลิตและพัฒนานาโนชิปที่มีความก้าวหน้าทางวิศวกรรมสูงสุดอ่านรายละเอียด
บทสรุป
การจัดอันดับสะท้อนให้เห็นว่ามหาอำนาจอย่างสหรัฐอเมริกาและจีนยังคงครองส่วนแบ่งงบประมาณด้านนวัตกรรมส่วนใหญ่ของโลก ขณะที่กลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกและยุโรปต่างสร้างความเชี่ยวชาญเฉพาะทางเพื่อรักษาขีดความสามารถในการแข่งขัน การลงทุนใน R&D จึงไม่เพียงส่งผลต่อการเติบโตของ GDP ในระยะยาว แต่ยังเปิดโอกาสใหม่สำหรับการพัฒนาเมือง อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ และการเดินทางเชื่อมโยงเครือข่ายระดับโลกอย่างยั่งยืน
อ่านเพิ่มในหัวข้อท่องเที่ยวและโรงแรม25เศรษฐกิจโลก13
คำถามที่พบบ่อย
การวัดงบประมาณวิจัยและพัฒนาด้วยค่า PPP คืออะไรและทำไมจึงสำคัญ?
การวัดด้วยเกณฑ์ความเท่าเทียมกันของอำนาจซื้อ (Purchasing Power Parity หรือ PPP) ช่วยปรับความแตกต่างของค่าครองชีพและต้นทุนในแต่ละประเทศ ทำให้เห็นมูลค่าการจ้างงานนักวิจัยและการซื้อเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์จริงที่เทียบเคียงกันได้อย่างเป็นธรรมมากกว่าการใช้อัตราแลกเปลี่ยนตามราคาตลาด
ประเทศใดมีสัดส่วนงบวิจัยและพัฒนาเทียบกับ GDP สูงที่สุดในโลก?
อิสราเอลและเกาหลีใต้เป็นสองประเทศที่ครองแชมป์สัดส่วนงบประมาณวิจัยต่อ GDP สูงที่สุด โดยมีตัวเลขเกินกว่าร้อยละ 5 ของ GDP อย่างต่อเนื่อง สะท้อนการให้ความสำคัญกับนวัตกรรมในฐานะยุทธศาสตร์ความอยู่รอดของชาติ
ภาคส่วนใดเป็นผู้ลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนามากที่สุดในปัจจุบัน?
ในกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว ภาคเอกชนเป็นผู้ลงทุนหลักคิดเป็นสัดส่วนมากกว่าร้อยละ 65-75 ของงบประมาณรวมทั้งหมด โดยเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์ ขณะที่ภาครัฐจะเน้นสนับสนุนงานวิจัยขั้นพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์
การเดินทางไปศึกษาดูงานในอุทยานวิทยาศาสตร์ต่างประเทศต้องเตรียมตัวอย่างไร?
ควรติดต่อประสานงานผ่านหน่วยงานส่งเสริมการลงทุนหรือสถาบันการศึกษาล่วงหน้า เนื่องจากห้องปฏิบัติการและศูนย์วิจัยเทคโนโลยีขั้นสูงส่วนใหญ่มีข้อกำหนดด้านความปลอดภัยและการรักษาความลับของทรัพย์สินทางปัญญาอย่างเข้มงวด
อ่านต่อ

ท่องเที่ยว & เดินทาง1 วิว
10 เส้นทางบินตรงข้ามภาคและเชื่อมเมืองรองในไทย ยอดนิยมปี 2569 ปลดล็อกการท่องเที่ยวสะดวกสบายไม่ต้องต่อเครื่อง
รวม 10 เส้นทางบินตรงข้ามภาคและเชื่อมเมืองรองยอดนิยมประจำปี 2569 ที่ช่วยประหยัดเวลาเดินทาง เชื่อมเหนือ ใต้ อีสาน และตะวันออกได้ง่ายๆ โดยไม่ต้องแวะเปลี่ยนเครื่องที่กรุงเทพฯ
ในบทความ: เชียงใหม่ (CNX) – อุดรธานี (UTH) · เชียงใหม่ (CNX) – ขอนแก่น (KKC) · เชียงใหม่ (CNX) – หัวหิน (HHQ)

ท่องเที่ยวและโรงแรม1 วิว
10 อันดับเมืองท่องเที่ยวที่มีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางมาเยือนมากที่สุดในโลก อัปเดตสถิติล่าสุดปี 2026
เจาะลึก 10 มหานครยอดนิยมระดับโลกที่มีผู้เดินทางข้ามพรมแดนสูงสุด นำทัพโดยกรุงเทพมหานครที่ครองแชมป์เบอร์หนึ่งอย่างสง่างาม พร้อมสถิติทางการเปรียบเทียบครบทุกมิติ
ใครคืออันดับ 1? เลื่อนลงไปลุ้นในบทความ

ท่องเที่ยวและโรงแรม0 วิว
10 เส้นทางรถไฟท่องเที่ยวสายธรรมชาติและประวัติศาสตร์ยอดนิยมในไทย ปี 2569 สัมผัสเสน่ห์การเดินทางแบบ Slow Travel
เปิดลิสต์ 10 เส้นทางรถไฟท่องเที่ยวทางธรรมชาติและประวัติศาสตร์สุดประทับใจปี 2569 ดื่มด่ำเสน่ห์การเดินทางแบบ Slow Travel ผ่านขบวนพิเศษ SRT Royal Blossom, KIHA 183 และรถด่วนสายคลาสสิก
ในบทความ: รถไฟลอยน้ำ เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ (ลพบุรี) · ทางรถไฟสายมรณะ แม่น้ำแคว–ถ้ำกระแซ (กาญจนบุรี) · รถไฟสายเหนือข้ามขุนตาน สู่เชียงใหม่
เสียงจากผู้อ่าน
อยากให้เราจัดอันดับอะไร?
บอกมาได้เลย หัวข้อที่คนขอเยอะที่สุดจะได้เขียนก่อน