ข้ามไปยังเนื้อหา
MachidaRank เว็บจัดอันดับ
แนะนำ 10 เรื่อง

10 เรื่องน่ารู้ในวงการแก็ดเจ็ตและไอที อัปเดตสถิติและเทรนด์เทคโนโลยีปี 2026

เจาะลึก 10 ข้อเท็จจริงและสถิติสำคัญในวงการไอทีและแก็ดเจ็ตโลก ทั้งการเติบโตของคอมพิวเตอร์ปัญญาประดิษฐ์ ตลาดแว่นตาอัจฉริยะ และทิศทางอุปกรณ์สวมใส่ล่าสุด

กองบรรณาธิการ Machida อ่าน 26 นาที 0 วิว
10 เรื่องน่ารู้ในวงการแก็ดเจ็ตและไอที อัปเดตสถิติและเทรนด์เทคโนโลยีปี 2026
ภาพประกอบสร้างโดย MachidaRank เว็บจัดอันดับ (AI)
ไปยังหัวข้อ
  1. 01คอมพิวเตอร์ AI PC ยึดสัดส่วนเกินครึ่งของตลาดแล็ปท็อปและคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล
  2. 02แว่นตาอัจฉริยะผสาน AI เติบโตก้าวกระโดดและได้รับความนิยมในชีวิตประจำวัน
  3. 03ตลาดอุปกรณ์สวมใส่ขยายตัวทะลุหลักแสนล้านดอลลาร์สหรัฐ
  4. 04หูฟังไร้สายยังคงครองปริมาณชิ้นส่วนหลักในตลาดอุปกรณ์สวมใส่
  5. 05แหวนอัจฉริยะก้าวขึ้นเป็นทางเลือกใหม่ที่น่าจับตาสำหรับการวัดสุขภาพ
  6. 06สองยักษ์ใหญ่ผูกขาดส่วนแบ่งตลาดสมาร์ตโฟนกลุ่มพรีเมียมทั่วโลก
  7. 07ตลาดสมาร์ตโฟนโลกเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนชิปหน่วยความจำ
  8. 08Apple ครองบัลลังก์แท็บเล็ตโลกท่ามกลางรอบการอัปเกรดที่ยาวขึ้น
  9. 09การใช้จ่ายด้านโครงสร้างพื้นฐาน AI โลกทะยานแตะ 2.7 ล้านล้านดอลลาร์
  10. 10ยานยนต์ไฟฟ้าก้าวสู่มาตรฐานใหม่ด้วยสัดส่วนยอดขาย 1 ใน 4 ทั่วโลก

ความเคลื่อนไหวในวงการเทคโนโลยีและแก็ดเจ็ตก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็วและทวีความน่าสนใจยิ่งขึ้นในช่วงปี 2568 ถึง 2569 การผสานพลังของปัญญาประดิษฐ์เข้ากับฮาร์ดแวร์ในชีวิตประจำวันไม่ได้เป็นเพียงแนวคิดทดลองอีกต่อไป แต่กลายมาเป็นแกนกลางหลักที่กำหนดทิศทางของอุปกรณ์สำหรับผู้ใช้งานทั่วโลก ตั้งแต่คอมพิวเตอร์พกพา แว่นตาอัจฉริยะ ไปจนถึงแหวนตรวจวัดสุขภาพขนาดเล็กที่สวมบนนิ้วมือ การเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างอุตสาหกรรมในปัจจุบันไม่ได้ส่งผลกระทบเฉพาะนักพัฒนาหรือแบรนด์เทคโนโลยีเท่านั้น แต่ยังสร้างแรงกระเพื่อมโดยตรงต่อพฤติกรรมของผู้บริโภค ไม่ว่าจะเป็นรอบการเปลี่ยนสมาร์ตโฟนที่ยาวนานขึ้น ความต้องการหน่วยประมวลผลที่รองรับฟังก์ชันการทำงานแบบอัตโนมัติเฉพาะตัว หรือแม้กระทั่งการเลือกใช้อุปกรณ์สวมใส่เพื่อจัดการวิถีชีวิตส่วนบุคคลอย่างแม่นยำ บทความนี้ MachidaRank ได้รวบรวม 10 ข้อเท็จจริง สถิติ และแนวโน้มสำคัญที่น่าจับตามองในหมวดแก็ดเจ็ตและไอที ซึ่งประมวลผลจากข้อมูลการตลาดและสถาบันวิจัยชั้นนำระดับสากล เพื่อช่วยให้ผู้อ่านเข้าใจภาพรวมความเปลี่ยนแปลงและสามารถนำข้อมูลเชิงลึกเหล่านี้ไปปรับใช้ในการวางแผนเลือกซื้อแก็ดเจ็ตชิ้นต่อไปได้อย่างคุ้มค่าที่สุด

คัดเลือกอย่างไร

บทความนี้คัดสรรและประมวลข้อมูลจากรายงานสถิติยอดการส่งมอบ การวิจัยตลาด และแนวโน้มเทคโนโลยีล่าสุดประจำปี 2568 ถึง 2569 จากองค์กรวิจัยชั้นนำระดับสากล เช่น Gartner, IDC, Canalys, Omdia และ Grand View Research โดยเน้นหัวข้อที่มีความเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างและส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจซื้อแก็ดเจ็ตของผู้บริโภคทั่วไปมาก

ทั้ง 10 รายการ

01

คอมพิวเตอร์ AI PC ยึดสัดส่วนเกินครึ่งของตลาดแล็ปท็อปและคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล

ก้าวสำคัญของคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลที่มาพร้อมระบบประมวลผลเฉพาะทาง

เทรนด์เปลี่ยนโลกไอทีสัดส่วนตลาด 55%

คอมพิวเตอร์ AI PC ยึดสัดส่วนเกินครึ่งของตลาดแล็ปท็อปและคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล — 10 เรื่องน่ารู้ในวงการแก็ดเจ็ตและไอที อัปเดตสถิติและเทรนด์เทคโนโลยีปี 2026
ภาพ:freepik.com

ยุคทองของคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลรุ่นใหม่กำลังเริ่มต้นขึ้นด้วยการนำหน่วยประมวลผลประสาท หรือ NPU (Neural Processing Unit) เข้ามาติดตั้งในชิปประมวลผลระดับฮาร์ดแวร์ ส่งผลให้อุปกรณ์ที่เรียกว่า AI PC กลายเป็นมาตรฐานใหม่ของตลาดคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลทั่วโลกอย่างรวดเร็ว โดยมีการประเมินว่าคอมพิวเตอร์กลุ่มนี้จะครองสัดส่วนการส่งมอบสูงถึงราวร้อยละ 55 ของตลาดรวม

ความแตกต่างหลักที่ทำให้ AI PC ก้าวล้ำกว่าคอมพิวเตอร์รุ่นเดิมคือความสามารถในการประมวลผลโมเดลภาษาและฟังก์ชันปัญญาประดิษฐ์ได้โดยตรงบนเครื่อง (On-device Processing) โดยไม่ต้องพึ่งพาระบบคลาวด์ตลอดเวลา ส่งผลให้การทำงานมีความปลอดภัยในระดับข้อมูลส่วนตัวสูงขึ้น ลดระยะเวลาหน่วง และทำงานได้ลื่นไหลแม้ไม่มีการเชื่อมต่อเครือข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง

สำหรับผู้บริโภคและคนทำงาน การเปลี่ยนผ่านนี้นำมาซึ่งฟังก์ชันจัดการงานอัตโนมัติ การแปลภาษาแบบเรียลไทม์ และการสร้างสรรค์คอนเทนต์ที่ประหยัดพลังงานแบตเตอรี่ได้เหนือกว่าเดิมหลายเท่า ทำให้ผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนอุปกรณ์บ่อยครั้งและได้ประสิทธิภาพการทำงานต่อวัตต์ที่ยอดเยี่ยมขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

สัดส่วนในตลาดรวม
55%
จำนวนส่งมอบคาดการณ์
143 ล้านเครื่อง
หน่วยงานสำรวจ
Gartner
ปีของข้อมูล
2569
  • ชิปประมวลผล NPU บนตัวเครื่องรองรับการทำงานอัตโนมัติโดยตรง
  • ความปลอดภัยของข้อมูลสูงขึ้นด้วยการประมวลผลแบบออฟไลน์
  • การประหยัดพลังงานของแบตเตอรี่พัฒนาขึ้นอย่างก้าวกระโดด

จุดเด่น

  • ประมวลผลฟังก์ชันอัจฉริยะโดยไม่ต้องต่ออินเทอร์เน็ต
  • ช่วยยืดอายุการใช้งานแบตเตอรี่พกพาให้ยาวนานขึ้น

ข้อควรรู้

  • แอปพลิเคชันบางตัวยังอยู่ระหว่างการปรับแต่งให้ดึงประสิทธิภาพ NPU มาใช้ได้เต็มที่

เหมาะกับใคร

เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการอัปเกรดคอมพิวเตอร์เพื่อรองรับงานตัดต่อ กราฟิก และการจัดการข้อมูลเชิงลึกในระยะยาว 3-5 ปีข้างหน้า

02

แว่นตาอัจฉริยะผสาน AI เติบโตก้าวกระโดดและได้รับความนิยมในชีวิตประจำวัน

การปฏิวัติแว่นตาแฟชั่นสู่อุปกรณ์ผู้ช่วยส่วนตัวด้วยคำสั่งเสียง

แก็ดเจ็ตดาวรุ่งยอดขายสะสมกว่า 7 ล้านชิ้น

แว่นตาอัจฉริยะผสาน AI เติบโตก้าวกระโดดและได้รับความนิยมในชีวิตประจำวัน — 10 เรื่องน่ารู้ในวงการแก็ดเจ็ตและไอที อัปเดตสถิติและเทรนด์เทคโนโลยีปี 2026
ภาพ:inkl.com

แว่นตาอัจฉริยะ (AI Smart Glasses) ที่พัฒนาร่วมกันระหว่างบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำอย่าง Meta และผู้ผลิตแว่นตาระดับโลก EssilorLuxottica สร้างปรากฏการณ์ยอดขายสะสมทะลุ 7 ล้านชิ้น สะท้อนให้เห็นว่าอุปกรณ์ช่วยการมองเห็นที่ติดตั้งระบบปัญญาประดิษฐ์ไม่ได้ถูกจำกัดอยู่เพียงกลุ่มผู้หลงใหลเทคโนโลยีเฉพาะทางอีกต่อไป

สิ่งที่ทำให้อุปกรณ์ชิ้นนี้ได้รับความนิยมแพร่หลายคือการออกแบบที่เน้นความสวยงาม สวมใส่สบาย ไม่ต่างจากแว่นสายตาหรือแว่นกันแดดทั่วไป แต่ซ่อนไมโครโฟน ลำโพงสั่งการ และกล้องถ่ายภาพขนาดเล็กไว้ได้อย่างแนบเนียน พร้อมผู้ช่วยสั่งงานด้วยเสียงที่พร้อมตอบคำถาม แปลป้ายข้อความ หรือให้คำแนะนำเกี่ยวกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้าได้ทันที

การผสานเทคโนโลยีให้กลมกลืนกับชีวิตประจำวันกลายเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้ Meta สามารถครองส่วนแบ่งการตลาดแว่นตาประเภทนี้ได้มากกว่าร้อยละ 80 ในช่วงต้นปี 2569 ถือเป็นหมุดหมายที่ตอกย้ำว่าผู้บริโภคให้ความสนใจกับอุปกรณ์ที่สวมใส่ง่ายมากกว่าแว่นตาเสมือนจริงขนาดใหญ่ที่มีน้ำหนักมาก

สัดส่วนในตลาดรวม
81.3% (ส่วนแบ่งของผู้นำตลาด)
จำนวนส่งมอบคาดการณ์
มากกว่า 7 ล้านชิ้น
หน่วยงานสำรวจ
EssilorLuxottica / Omdia
ปีของข้อมูล
2568-2569
  • ดีไซน์แฟชั่นที่สวมใส่ได้จริงเหมือนแว่นตาทั่วไป
  • ความสามารถตอบคำถามและแปลภาษาจากสิ่งที่สายตามองเห็น
  • ยอดจำหน่ายเติบโตสูงขึ้นกว่า 3 เท่าตัวจากช่วงปีก่อนหน้า

จุดเด่น

  • น้ำหนักเบาและมีความสวยงามตามมาตรฐานแว่นแฟชั่น
  • สั่งงานด้วยเสียงได้อย่างสะดวกโดยไม่ต้องหยิบสมาร์ตโฟน

ข้อควรรู้

  • ความจุของแบตเตอรี่ยังจำกัดที่การใช้งานต่อเนื่องเพียงไม่กี่ชั่วโมง

เหมาะกับใคร

เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการบันทึกภาพถ่ายแบบมุมมองบุคคลที่หนึ่ง และต้องการความสะดวกในการฟังเสียงหรือสอบถามข้อมูลขณะเดินทาง

03

ตลาดอุปกรณ์สวมใส่ขยายตัวทะลุหลักแสนล้านดอลลาร์สหรัฐ

แนวโน้มการเติบโตของแกดเจ็ตติดตามสุขภาพระดับโลก

มูลค่าตลาดสูงสุดมูลค่า 103.1 พันล้านดอลลาร์

ตลาดอุปกรณ์สวมใส่ขยายตัวทะลุหลักแสนล้านดอลลาร์สหรัฐ — 10 เรื่องน่ารู้ในวงการแก็ดเจ็ตและไอที อัปเดตสถิติและเทรนด์เทคโนโลยีปี 2026
ภาพ:corfit.in

อุตสาหกรรมอุปกรณ์เทคโนโลยีสวมใส่ (Wearable Technology) ก้าวเข้าสู่หลักชัยสำคัญด้วยมูลค่าตลาดทั่วโลกที่คาดการณ์ว่าจะสูงแตะ 103.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2569 ซึ่งเติบโตอย่างมั่นคงต่อเนื่องมาจากมูลค่า 92.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปีก่อนหน้า แสดงถึงบทบาทของอุปกรณ์เหล่านี้ที่ได้กลายมาเป็นปัจจัยสำคัญในชีวิตผู้คน

แรงขับเคลื่อนหลักยังคงมาจากอุปกรณ์ประเภทสวมข้อมือ ไม่ว่าจะเป็นสมาร์ตวอทช์หรือสายรัดข้อมือเพื่อสุขภาพ ซึ่งกวาดสัดส่วนรายได้ไปมากกว่าร้อยละ 51 ของตลาดทั้งหมด ปัจจัยสำคัญคือความแม่นยำของเซนเซอร์ตรวจวัดสุขภาพระดับชีวมาตรที่ได้รับการพัฒนาจนใกล้เคียงกับอุปกรณ์เกรดทางการแพทย์มากขึ้น

นอกจากกลุ่มผู้รักสุขภาพทั่วไปแล้ว ภาคธุรกิจประกันสุขภาพและการดูแลผู้สูงวัยยังเป็นอีกแรงผลักดันสำคัญที่นำอุปกรณ์สวมใส่เข้ามาใช้เพื่อตรวจวัดภาวะสุขภาพเชิงป้องกัน ส่งผลให้อุปกรณ์กลุ่มนี้ยังคงเป็นหนึ่งในกลุ่มสินค้าไอทีที่มีอัตราความต้องการต่อเนื่องอย่างเหนียวแน่น

สัดส่วนในตลาดรวม
51.4% (เฉพาะกลุ่มสวมข้อมือ)
จำนวนส่งมอบคาดการณ์
103.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (มูลค่าตลาด)
หน่วยงานสำรวจ
Grand View Research
ปีของข้อมูล
2569
  • มูลค่าตลาดรวมพุ่งทะยานแตะหลัก 1 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ
  • กลุ่มสินค้าข้อมือครองสัดส่วนรายได้หลักเกินกว่าครึ่งหนึ่ง
  • การตรวจวัดค่าสุขภาพชีวมาตรมีความแม่นยำสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

จุดเด่น

  • มีแอปพลิเคชันรองรับหลากหลายและการแจ้งเตือนครบวงจร
  • ช่วยติดตามข้อมูลสุขภาพเชิงป้องกันได้อย่างสม่ำเสมอ

ข้อควรรู้

  • การเปลี่ยนผ่านรุ่นใหม่ของผู้บริโภคเริ่มชะลอตัวลงเนื่องจากรุ่นเก่าใช้งานได้ดีอยู่แล้ว

เหมาะกับใคร

เหมาะสำหรับทุกคนที่ใส่ใจในสุขภาพและต้องการตัวช่วยในการวางแผนการออกกำลังกายรวมถึงการนอนหลับอย่างเป็นระบบ

04

หูฟังไร้สายยังคงครองปริมาณชิ้นส่วนหลักในตลาดอุปกรณ์สวมใส่

อุปกรณ์พื้นฐานที่ทุกคนต้องมีติดตัวสำหรับเสียงดนตรีและการสื่อสาร

ยอดส่งมอบสูงสุดสัดส่วนส่งมอบ 66%

หูฟังไร้สายยังคงครองปริมาณชิ้นส่วนหลักในตลาดอุปกรณ์สวมใส่ — 10 เรื่องน่ารู้ในวงการแก็ดเจ็ตและไอที อัปเดตสถิติและเทรนด์เทคโนโลยีปี 2026
ภาพ:amazon.com

แม้ว่าสมาร์ตวอทช์จะสร้างมูลค่ารายได้เป็นกอบเป็นกำ แต่ในแง่ของปริมาณการส่งมอบอุปกรณ์เป็นจำนวนชิ้น กลุ่มหูฟังไร้สายและอุปกรณ์เสียงสวมใส่ (Hearables) ยังคงครองความยิ่งใหญ่ด้วยสัดส่วนราว 2 ใน 3 หรือประมาณร้อยละ 66 ของปริมาณสินค้าทั้งหมดในตลาดอุปกรณ์สวมใส่ทั่วโลก

ความสำเร็จอันยาวนานของหูฟังไร้สายเกิดขึ้นจากการที่อุปกรณ์ชนิดนี้กลายมาเป็นส่วนขยายพื้นฐานของสมาร์ตโฟน การตัดช่องเสียบหูฟัง 3.5 มิลลิเมตรออกจากมือถือยุคใหม่ผลักดันให้ผู้บริโภคจำเป็นต้องมีหูฟังไร้สายอย่างน้อยหนึ่งคู่ติดตัวเสมอ

นอกจากนี้ เทคโนโลยีตัดเสียงรบกวนภายนอก (Active Noise Cancellation) และระบบเสียงตามตำแหน่งศีรษะ (Spatial Audio) ยังได้รับการถ่ายทอดลงมาสู่หูฟังในระดับราคาจับต้องได้ง่าย ทำให้ยอดจำหน่ายในกลุ่มนี้ยังคงมีปริมาณการหมุนเวียนสูงที่สุดในบรรดาแกดเจ็ตสวมใส่ทั้งหมด

สัดส่วนในตลาดรวม
ประมาณ 66% (สัดส่วนจำนวนชิ้น)
จำนวนส่งมอบคาดการณ์
2 ใน 3 ของสินค้าสวมใส่ทั่วโลก
หน่วยงานสำรวจ
IDC Insights
ปีของข้อมูล
2569
  • ครองปริมาณการผลิตและส่งมอบมากที่สุดในกลุ่มสินค้าสวมใส่
  • เทคโนโลยีตัดเสียงรบกวนระดับพรีเมียมมีให้เลือกในราคาที่เข้าถึงง่าย
  • กลายเป็นอุปกรณ์ประจำตัวที่ใช้งานร่วมกับสมาร์ตโฟนทุกวัน

จุดเด่น

  • พกพาสะดวก ใช้งานร่วมกับทุกอุปกรณ์ได้อย่างลื่นไหล
  • ระบบตัดเสียงช่วยเพิ่มสมาธิในการทำงานในพื้นที่สาธารณะ

ข้อควรรู้

  • แบตเตอรี่ในตัวมีขนาดเล็กและมีอายุการเสื่อมสภาพตามรอบการชาร์จ

เหมาะกับใคร

เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความคล่องตัวในการฟังเพลง คุยโทรศัพท์ หรือต้องการตัดเสียงรบกวนรอบข้างระหว่างทำงานและการเดินทาง

05

แหวนอัจฉริยะก้าวขึ้นเป็นทางเลือกใหม่ที่น่าจับตาสำหรับการวัดสุขภาพ

ความสะดวกสบายของการตรวจวัดสุขภาพผ่านนิ้วมือโดยปราศจากหน้าจอ

อุปกรณ์เพื่อสุขภาพยอดนิยมยอดส่งมอบ 4.9 ล้านวง

แหวนอัจฉริยะก้าวขึ้นเป็นทางเลือกใหม่ที่น่าจับตาสำหรับการวัดสุขภาพ — 10 เรื่องน่ารู้ในวงการแก็ดเจ็ตและไอที อัปเดตสถิติและเทรนด์เทคโนโลยีปี 2026
ภาพ:amazon.com

อุปกรณ์ตรวจวัดสุขภาพขนาดเล็กในรูปแบบแหวนอัจฉริยะ (Smart Ring) ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยมีการคาดการณ์ยอดส่งมอบทั่วโลกในปี 2569 ว่าจะขยายตัวแตะระดับ 4.9 ล้านวง เติบโตขึ้นถึงร้อยละ 12.8 เมื่อเทียบกับช่วงปีก่อนหน้า

จุดเด่นอันเป็นเอกลักษณ์ที่ทำให้แหวนอัจฉริยะสามารถเจาะกลุ่มผู้บริโภคได้ คือความกะทัดรัด น้ำหนักเบา และไร้หน้าจอแสดงผลรบกวนสายตา โดยอาศัยการตรวจวัดชีพจร อุณหภูมิผิวหนัง และความแปรปรวนของการเต้นหัวใจผ่านหลอดเลือดบริเวณนิ้วมือ ซึ่งให้ค่าความแม่นยำสูงเป็นพิเศษขณะนอนหลับ

แม้ว่าแบรนด์บุกเบิกอย่าง Oura จะยังคงครองตำแหน่งผู้นำตลาด แต่การลงมาแข่งขันของบรรดาผู้ผลิตสมาร์ตโฟนรายใหญ่ ทำให้ระบบนิเวศการใช้งานเชื่อมโยงกับอุปกรณ์อื่นๆ ได้อย่างไร้รอยต่อยิ่งขึ้น พร้อมส่งผลให้แหวนอัจฉริยะกลายเป็นแกดเจ็ตสุขภาพชิ้นโปรดของคนรุ่นใหม่ที่ไม่ชอบสวมนาฬิกานอน

สัดส่วนในตลาดรวม
เติบโต 12.8% YoY
จำนวนส่งมอบคาดการณ์
4.9 ล้านวง
หน่วยงานสำรวจ
IDC Wearable Tracker
ปีของข้อมูล
2569
  • ตรวจจับการฟื้นฟูของร่างกายและการนอนหลับอย่างมีประสิทธิภาพสูง
  • สวมใส่สบายตลอด 24 ชั่วโมงโดยไม่มีแสงหน้าจอสะท้อนรบกวน
  • อายุการใช้งานแบตเตอรี่ต่อการชาร์จหนึ่งครั้งยาวนานหลายวัน

จุดเด่น

  • น้ำหนักเบา ไม่รู้สึกเกะกะระหว่างการนอนหลับ
  • แบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนานกว่านาฬิกาสมาร์ตวอทช์ทั่วไป

ข้อควรรู้

  • การเลือกขนาดแหวนต้องวัดให้พอดีกับนิ้ว ไม่สามารถปรับสายเหมือนนาฬิกาได้

เหมาะกับใคร

เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเน้นตรวจวัดคุณภาพการนอนหลับและการฟื้นตัวของร่างกาย โดยไม่อยากใส่นาฬิกาข้อมือเวลานอน

06

สองยักษ์ใหญ่ผูกขาดส่วนแบ่งตลาดสมาร์ตโฟนกลุ่มพรีเมียมทั่วโลก

ความทรงอิทธิพลของระบบนิเวศในกลุ่มสมาร์ตโฟนระดับท็อป

เสาหลักตลาดเรือธงส่วนแบ่งรวมกัน 84%

สองยักษ์ใหญ่ผูกขาดส่วนแบ่งตลาดสมาร์ตโฟนกลุ่มพรีเมียมทั่วโลก — 10 เรื่องน่ารู้ในวงการแก็ดเจ็ตและไอที อัปเดตสถิติและเทรนด์เทคโนโลยีปี 2026
ภาพ:phone-expert.com.au

ในตลาดสมาร์ตโฟนกลุ่มระดับบนหรือพรีเมียม (Premium Segment) ที่มีราคาเครื่องค่อนข้างสูง มีข้อเท็จจริงที่น่าสนใจคือแบรนด์ผู้นำอย่าง Apple และ Samsung สามารถครองส่วนแบ่งยอดขายรวมกันได้สูงถึงร้อยละ 84 ตอกย้ำภาพความแข็งแกร่งของระบบนิเวศบริการที่คู่แข่งรายอื่นยากจะเจาะทะลุได้

ความได้เปรียบดังกล่าวเกิดจากการสะสมฐานผู้ใช้งานที่เหนียวแน่น การส่งมอบอัปเดตระบบปฏิบัติการที่ยาวนานหลายปี และความเชื่อมั่นในคุณภาพการประกอบ รวมถึงมูลค่าราคาขายต่อของตัวเครื่องที่ยังคงรักษาระดับได้ดีกว่าแบรนด์ระดับรอง

แม้จะมีแบรนด์ผู้ผลิตรายใหม่พยายามส่งสมาร์ตโฟนจอพับหรือรุ่นเรือธงเข้ามาท้าทาย แต่ความแข็งแกร่งของบริการเชื่อมต่อและอุปกรณ์เสริมที่ทำงานร่วมกันอย่างเป็นเนื้อเดียว ทำให้ผู้ใช้งานในกลุ่มไฮเอนด์ส่วนใหญ่ยังคงเลือกอยู่กับสองแบรนด์หลักนี้ต่อไปอย่างต่อเนื่อง

สัดส่วนในตลาดรวม
84% (ส่วนแบ่งของ 2 แบรนด์รวมกัน)
จำนวนส่งมอบคาดการณ์
ครองตลาดสมาร์ตโฟนพรีเมียมโลก
หน่วยงานสำรวจ
Canalys / Counterpoint
ปีของข้อมูล
2569
  • Apple และ Samsung ครองส่วนแบ่งยอดขายระดับบนถึงร้อยละ 84
  • ระบบนิเวศของอุปกรณ์เชื่อมโยงกันอย่างสมบูรณ์แบบ
  • การสนับสนุนซอฟต์แวร์และการอัปเดตความปลอดภัยระยะยาว

จุดเด่น

  • ความเสถียรของระบบและการบริการหลังการขายที่มั่นใจได้
  • เชื่อมต่อการทำงานกับแท็บเล็ตและคอมพิวเตอร์ได้อย่างคล่องตัว

ข้อควรรู้

  • การสลับย้ายระบบปฏิบัติการทำได้ยากขึ้นเนื่องจากติดระบบนิเวศเดิม

เหมาะกับใคร

เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความมั่นใจในระยะยาว ทั้งเรื่องความปลอดภัยของข้อมูล การใช้งานแอปพลิเคชัน และบริการศูนย์ซ่อมที่ครอบคลุม

07

ตลาดสมาร์ตโฟนโลกเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนชิปหน่วยความจำ

การปรับตัวของอุตสาหกรรมมือถือท่ามกลางวิกฤตชิ้นส่วนและต้นทุน

สถิติการตลาดสำคัญยอดส่งมอบ 255.3 ล้านเครื่อง

ตลาดสมาร์ตโฟนโลกเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนชิปหน่วยความจำ — 10 เรื่องน่ารู้ในวงการแก็ดเจ็ตและไอที อัปเดตสถิติและเทรนด์เทคโนโลยีปี 2026
ภาพ:fotoblend / Pixabay

ภาพรวมของตลาดสมาร์ตโฟนทั่วโลกในช่วงไตรมาสที่สามของปี 2569 ได้รับผลกระทบจากความผันผวนของห่วงโซ่อุปทานอย่างรุนแรง ส่งผลให้ยอดส่งมอบสมาร์ตโฟนทั่วโลกลดลงถึงร้อยละ 22.0 เทียบกับปีก่อนหน้า เหลือเพียง 255.3 ล้านเครื่อง ซึ่งนับเป็นการปรับตัวลงที่น่าจับตามองที่สุดรอบหนึ่ง

สาเหตุสำคัญเกิดจากต้นทุนชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ โดยเฉพาะชิปหน่วยความจำ (RAM และ Flash Storage) ที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมาก เนื่องจากกำลังการผลิตของโรงงานเซมิคอนดักเตอร์ถูกจัดสรรไปป้อนให้กับเซิร์ฟเวอร์ดาต้าเซ็นเตอร์สำหรับประมวลผลโมเดล AI ขนาดใหญ่

การเพิ่มขึ้นของต้นทุนดังกล่าวส่งผลให้ผู้ผลิตต้องปรับราคาจำหน่ายหน้าป้ายสูงขึ้น หรือลดการส่งมอบรุ่นราคาประหยัดลง ท่ามกลางสถานการณ์นี้ Samsung ยังคงสามารถรักษาตำแหน่งผู้นำส่วนแบ่งตลาดอันดับหนึ่งเอาไว้ได้ที่ร้อยละ 22.6 ด้วยการมีโรงงานผลิตชิ้นส่วนหน่วยความจำของตนเอง

สัดส่วนในตลาดรวม
22.6% (ส่วนแบ่งของผู้นำอันดับ 1)
จำนวนส่งมอบคาดการณ์
255.3 ล้านเครื่อง (ลดลง 22.0% YoY)
หน่วยงานสำรวจ
IDC Worldwide Mobile Tracker
ปีของข้อมูล
2569
  • ยอดส่งมอบทั่วโลกลดลงร้อยละ 22.0 จากปัญหาต้นทุนการผลิต
  • โรงงานชิปหันไปป้อนวัตถุดิบให้เซิร์ฟเวอร์ปัญญาประดิษฐ์มากขึ้น
  • Samsung ยังคงครองเบอร์ 1 ในตลาดรวมด้วยส่วนแบ่งร้อยละ 22.6

จุดเด่น

  • สมาร์ตโฟนรุ่นใหม่ได้รับการออกแบบให้มีความทนทานและใช้งานได้นานขึ้น
  • ซอฟต์แวร์ได้รับการพัฒนาให้ใช้ทรัพยากรตัวเครื่องได้อย่างคุ้มค่า

ข้อควรรู้

  • สมาร์ตโฟนรุ่นราคาประหยัดอาจมีตัวเลือกน้อยลงและราคาสูงขึ้นเล็กน้อย

เหมาะกับใคร

ผู้ใช้ที่มีสมาร์ตโฟนรุ่นเดิมที่ยังทำงานได้ดีสามารถรอจังหวะราคาหรือโปรโมชันช่วงลดหย่อนภาษีและการจัดโปรของค่ายมือถือก่อนตัดสินใจเปลี่ยนเครื่องใหม่

08

Apple ครองบัลลังก์แท็บเล็ตโลกท่ามกลางรอบการอัปเกรดที่ยาวขึ้น

ความนิยมที่ยังไร้คู่แข่งในกลุ่มอุปกรณ์จอสัมผัสเพื่อการเรียนและสร้างสรรค์

ผู้นำตลาดแท็บเล็ตส่วนแบ่งตลาด 38%

Apple ครองบัลลังก์แท็บเล็ตโลกท่ามกลางรอบการอัปเกรดที่ยาวขึ้น — 10 เรื่องน่ารู้ในวงการแก็ดเจ็ตและไอที อัปเดตสถิติและเทรนด์เทคโนโลยีปี 2026
ภาพ:apple.com

ตลาดแท็บเล็ตทั่วโลกกำลังเผชิญกับการปรับฐานครั้งใหญ่ เมื่อตัวเลขยอดส่งมอบในไตรมาส 2 ปี 2569 ลดลงถึง 12.3% เมื่อเทียบรายปี เหลือเพียง 33.6 ล้านเครื่อง การชะลอตัวนี้เกิดจากแรงกดดันด้านต้นทุนชิ้นส่วน ผสานกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่มีรอบการอัปเกรดยาวนานขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากแท็บเล็ตมีอายุการใช้งานยาวนานและไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนบ่อยเหมือนสมาร์ตโฟน ส่งผลให้ยอดขายโดยรวมของตลาดเติบโตช้าลงอย่างต่อเนื่อง

สิ่งที่สร้างความแตกต่างและทำให้ประเด็นนี้น่าจับตามอง คือความสามารถของ Apple ในการรักษาสถานะผู้นำไว้อย่างเหนียวแน่น ท่ามกลางภาวะตลาดที่หดตัวอย่างรุนแรง Apple ยังคงกวาดส่วนแบ่งตลาดไปสูงถึง 38% ด้วยยอดส่งมอบ 13.5 ล้านเครื่อง ทิ้งห่างคู่แข่งอันดับสองอย่าง Samsung ที่ทำยอดส่งมอบได้ราว 6 ล้านเครื่อง หรือเกือบ 6 ล้านเครื่อง แสดงให้เห็นว่าแม้ผู้ใช้จะชะลอการซื้อ แต่เมื่อถึงเวลาอัปเกรด ตัวเลือกส่วนใหญ่ยังคงเทน้ำหนักไปที่แบรนด์ผู้นำอย่างชัดเจน

สำหรับผู้บริโภคและคนทำงาน ข้อมูลนี้สะท้อนประโยชน์เชิงลึกว่าความคุ้มค่าของการลงทุนใน iPad นั้นเชื่อมโยงกับระบบนิเวศซอฟต์แวร์ที่แข็งแกร่ง แอปพลิเคชันเฉพาะทางทั้งด้านการศึกษา งานวาดภาพ และการตัดต่อวิดีโอถูกออกแบบให้ทำงานร่วมกับปากกาสไตลัสได้อย่างลงตัว ความเสถียรและอายุการใช้งานที่ยาวนานนี้ยืนยันว่า การเลือกซื้อแท็บเล็ตในยุคนี้ไม่จำเป็นต้องตามรอบการเปิดตัวทุกปี แต่ควรเน้นรุ่นที่รองรับการอัปเดตระบบปฏิบัติการระยะยาว เพื่อให้ตอบโจทย์การทำงานข้ามสายงานได้อย่างคุ้มค่าที่สุด

สัดส่วนในตลาดรวม
38% (ส่วนแบ่งของ Apple)
จำนวนส่งมอบคาดการณ์
13.5 ล้านเครื่อง (จากตลาดรวม 33.6 ล้านเครื่อง)
หน่วยงานสำรวจ
Omdia / IDC Tracker
ปีของข้อมูล
2569
  • Apple กวาดส่วนแบ่งตลาดแท็บเล็ตร้อยละ 38 ทั่วโลก
  • ความหลากหลายของแอปพลิเคชันสำหรับงานสร้างสรรค์ยังคงนำหน้าคู่แข่ง
  • ผู้บริโภคมีรอบการใช้งานแท็บเล็ตเฉลี่ยยาวนานขึ้นเกิน 4 ปี

จุดเด่น

  • มีแอปพลิเคชันวาดรูปและจดบันทึกคุณภาพสูงให้เลือกใช้งานมากมาย
  • อายุการใช้งานยาวนานและได้รับการอัปเดตระบบสม่ำเสมอ

ข้อควรรู้

  • อุปกรณ์เสริมแท้ระดับโปร เช่น คีย์บอร์ดและปากกา มีราคาค่อนข้างสูง

เหมาะกับใคร

เหมาะสำหรับนักศึกษา นักวาดภาพประกอบ และผู้ที่ต้องการอุปกรณ์พกพาขนาดกะทัดรัดไว้จดบันทึกหรือตรวจเอกสารนอกสถานที่

09

การใช้จ่ายด้านโครงสร้างพื้นฐาน AI โลกทะยานแตะ 2.7 ล้านล้านดอลลาร์

โครงสร้างพื้นฐานเบื้องหลังความอัจฉริยะของแก็ดเจ็ตยุคดิจิทัล

การลงทุนระดับโลกมูลค่า 2.7 ล้านล้านดอลลาร์

การใช้จ่ายด้านโครงสร้างพื้นฐาน AI โลกทะยานแตะ 2.7 ล้านล้านดอลลาร์ — 10 เรื่องน่ารู้ในวงการแก็ดเจ็ตและไอที อัปเดตสถิติและเทรนด์เทคโนโลยีปี 2026
ภาพ:greenbot.com

เบื้องหลังความสามารถของแก็ดเจ็ตและแอปพลิเคชันอัจฉริยะที่เราใช้งานอยู่ทุกวันนี้ คือเม็ดเงินลงทุนมหาศาลในระบบโครงสร้างพื้นฐาน โดยการคาดการณ์จาก Gartner ระบุว่าการใช้จ่ายด้านปัญญาประดิษฐ์ทั่วโลกในปี 2569 จะพุ่งทะลุ 2.7 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ เติบโตขึ้นถึงร้อยละ 49.5 เทียบรายปี

การลงทุนก้อนมหึมานี้ถูกจัดสรรไปยังการสร้างศูนย์ข้อมูล (Data Center) การจัดซื้อชิปประมวลผลกราฟิกขั้นสูง และระบบเครือข่ายความเร็วสูง เพื่อรองรับการประมวลผลโมเดลภาษาขนาดใหญ่ที่ต้องตอบสนองผู้ใช้ทั่วโลกตลอดเวลา

เม็ดเงินเหล่านี้เปรียบเสมือนฐานรากที่ทำให้แก็ดเจ็ตส่วนบุคคลสามารถทำงานได้อย่างชาญฉลาด ไม่ว่าจะเป็นระบบตัดต่อภาพอัตโนมัติ การแปลภาษาแบบทันที หรือการสั่งการด้วยเสียงที่เป็นธรรมชาติ ซึ่งหากปราศจากการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานนี้ นวัตกรรมแก็ดเจ็ตยุคใหม่ก็ไม่อาจเกิดขึ้นได้

สัดส่วนในตลาดรวม
เติบโต 49.5% YoY
จำนวนส่งมอบคาดการณ์
2.7 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ
หน่วยงานสำรวจ
Gartner
ปีของข้อมูล
2569
  • เม็ดเงินลงทุนทั่วโลกพุ่งแตะ 2.7 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ
  • เน้นการขยายขีดความสามารถของเซิร์ฟเวอร์และโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์
  • เป็นแรงขับเคลื่อนเบื้องหลังฟังก์ชันอัจฉริยะบนอุปกรณ์พกพาทุกประเภท

จุดเด่น

  • ช่วยให้โมเดลประมวลผลมีความฉลาดและเข้าใจบริบทมนุษย์ได้ดียิ่งขึ้น
  • ขยายความสามารถของแอปพลิเคชันในชีวิตประจำวันอย่างไร้ขีดจำกัด

ข้อควรรู้

  • ความต้องการพลังงานไฟฟ้าและระบบหล่อเย็นของดาต้าเซ็นเตอร์เพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก

เหมาะกับใคร

ช่วยให้ผู้ใช้ทั่วไปเข้าใจว่าระบบแก็ดเจ็ตในมือเราพึ่งพาคลาวด์ระดับโลกอย่างไร และเหตุใดบริการซอฟต์แวร์บางอย่างจึงเปลี่ยนไปสู่โมเดลสมัครสมาชิก

10

ยานยนต์ไฟฟ้าก้าวสู่มาตรฐานใหม่ด้วยสัดส่วนยอดขาย 1 ใน 4 ทั่วโลก

การปฏิวัติยานยนต์สู่แก็ดเจ็ตขับเคลื่อนอัตโนมัติบนท้องถนน

เทคโนโลยีแห่งอนาคตสัดส่วนยอดขาย 25%

ยานยนต์ไฟฟ้าก้าวสู่มาตรฐานใหม่ด้วยสัดส่วนยอดขาย 1 ใน 4 ทั่วโลก — 10 เรื่องน่ารู้ในวงการแก็ดเจ็ตและไอที อัปเดตสถิติและเทรนด์เทคโนโลยีปี 2026
ภาพประกอบสร้างโดย MachidaRank เว็บจัดอันดับ (AI)

ยานยนต์ไฟฟ้า (Electric Vehicle) ได้กลายมาเป็นส่วนหนึ่งของหมวดหมู่แก็ดเจ็ตขนาดใหญ่ที่ขับเคลื่อนด้วยซอฟต์แวร์ โดยข้อมูลจากสภาการขนส่งสะอาดระหว่างประเทศระบุว่า รถยนต์ไฟฟ้ามีสัดส่วนยอดขายแตะร้อยละ 25 หรือคิดเป็น 1 ใน 4 ของยอดจำหน่ายรถยนต์ใหม่ทั้งหมดทั่วโลก ด้วยยอดรวมกว่า 20 ล้านคัน

ความน่าสนใจคือรถยนต์ไฟฟ้ายุคนี้ไม่ได้แข่งขันกันเพียงแค่ระยะทางวิ่งหรือความจุของแบตเตอรี่ แต่กำลังกลายร่างเป็น 'สมาร์ตโฟนติดล้อ' ที่มีระบบปฏิบัติการอัจฉริยะในตัว รองรับการอัปเดตแบบไร้สาย (OTA) และระบบช่วยขับขี่อัตโนมัติที่แม่นยำ

โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงประเทศไทย ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยมีสัดส่วนรถยนต์ใหม่ที่เป็นไฟฟ้าสูงถึงราวร้อยละ 27 ซึ่งแซงหน้าหลายภูมิภาค สะท้อนให้เห็นว่าผู้บริโภคเปิดรับเทคโนโลยีการขับเคลื่อนอัจฉริยะนี้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตอย่างเต็มตัวแล้ว

สัดส่วนในตลาดรวม
25% (1 ใน 4 ของรถยนต์ใหม่ทั่วโลก)
จำนวนส่งมอบคาดการณ์
กว่า 20 ล้านคัน
หน่วยงานสำรวจ
ICCT / IEA
ปีของข้อมูล
2568-2569
  • ยอดขายรถยนต์ใหม่ทั่วโลกเป็นรถยนต์ไฟฟ้าถึง 1 ใน 4 คัน
  • การควบคุมระบบในรถเปลี่ยนมาทำงานผ่านซอฟต์แวร์จอสัมผัสเป็นหลัก
  • ประเทศไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีอัตราการเติบโตของ EV ในระดับแถวหน้า

จุดเด่น

  • ประหยัดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานและการบำรุงรักษาในระยะยาว
  • ห้องโดยสารเงียบและมีเทคโนโลยีเชื่อมต่อแก็ดเจ็ตส่วนตัวได้อย่างสมบูรณ์

ข้อควรรู้

  • การกระจายตัวของสถานีชาร์จความเร็วสูงในต่างจังหวัดยังอยู่ระหว่างการขยายโครงข่าย

เหมาะกับใคร

เหมาะสำหรับผู้ที่เดินทางในเมืองเป็นประจำและต้องการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบยานยนต์ที่เชื่อมต่อกับแอปพลิเคชันบนสมาร์ตโฟนได้อย่างราบรื่น

เปรียบเทียบทั้ง 10 รายการ

#รายการสัดส่วนในตลาดรวมจำนวนส่งมอบคาดการณ์หน่วยงานสำรวจปีของข้อมูล
1คอมพิวเตอร์ AI PC ยึดสัดส่วนเกินครึ่งของตลาดแล็ปท็อปและคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล55%143 ล้านเครื่องGartner2569
2แว่นตาอัจฉริยะผสาน AI เติบโตก้าวกระโดดและได้รับความนิยมในชีวิตประจำวัน81.3% (ส่วนแบ่งของผู้นำตลาด)มากกว่า 7 ล้านชิ้นEssilorLuxottica / Omdia2568-2569
3ตลาดอุปกรณ์สวมใส่ขยายตัวทะลุหลักแสนล้านดอลลาร์สหรัฐ51.4% (เฉพาะกลุ่มสวมข้อมือ)103.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (มูลค่าตลาด)Grand View Research2569
4หูฟังไร้สายยังคงครองปริมาณชิ้นส่วนหลักในตลาดอุปกรณ์สวมใส่ประมาณ 66% (สัดส่วนจำนวนชิ้น)2 ใน 3 ของสินค้าสวมใส่ทั่วโลกIDC Insights2569
5แหวนอัจฉริยะก้าวขึ้นเป็นทางเลือกใหม่ที่น่าจับตาสำหรับการวัดสุขภาพเติบโต 12.8% YoY4.9 ล้านวงIDC Wearable Tracker2569
6สองยักษ์ใหญ่ผูกขาดส่วนแบ่งตลาดสมาร์ตโฟนกลุ่มพรีเมียมทั่วโลก84% (ส่วนแบ่งของ 2 แบรนด์รวมกัน)ครองตลาดสมาร์ตโฟนพรีเมียมโลกCanalys / Counterpoint2569
7ตลาดสมาร์ตโฟนโลกเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนชิปหน่วยความจำ22.6% (ส่วนแบ่งของผู้นำอันดับ 1)255.3 ล้านเครื่อง (ลดลง 22.0% YoY)IDC Worldwide Mobile Tracker2569
8Apple ครองบัลลังก์แท็บเล็ตโลกท่ามกลางรอบการอัปเกรดที่ยาวขึ้น38% (ส่วนแบ่งของ Apple)13.5 ล้านเครื่อง (จากตลาดรวม 33.6 ล้านเครื่อง)Omdia / IDC Tracker2569
9การใช้จ่ายด้านโครงสร้างพื้นฐาน AI โลกทะยานแตะ 2.7 ล้านล้านดอลลาร์เติบโต 49.5% YoY2.7 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐGartner2569
10ยานยนต์ไฟฟ้าก้าวสู่มาตรฐานใหม่ด้วยสัดส่วนยอดขาย 1 ใน 4 ทั่วโลก25% (1 ใน 4 ของรถยนต์ใหม่ทั่วโลก)กว่า 20 ล้านคันICCT / IEA2568-2569

เลือกแบบไหนดี?

สรุปสั้นๆ ว่าแต่ละรายการเหมาะกับใคร

บทสรุป

ภาพรวมของวงการแก็ดเจ็ตและไอทีกำลังเปลี่ยนผ่านจากยุคของการแข่งขันด้านสเปกฮาร์ดแวร์ล้วนๆ สู่การแข่งขันด้านการรวมระบบปัญญาประดิษฐ์และประสบการณ์ใช้งานที่ตอบสนองความต้องการเฉพาะบุคคลอย่างแท้จริง การชะลอตัวของยอดขายสมาร์ตโฟนและแท็บเล็ตเป็นภาพสะท้อนว่าผู้บริโภคเลือกซื้ออุปกรณ์อย่างรอบคอบยิ่งขึ้น ขณะเดียวกัน อุปกรณ์สวมใส่รุ่นใหม่อย่างแว่นตาอัจฉริยะและแหวนวัดสุขภาพกำลังเปิดพรมแดนใหม่ของเทคโนโลยีแบบพกพา การติดตามข้อมูลสถิติเหล่านี้จึงช่วยให้เรามองเห็นอนาคตของอุปกรณ์ดิจิทัลได้อย่างรอบด้านและรู้เท่าทันเทคโนโลยี

อ่านเพิ่มในหัวข้อแก็ดเจ็ตและไอที59สมาร์ตโฟน25เทคโนโลยี6

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  1. 1.kompas.com
  2. 2.fonearena.com
  3. 3.gartner.com
  4. 4.toobit.com
  5. 5.roadtovr.com
  6. 6.investing.com
  7. 7.grandviewresearch.com
  8. 8.idc.com
  9. 9.theicct.org
  10. 10.iea.org
  11. 11.idc.com
  12. 12.informa.com
  13. 13.gartner.com
  14. 14.facebook.com
  15. 15.newmarketpitch.com
  16. 16.businessresearchinsights.com
  17. 17.bnef.com

คำถามที่พบบ่อย

AI PC แตกต่างจากคอมพิวเตอร์แล็ปท็อปทั่วไปอย่างไร?

AI PC แตกต่างตรงที่มีการติดตั้งชิปประมวลผลโครงข่ายประสาท (NPU) โดยเฉพาะบนตัวฮาร์ดแวร์ ทำให้สามารถรันโมเดลปัญญาประดิษฐ์ แปลภาษา หรือประมวลผลงานภาพได้โดยตรงบนเครื่องแบบออฟไลน์ ช่วยประหยัดแบตเตอรี่และเพิ่มความปลอดภัยของข้อมูลส่วนตัวได้มากกว่าคอมพิวเตอร์ทั่วไป

ทำไมยอดส่งมอบสมาร์ตโฟนทั่วโลกถึงลดลงในปี 2569?

ปัจจัยหลักเกิดจากต้นทุนชิปหน่วยความจำที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมาก เนื่องจากผู้ผลิตชิปเซมิคอนดักเตอร์หันไปเน้นผลิตชิปสำหรับเซิร์ฟเวอร์ดาต้าเซ็นเตอร์ AI ส่งผลให้ราคาชิ้นส่วนมือถือขยับสูงขึ้น ประกอบกับผู้บริโภคมีพฤติกรรมใช้งานสมาร์ตโฟนเครื่องเดิมยาวนานขึ้นกว่าในอดีต

แหวนอัจฉริยะสามารถใช้งานแทนสมาร์ตวอทช์ได้เลยหรือไม่?

แหวนอัจฉริยะสามารถทดแทนการตรวจวัดสุขภาพพื้นฐานอย่างการนอนหลับ อัตราการเต้นหัวใจ และอุณหภูมิร่างกายได้เป็นอย่างดี แต่ยังไม่สามารถทดแทนการแสดงผลข้อความแจ้งเตือน การรับสายโทรเข้า หรือการดูแผนที่ระหว่างออกกำลังกายได้เนื่องจากไม่มีหน้าจอแสดงผล

แว่นตาอัจฉริยะพร้อมกล้องมีความปลอดภัยเรื่องความเป็นส่วนตัวแค่ไหน?

แว่นตาอัจฉริยะรุ่นมาตรฐานสากลในปัจจุบันมีการติดตั้งไฟสัญญาณ LED สีขาวสว่างที่มุมแว่น ซึ่งจะสว่างขึ้นโดยอัตโนมัติทุกครั้งเมื่อมีการบันทึกภาพนิ่งหรือวิดีโอ เพื่อแจ้งเตือนบุคคลรอบข้างให้รับทราบอย่างชัดเจนและป้องกันการแอบบันทึกภาพ

10 เรื่องน่ารู้ในวงการแก็ดเจ็ตและไอที อัปเดตสถิติล่าสุดปี 2569
แนะนำ 10 เรื่อง

แก็ดเจ็ต & ไอที2 วิว

10 เรื่องน่ารู้ในวงการแก็ดเจ็ตและไอที อัปเดตสถิติล่าสุดปี 2569

เจาะลึก 10 สถิติและปรากฏการณ์สำคัญในวงการไอทีปี 2569 ตั้งแต่วิกฤตชิปหน่วยความจำ การผงาดของ AI PC ไปจนถึงเทรนด์แว่นตาอัจฉริยะ

ในบทความ: วิกฤตราคาชิปหน่วยความจำและการชะลอตัวของยอดส่งมอบสมาร์ตโฟน · การขับเคี่ยวแย่งชิงบัลลังก์สมาร์ตโฟนโลกอันดุเดือด · ราคาขายเฉลี่ยสมาร์ตโฟนโลกขยับสู่จุดสูงสุดใหม่

10 อันดับหูฟังตัดเสียงรบกวนไร้สาย (ANC) ที่มีระยะเวลาการใช้งานแบตเตอรี่นานที่สุด วางจำหน่ายในไทย ปี 2026
จัดอันดับ 10 → 1

แก็ดเจ็ต & ไอที0 วิว

10 อันดับหูฟังตัดเสียงรบกวนไร้สาย (ANC) ที่มีระยะเวลาการใช้งานแบตเตอรี่นานที่สุด วางจำหน่ายในไทย ปี 2026

เจาะลึก 10 หูฟังครอบหูไร้สายตัดเสียงรบกวน (ANC) ที่แบตเตอรี่อึดที่สุดในตลาดไทยปี 2026 ใช้งานข้ามวันแบบเปิดโหมดตัดเสียงต่อเนื่องโดยไม่ต้องกังวลเรื่องการชาร์จ

ใครคืออันดับ 1? เลื่อนลงไปลุ้นในบทความ

10 สถิติและเรื่องน่ารู้ในวงการแก็ดเจ็ตและไอทีแห่งปี 2026 ที่คุณไม่ควรพลาด
แนะนำ 10 เรื่อง

แก็ดเจ็ต & ไอที0 วิว

10 สถิติและเรื่องน่ารู้ในวงการแก็ดเจ็ตและไอทีแห่งปี 2026 ที่คุณไม่ควรพลาด

เจาะลึก 10 สถิติและการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในโลกไอทีและแก็ดเจ็ตปี 2026 จากคลื่นลูกใหม่ AI PC แหวนสุขภาพ จนถึงต้นทุนฮาร์ดแวร์ที่เปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภค

ในบทความ: คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลยุคปัญญาประดิษฐ์ (AI PC) · แหวนอัจฉริยะเพื่อสุขภาพ (Smart Rings) · แบรนด์แหวนสุขภาพ โอร่า (Oura Ring)

เสียงจากผู้อ่าน

อยากให้เราจัดอันดับอะไร?

บอกมาได้เลย หัวข้อที่คนขอเยอะที่สุดจะได้เขียนก่อน