10 เรื่องน่ารู้ในวงการแก็ดเจ็ตและไอที อัปเดตสถิติและเทรนด์เทคโนโลยีปี 2026
เจาะลึก 10 ข้อเท็จจริงและสถิติสำคัญในวงการไอทีและแก็ดเจ็ตโลก ทั้งการเติบโตของคอมพิวเตอร์ปัญญาประดิษฐ์ ตลาดแว่นตาอัจฉริยะ และทิศทางอุปกรณ์สวมใส่ล่าสุด

ไปยังหัวข้อ
- 01คอมพิวเตอร์ AI PC ยึดสัดส่วนเกินครึ่งของตลาดแล็ปท็อปและคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล
- 02แว่นตาอัจฉริยะผสาน AI เติบโตก้าวกระโดดและได้รับความนิยมในชีวิตประจำวัน
- 03ตลาดอุปกรณ์สวมใส่ขยายตัวทะลุหลักแสนล้านดอลลาร์สหรัฐ
- 04หูฟังไร้สายยังคงครองปริมาณชิ้นส่วนหลักในตลาดอุปกรณ์สวมใส่
- 05แหวนอัจฉริยะก้าวขึ้นเป็นทางเลือกใหม่ที่น่าจับตาสำหรับการวัดสุขภาพ
- 06สองยักษ์ใหญ่ผูกขาดส่วนแบ่งตลาดสมาร์ตโฟนกลุ่มพรีเมียมทั่วโลก
- 07ตลาดสมาร์ตโฟนโลกเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนชิปหน่วยความจำ
- 08Apple ครองบัลลังก์แท็บเล็ตโลกท่ามกลางรอบการอัปเกรดที่ยาวขึ้น
- 09การใช้จ่ายด้านโครงสร้างพื้นฐาน AI โลกทะยานแตะ 2.7 ล้านล้านดอลลาร์
- 10ยานยนต์ไฟฟ้าก้าวสู่มาตรฐานใหม่ด้วยสัดส่วนยอดขาย 1 ใน 4 ทั่วโลก
ความเคลื่อนไหวในวงการเทคโนโลยีและแก็ดเจ็ตก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็วและทวีความน่าสนใจยิ่งขึ้นในช่วงปี 2568 ถึง 2569 การผสานพลังของปัญญาประดิษฐ์เข้ากับฮาร์ดแวร์ในชีวิตประจำวันไม่ได้เป็นเพียงแนวคิดทดลองอีกต่อไป แต่กลายมาเป็นแกนกลางหลักที่กำหนดทิศทางของอุปกรณ์สำหรับผู้ใช้งานทั่วโลก ตั้งแต่คอมพิวเตอร์พกพา แว่นตาอัจฉริยะ ไปจนถึงแหวนตรวจวัดสุขภาพขนาดเล็กที่สวมบนนิ้วมือ การเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างอุตสาหกรรมในปัจจุบันไม่ได้ส่งผลกระทบเฉพาะนักพัฒนาหรือแบรนด์เทคโนโลยีเท่านั้น แต่ยังสร้างแรงกระเพื่อมโดยตรงต่อพฤติกรรมของผู้บริโภค ไม่ว่าจะเป็นรอบการเปลี่ยนสมาร์ตโฟนที่ยาวนานขึ้น ความต้องการหน่วยประมวลผลที่รองรับฟังก์ชันการทำงานแบบอัตโนมัติเฉพาะตัว หรือแม้กระทั่งการเลือกใช้อุปกรณ์สวมใส่เพื่อจัดการวิถีชีวิตส่วนบุคคลอย่างแม่นยำ บทความนี้ MachidaRank ได้รวบรวม 10 ข้อเท็จจริง สถิติ และแนวโน้มสำคัญที่น่าจับตามองในหมวดแก็ดเจ็ตและไอที ซึ่งประมวลผลจากข้อมูลการตลาดและสถาบันวิจัยชั้นนำระดับสากล เพื่อช่วยให้ผู้อ่านเข้าใจภาพรวมความเปลี่ยนแปลงและสามารถนำข้อมูลเชิงลึกเหล่านี้ไปปรับใช้ในการวางแผนเลือกซื้อแก็ดเจ็ตชิ้นต่อไปได้อย่างคุ้มค่าที่สุด
คัดเลือกอย่างไร
บทความนี้คัดสรรและประมวลข้อมูลจากรายงานสถิติยอดการส่งมอบ การวิจัยตลาด และแนวโน้มเทคโนโลยีล่าสุดประจำปี 2568 ถึง 2569 จากองค์กรวิจัยชั้นนำระดับสากล เช่น Gartner, IDC, Canalys, Omdia และ Grand View Research โดยเน้นหัวข้อที่มีความเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างและส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจซื้อแก็ดเจ็ตของผู้บริโภคทั่วไปมาก
ทั้ง 10 รายการ
คอมพิวเตอร์ AI PC ยึดสัดส่วนเกินครึ่งของตลาดแล็ปท็อปและคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล
ก้าวสำคัญของคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลที่มาพร้อมระบบประมวลผลเฉพาะทาง
เทรนด์เปลี่ยนโลกไอทีสัดส่วนตลาด 55%

ยุคทองของคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลรุ่นใหม่กำลังเริ่มต้นขึ้นด้วยการนำหน่วยประมวลผลประสาท หรือ NPU (Neural Processing Unit) เข้ามาติดตั้งในชิปประมวลผลระดับฮาร์ดแวร์ ส่งผลให้อุปกรณ์ที่เรียกว่า AI PC กลายเป็นมาตรฐานใหม่ของตลาดคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลทั่วโลกอย่างรวดเร็ว โดยมีการประเมินว่าคอมพิวเตอร์กลุ่มนี้จะครองสัดส่วนการส่งมอบสูงถึงราวร้อยละ 55 ของตลาดรวม
ความแตกต่างหลักที่ทำให้ AI PC ก้าวล้ำกว่าคอมพิวเตอร์รุ่นเดิมคือความสามารถในการประมวลผลโมเดลภาษาและฟังก์ชันปัญญาประดิษฐ์ได้โดยตรงบนเครื่อง (On-device Processing) โดยไม่ต้องพึ่งพาระบบคลาวด์ตลอดเวลา ส่งผลให้การทำงานมีความปลอดภัยในระดับข้อมูลส่วนตัวสูงขึ้น ลดระยะเวลาหน่วง และทำงานได้ลื่นไหลแม้ไม่มีการเชื่อมต่อเครือข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง
สำหรับผู้บริโภคและคนทำงาน การเปลี่ยนผ่านนี้นำมาซึ่งฟังก์ชันจัดการงานอัตโนมัติ การแปลภาษาแบบเรียลไทม์ และการสร้างสรรค์คอนเทนต์ที่ประหยัดพลังงานแบตเตอรี่ได้เหนือกว่าเดิมหลายเท่า ทำให้ผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนอุปกรณ์บ่อยครั้งและได้ประสิทธิภาพการทำงานต่อวัตต์ที่ยอดเยี่ยมขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
- สัดส่วนในตลาดรวม
- 55%
- จำนวนส่งมอบคาดการณ์
- 143 ล้านเครื่อง
- หน่วยงานสำรวจ
- Gartner
- ปีของข้อมูล
- 2569
- ชิปประมวลผล NPU บนตัวเครื่องรองรับการทำงานอัตโนมัติโดยตรง
- ความปลอดภัยของข้อมูลสูงขึ้นด้วยการประมวลผลแบบออฟไลน์
- การประหยัดพลังงานของแบตเตอรี่พัฒนาขึ้นอย่างก้าวกระโดด
จุดเด่น
- ประมวลผลฟังก์ชันอัจฉริยะโดยไม่ต้องต่ออินเทอร์เน็ต
- ช่วยยืดอายุการใช้งานแบตเตอรี่พกพาให้ยาวนานขึ้น
ข้อควรรู้
- แอปพลิเคชันบางตัวยังอยู่ระหว่างการปรับแต่งให้ดึงประสิทธิภาพ NPU มาใช้ได้เต็มที่
เหมาะกับใคร
เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการอัปเกรดคอมพิวเตอร์เพื่อรองรับงานตัดต่อ กราฟิก และการจัดการข้อมูลเชิงลึกในระยะยาว 3-5 ปีข้างหน้า
แว่นตาอัจฉริยะผสาน AI เติบโตก้าวกระโดดและได้รับความนิยมในชีวิตประจำวัน
การปฏิวัติแว่นตาแฟชั่นสู่อุปกรณ์ผู้ช่วยส่วนตัวด้วยคำสั่งเสียง
แก็ดเจ็ตดาวรุ่งยอดขายสะสมกว่า 7 ล้านชิ้น

แว่นตาอัจฉริยะ (AI Smart Glasses) ที่พัฒนาร่วมกันระหว่างบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำอย่าง Meta และผู้ผลิตแว่นตาระดับโลก EssilorLuxottica สร้างปรากฏการณ์ยอดขายสะสมทะลุ 7 ล้านชิ้น สะท้อนให้เห็นว่าอุปกรณ์ช่วยการมองเห็นที่ติดตั้งระบบปัญญาประดิษฐ์ไม่ได้ถูกจำกัดอยู่เพียงกลุ่มผู้หลงใหลเทคโนโลยีเฉพาะทางอีกต่อไป
สิ่งที่ทำให้อุปกรณ์ชิ้นนี้ได้รับความนิยมแพร่หลายคือการออกแบบที่เน้นความสวยงาม สวมใส่สบาย ไม่ต่างจากแว่นสายตาหรือแว่นกันแดดทั่วไป แต่ซ่อนไมโครโฟน ลำโพงสั่งการ และกล้องถ่ายภาพขนาดเล็กไว้ได้อย่างแนบเนียน พร้อมผู้ช่วยสั่งงานด้วยเสียงที่พร้อมตอบคำถาม แปลป้ายข้อความ หรือให้คำแนะนำเกี่ยวกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้าได้ทันที
การผสานเทคโนโลยีให้กลมกลืนกับชีวิตประจำวันกลายเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้ Meta สามารถครองส่วนแบ่งการตลาดแว่นตาประเภทนี้ได้มากกว่าร้อยละ 80 ในช่วงต้นปี 2569 ถือเป็นหมุดหมายที่ตอกย้ำว่าผู้บริโภคให้ความสนใจกับอุปกรณ์ที่สวมใส่ง่ายมากกว่าแว่นตาเสมือนจริงขนาดใหญ่ที่มีน้ำหนักมาก
- สัดส่วนในตลาดรวม
- 81.3% (ส่วนแบ่งของผู้นำตลาด)
- จำนวนส่งมอบคาดการณ์
- มากกว่า 7 ล้านชิ้น
- หน่วยงานสำรวจ
- EssilorLuxottica / Omdia
- ปีของข้อมูล
- 2568-2569
- ดีไซน์แฟชั่นที่สวมใส่ได้จริงเหมือนแว่นตาทั่วไป
- ความสามารถตอบคำถามและแปลภาษาจากสิ่งที่สายตามองเห็น
- ยอดจำหน่ายเติบโตสูงขึ้นกว่า 3 เท่าตัวจากช่วงปีก่อนหน้า
จุดเด่น
- น้ำหนักเบาและมีความสวยงามตามมาตรฐานแว่นแฟชั่น
- สั่งงานด้วยเสียงได้อย่างสะดวกโดยไม่ต้องหยิบสมาร์ตโฟน
ข้อควรรู้
- ความจุของแบตเตอรี่ยังจำกัดที่การใช้งานต่อเนื่องเพียงไม่กี่ชั่วโมง
เหมาะกับใคร
เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการบันทึกภาพถ่ายแบบมุมมองบุคคลที่หนึ่ง และต้องการความสะดวกในการฟังเสียงหรือสอบถามข้อมูลขณะเดินทาง
ตลาดอุปกรณ์สวมใส่ขยายตัวทะลุหลักแสนล้านดอลลาร์สหรัฐ
แนวโน้มการเติบโตของแกดเจ็ตติดตามสุขภาพระดับโลก
มูลค่าตลาดสูงสุดมูลค่า 103.1 พันล้านดอลลาร์

อุตสาหกรรมอุปกรณ์เทคโนโลยีสวมใส่ (Wearable Technology) ก้าวเข้าสู่หลักชัยสำคัญด้วยมูลค่าตลาดทั่วโลกที่คาดการณ์ว่าจะสูงแตะ 103.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2569 ซึ่งเติบโตอย่างมั่นคงต่อเนื่องมาจากมูลค่า 92.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปีก่อนหน้า แสดงถึงบทบาทของอุปกรณ์เหล่านี้ที่ได้กลายมาเป็นปัจจัยสำคัญในชีวิตผู้คน
แรงขับเคลื่อนหลักยังคงมาจากอุปกรณ์ประเภทสวมข้อมือ ไม่ว่าจะเป็นสมาร์ตวอทช์หรือสายรัดข้อมือเพื่อสุขภาพ ซึ่งกวาดสัดส่วนรายได้ไปมากกว่าร้อยละ 51 ของตลาดทั้งหมด ปัจจัยสำคัญคือความแม่นยำของเซนเซอร์ตรวจวัดสุขภาพระดับชีวมาตรที่ได้รับการพัฒนาจนใกล้เคียงกับอุปกรณ์เกรดทางการแพทย์มากขึ้น
นอกจากกลุ่มผู้รักสุขภาพทั่วไปแล้ว ภาคธุรกิจประกันสุขภาพและการดูแลผู้สูงวัยยังเป็นอีกแรงผลักดันสำคัญที่นำอุปกรณ์สวมใส่เข้ามาใช้เพื่อตรวจวัดภาวะสุขภาพเชิงป้องกัน ส่งผลให้อุปกรณ์กลุ่มนี้ยังคงเป็นหนึ่งในกลุ่มสินค้าไอทีที่มีอัตราความต้องการต่อเนื่องอย่างเหนียวแน่น
- สัดส่วนในตลาดรวม
- 51.4% (เฉพาะกลุ่มสวมข้อมือ)
- จำนวนส่งมอบคาดการณ์
- 103.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (มูลค่าตลาด)
- หน่วยงานสำรวจ
- Grand View Research
- ปีของข้อมูล
- 2569
- มูลค่าตลาดรวมพุ่งทะยานแตะหลัก 1 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ
- กลุ่มสินค้าข้อมือครองสัดส่วนรายได้หลักเกินกว่าครึ่งหนึ่ง
- การตรวจวัดค่าสุขภาพชีวมาตรมีความแม่นยำสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
จุดเด่น
- มีแอปพลิเคชันรองรับหลากหลายและการแจ้งเตือนครบวงจร
- ช่วยติดตามข้อมูลสุขภาพเชิงป้องกันได้อย่างสม่ำเสมอ
ข้อควรรู้
- การเปลี่ยนผ่านรุ่นใหม่ของผู้บริโภคเริ่มชะลอตัวลงเนื่องจากรุ่นเก่าใช้งานได้ดีอยู่แล้ว
เหมาะกับใคร
เหมาะสำหรับทุกคนที่ใส่ใจในสุขภาพและต้องการตัวช่วยในการวางแผนการออกกำลังกายรวมถึงการนอนหลับอย่างเป็นระบบ
หูฟังไร้สายยังคงครองปริมาณชิ้นส่วนหลักในตลาดอุปกรณ์สวมใส่
อุปกรณ์พื้นฐานที่ทุกคนต้องมีติดตัวสำหรับเสียงดนตรีและการสื่อสาร
ยอดส่งมอบสูงสุดสัดส่วนส่งมอบ 66%

แม้ว่าสมาร์ตวอทช์จะสร้างมูลค่ารายได้เป็นกอบเป็นกำ แต่ในแง่ของปริมาณการส่งมอบอุปกรณ์เป็นจำนวนชิ้น กลุ่มหูฟังไร้สายและอุปกรณ์เสียงสวมใส่ (Hearables) ยังคงครองความยิ่งใหญ่ด้วยสัดส่วนราว 2 ใน 3 หรือประมาณร้อยละ 66 ของปริมาณสินค้าทั้งหมดในตลาดอุปกรณ์สวมใส่ทั่วโลก
ความสำเร็จอันยาวนานของหูฟังไร้สายเกิดขึ้นจากการที่อุปกรณ์ชนิดนี้กลายมาเป็นส่วนขยายพื้นฐานของสมาร์ตโฟน การตัดช่องเสียบหูฟัง 3.5 มิลลิเมตรออกจากมือถือยุคใหม่ผลักดันให้ผู้บริโภคจำเป็นต้องมีหูฟังไร้สายอย่างน้อยหนึ่งคู่ติดตัวเสมอ
นอกจากนี้ เทคโนโลยีตัดเสียงรบกวนภายนอก (Active Noise Cancellation) และระบบเสียงตามตำแหน่งศีรษะ (Spatial Audio) ยังได้รับการถ่ายทอดลงมาสู่หูฟังในระดับราคาจับต้องได้ง่าย ทำให้ยอดจำหน่ายในกลุ่มนี้ยังคงมีปริมาณการหมุนเวียนสูงที่สุดในบรรดาแกดเจ็ตสวมใส่ทั้งหมด
- สัดส่วนในตลาดรวม
- ประมาณ 66% (สัดส่วนจำนวนชิ้น)
- จำนวนส่งมอบคาดการณ์
- 2 ใน 3 ของสินค้าสวมใส่ทั่วโลก
- หน่วยงานสำรวจ
- IDC Insights
- ปีของข้อมูล
- 2569
- ครองปริมาณการผลิตและส่งมอบมากที่สุดในกลุ่มสินค้าสวมใส่
- เทคโนโลยีตัดเสียงรบกวนระดับพรีเมียมมีให้เลือกในราคาที่เข้าถึงง่าย
- กลายเป็นอุปกรณ์ประจำตัวที่ใช้งานร่วมกับสมาร์ตโฟนทุกวัน
จุดเด่น
- พกพาสะดวก ใช้งานร่วมกับทุกอุปกรณ์ได้อย่างลื่นไหล
- ระบบตัดเสียงช่วยเพิ่มสมาธิในการทำงานในพื้นที่สาธารณะ
ข้อควรรู้
- แบตเตอรี่ในตัวมีขนาดเล็กและมีอายุการเสื่อมสภาพตามรอบการชาร์จ
เหมาะกับใคร
เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความคล่องตัวในการฟังเพลง คุยโทรศัพท์ หรือต้องการตัดเสียงรบกวนรอบข้างระหว่างทำงานและการเดินทาง
แหวนอัจฉริยะก้าวขึ้นเป็นทางเลือกใหม่ที่น่าจับตาสำหรับการวัดสุขภาพ
ความสะดวกสบายของการตรวจวัดสุขภาพผ่านนิ้วมือโดยปราศจากหน้าจอ
อุปกรณ์เพื่อสุขภาพยอดนิยมยอดส่งมอบ 4.9 ล้านวง

อุปกรณ์ตรวจวัดสุขภาพขนาดเล็กในรูปแบบแหวนอัจฉริยะ (Smart Ring) ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยมีการคาดการณ์ยอดส่งมอบทั่วโลกในปี 2569 ว่าจะขยายตัวแตะระดับ 4.9 ล้านวง เติบโตขึ้นถึงร้อยละ 12.8 เมื่อเทียบกับช่วงปีก่อนหน้า
จุดเด่นอันเป็นเอกลักษณ์ที่ทำให้แหวนอัจฉริยะสามารถเจาะกลุ่มผู้บริโภคได้ คือความกะทัดรัด น้ำหนักเบา และไร้หน้าจอแสดงผลรบกวนสายตา โดยอาศัยการตรวจวัดชีพจร อุณหภูมิผิวหนัง และความแปรปรวนของการเต้นหัวใจผ่านหลอดเลือดบริเวณนิ้วมือ ซึ่งให้ค่าความแม่นยำสูงเป็นพิเศษขณะนอนหลับ
แม้ว่าแบรนด์บุกเบิกอย่าง Oura จะยังคงครองตำแหน่งผู้นำตลาด แต่การลงมาแข่งขันของบรรดาผู้ผลิตสมาร์ตโฟนรายใหญ่ ทำให้ระบบนิเวศการใช้งานเชื่อมโยงกับอุปกรณ์อื่นๆ ได้อย่างไร้รอยต่อยิ่งขึ้น พร้อมส่งผลให้แหวนอัจฉริยะกลายเป็นแกดเจ็ตสุขภาพชิ้นโปรดของคนรุ่นใหม่ที่ไม่ชอบสวมนาฬิกานอน
- สัดส่วนในตลาดรวม
- เติบโต 12.8% YoY
- จำนวนส่งมอบคาดการณ์
- 4.9 ล้านวง
- หน่วยงานสำรวจ
- IDC Wearable Tracker
- ปีของข้อมูล
- 2569
- ตรวจจับการฟื้นฟูของร่างกายและการนอนหลับอย่างมีประสิทธิภาพสูง
- สวมใส่สบายตลอด 24 ชั่วโมงโดยไม่มีแสงหน้าจอสะท้อนรบกวน
- อายุการใช้งานแบตเตอรี่ต่อการชาร์จหนึ่งครั้งยาวนานหลายวัน
จุดเด่น
- น้ำหนักเบา ไม่รู้สึกเกะกะระหว่างการนอนหลับ
- แบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนานกว่านาฬิกาสมาร์ตวอทช์ทั่วไป
ข้อควรรู้
- การเลือกขนาดแหวนต้องวัดให้พอดีกับนิ้ว ไม่สามารถปรับสายเหมือนนาฬิกาได้
เหมาะกับใคร
เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเน้นตรวจวัดคุณภาพการนอนหลับและการฟื้นตัวของร่างกาย โดยไม่อยากใส่นาฬิกาข้อมือเวลานอน
สองยักษ์ใหญ่ผูกขาดส่วนแบ่งตลาดสมาร์ตโฟนกลุ่มพรีเมียมทั่วโลก
ความทรงอิทธิพลของระบบนิเวศในกลุ่มสมาร์ตโฟนระดับท็อป
เสาหลักตลาดเรือธงส่วนแบ่งรวมกัน 84%

ในตลาดสมาร์ตโฟนกลุ่มระดับบนหรือพรีเมียม (Premium Segment) ที่มีราคาเครื่องค่อนข้างสูง มีข้อเท็จจริงที่น่าสนใจคือแบรนด์ผู้นำอย่าง Apple และ Samsung สามารถครองส่วนแบ่งยอดขายรวมกันได้สูงถึงร้อยละ 84 ตอกย้ำภาพความแข็งแกร่งของระบบนิเวศบริการที่คู่แข่งรายอื่นยากจะเจาะทะลุได้
ความได้เปรียบดังกล่าวเกิดจากการสะสมฐานผู้ใช้งานที่เหนียวแน่น การส่งมอบอัปเดตระบบปฏิบัติการที่ยาวนานหลายปี และความเชื่อมั่นในคุณภาพการประกอบ รวมถึงมูลค่าราคาขายต่อของตัวเครื่องที่ยังคงรักษาระดับได้ดีกว่าแบรนด์ระดับรอง
แม้จะมีแบรนด์ผู้ผลิตรายใหม่พยายามส่งสมาร์ตโฟนจอพับหรือรุ่นเรือธงเข้ามาท้าทาย แต่ความแข็งแกร่งของบริการเชื่อมต่อและอุปกรณ์เสริมที่ทำงานร่วมกันอย่างเป็นเนื้อเดียว ทำให้ผู้ใช้งานในกลุ่มไฮเอนด์ส่วนใหญ่ยังคงเลือกอยู่กับสองแบรนด์หลักนี้ต่อไปอย่างต่อเนื่อง
- สัดส่วนในตลาดรวม
- 84% (ส่วนแบ่งของ 2 แบรนด์รวมกัน)
- จำนวนส่งมอบคาดการณ์
- ครองตลาดสมาร์ตโฟนพรีเมียมโลก
- หน่วยงานสำรวจ
- Canalys / Counterpoint
- ปีของข้อมูล
- 2569
- Apple และ Samsung ครองส่วนแบ่งยอดขายระดับบนถึงร้อยละ 84
- ระบบนิเวศของอุปกรณ์เชื่อมโยงกันอย่างสมบูรณ์แบบ
- การสนับสนุนซอฟต์แวร์และการอัปเดตความปลอดภัยระยะยาว
จุดเด่น
- ความเสถียรของระบบและการบริการหลังการขายที่มั่นใจได้
- เชื่อมต่อการทำงานกับแท็บเล็ตและคอมพิวเตอร์ได้อย่างคล่องตัว
ข้อควรรู้
- การสลับย้ายระบบปฏิบัติการทำได้ยากขึ้นเนื่องจากติดระบบนิเวศเดิม
เหมาะกับใคร
เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความมั่นใจในระยะยาว ทั้งเรื่องความปลอดภัยของข้อมูล การใช้งานแอปพลิเคชัน และบริการศูนย์ซ่อมที่ครอบคลุม
ตลาดสมาร์ตโฟนโลกเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนชิปหน่วยความจำ
การปรับตัวของอุตสาหกรรมมือถือท่ามกลางวิกฤตชิ้นส่วนและต้นทุน
สถิติการตลาดสำคัญยอดส่งมอบ 255.3 ล้านเครื่อง

ภาพรวมของตลาดสมาร์ตโฟนทั่วโลกในช่วงไตรมาสที่สามของปี 2569 ได้รับผลกระทบจากความผันผวนของห่วงโซ่อุปทานอย่างรุนแรง ส่งผลให้ยอดส่งมอบสมาร์ตโฟนทั่วโลกลดลงถึงร้อยละ 22.0 เทียบกับปีก่อนหน้า เหลือเพียง 255.3 ล้านเครื่อง ซึ่งนับเป็นการปรับตัวลงที่น่าจับตามองที่สุดรอบหนึ่ง
สาเหตุสำคัญเกิดจากต้นทุนชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ โดยเฉพาะชิปหน่วยความจำ (RAM และ Flash Storage) ที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมาก เนื่องจากกำลังการผลิตของโรงงานเซมิคอนดักเตอร์ถูกจัดสรรไปป้อนให้กับเซิร์ฟเวอร์ดาต้าเซ็นเตอร์สำหรับประมวลผลโมเดล AI ขนาดใหญ่
การเพิ่มขึ้นของต้นทุนดังกล่าวส่งผลให้ผู้ผลิตต้องปรับราคาจำหน่ายหน้าป้ายสูงขึ้น หรือลดการส่งมอบรุ่นราคาประหยัดลง ท่ามกลางสถานการณ์นี้ Samsung ยังคงสามารถรักษาตำแหน่งผู้นำส่วนแบ่งตลาดอันดับหนึ่งเอาไว้ได้ที่ร้อยละ 22.6 ด้วยการมีโรงงานผลิตชิ้นส่วนหน่วยความจำของตนเอง
- สัดส่วนในตลาดรวม
- 22.6% (ส่วนแบ่งของผู้นำอันดับ 1)
- จำนวนส่งมอบคาดการณ์
- 255.3 ล้านเครื่อง (ลดลง 22.0% YoY)
- หน่วยงานสำรวจ
- IDC Worldwide Mobile Tracker
- ปีของข้อมูล
- 2569
- ยอดส่งมอบทั่วโลกลดลงร้อยละ 22.0 จากปัญหาต้นทุนการผลิต
- โรงงานชิปหันไปป้อนวัตถุดิบให้เซิร์ฟเวอร์ปัญญาประดิษฐ์มากขึ้น
- Samsung ยังคงครองเบอร์ 1 ในตลาดรวมด้วยส่วนแบ่งร้อยละ 22.6
จุดเด่น
- สมาร์ตโฟนรุ่นใหม่ได้รับการออกแบบให้มีความทนทานและใช้งานได้นานขึ้น
- ซอฟต์แวร์ได้รับการพัฒนาให้ใช้ทรัพยากรตัวเครื่องได้อย่างคุ้มค่า
ข้อควรรู้
- สมาร์ตโฟนรุ่นราคาประหยัดอาจมีตัวเลือกน้อยลงและราคาสูงขึ้นเล็กน้อย
เหมาะกับใคร
ผู้ใช้ที่มีสมาร์ตโฟนรุ่นเดิมที่ยังทำงานได้ดีสามารถรอจังหวะราคาหรือโปรโมชันช่วงลดหย่อนภาษีและการจัดโปรของค่ายมือถือก่อนตัดสินใจเปลี่ยนเครื่องใหม่
Apple ครองบัลลังก์แท็บเล็ตโลกท่ามกลางรอบการอัปเกรดที่ยาวขึ้น
ความนิยมที่ยังไร้คู่แข่งในกลุ่มอุปกรณ์จอสัมผัสเพื่อการเรียนและสร้างสรรค์
ผู้นำตลาดแท็บเล็ตส่วนแบ่งตลาด 38%

ตลาดแท็บเล็ตทั่วโลกกำลังเผชิญกับการปรับฐานครั้งใหญ่ เมื่อตัวเลขยอดส่งมอบในไตรมาส 2 ปี 2569 ลดลงถึง 12.3% เมื่อเทียบรายปี เหลือเพียง 33.6 ล้านเครื่อง การชะลอตัวนี้เกิดจากแรงกดดันด้านต้นทุนชิ้นส่วน ผสานกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่มีรอบการอัปเกรดยาวนานขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากแท็บเล็ตมีอายุการใช้งานยาวนานและไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนบ่อยเหมือนสมาร์ตโฟน ส่งผลให้ยอดขายโดยรวมของตลาดเติบโตช้าลงอย่างต่อเนื่อง
สิ่งที่สร้างความแตกต่างและทำให้ประเด็นนี้น่าจับตามอง คือความสามารถของ Apple ในการรักษาสถานะผู้นำไว้อย่างเหนียวแน่น ท่ามกลางภาวะตลาดที่หดตัวอย่างรุนแรง Apple ยังคงกวาดส่วนแบ่งตลาดไปสูงถึง 38% ด้วยยอดส่งมอบ 13.5 ล้านเครื่อง ทิ้งห่างคู่แข่งอันดับสองอย่าง Samsung ที่ทำยอดส่งมอบได้ราว 6 ล้านเครื่อง หรือเกือบ 6 ล้านเครื่อง แสดงให้เห็นว่าแม้ผู้ใช้จะชะลอการซื้อ แต่เมื่อถึงเวลาอัปเกรด ตัวเลือกส่วนใหญ่ยังคงเทน้ำหนักไปที่แบรนด์ผู้นำอย่างชัดเจน
สำหรับผู้บริโภคและคนทำงาน ข้อมูลนี้สะท้อนประโยชน์เชิงลึกว่าความคุ้มค่าของการลงทุนใน iPad นั้นเชื่อมโยงกับระบบนิเวศซอฟต์แวร์ที่แข็งแกร่ง แอปพลิเคชันเฉพาะทางทั้งด้านการศึกษา งานวาดภาพ และการตัดต่อวิดีโอถูกออกแบบให้ทำงานร่วมกับปากกาสไตลัสได้อย่างลงตัว ความเสถียรและอายุการใช้งานที่ยาวนานนี้ยืนยันว่า การเลือกซื้อแท็บเล็ตในยุคนี้ไม่จำเป็นต้องตามรอบการเปิดตัวทุกปี แต่ควรเน้นรุ่นที่รองรับการอัปเดตระบบปฏิบัติการระยะยาว เพื่อให้ตอบโจทย์การทำงานข้ามสายงานได้อย่างคุ้มค่าที่สุด
- สัดส่วนในตลาดรวม
- 38% (ส่วนแบ่งของ Apple)
- จำนวนส่งมอบคาดการณ์
- 13.5 ล้านเครื่อง (จากตลาดรวม 33.6 ล้านเครื่อง)
- หน่วยงานสำรวจ
- Omdia / IDC Tracker
- ปีของข้อมูล
- 2569
- Apple กวาดส่วนแบ่งตลาดแท็บเล็ตร้อยละ 38 ทั่วโลก
- ความหลากหลายของแอปพลิเคชันสำหรับงานสร้างสรรค์ยังคงนำหน้าคู่แข่ง
- ผู้บริโภคมีรอบการใช้งานแท็บเล็ตเฉลี่ยยาวนานขึ้นเกิน 4 ปี
จุดเด่น
- มีแอปพลิเคชันวาดรูปและจดบันทึกคุณภาพสูงให้เลือกใช้งานมากมาย
- อายุการใช้งานยาวนานและได้รับการอัปเดตระบบสม่ำเสมอ
ข้อควรรู้
- อุปกรณ์เสริมแท้ระดับโปร เช่น คีย์บอร์ดและปากกา มีราคาค่อนข้างสูง
เหมาะกับใคร
เหมาะสำหรับนักศึกษา นักวาดภาพประกอบ และผู้ที่ต้องการอุปกรณ์พกพาขนาดกะทัดรัดไว้จดบันทึกหรือตรวจเอกสารนอกสถานที่
การใช้จ่ายด้านโครงสร้างพื้นฐาน AI โลกทะยานแตะ 2.7 ล้านล้านดอลลาร์
โครงสร้างพื้นฐานเบื้องหลังความอัจฉริยะของแก็ดเจ็ตยุคดิจิทัล
การลงทุนระดับโลกมูลค่า 2.7 ล้านล้านดอลลาร์

เบื้องหลังความสามารถของแก็ดเจ็ตและแอปพลิเคชันอัจฉริยะที่เราใช้งานอยู่ทุกวันนี้ คือเม็ดเงินลงทุนมหาศาลในระบบโครงสร้างพื้นฐาน โดยการคาดการณ์จาก Gartner ระบุว่าการใช้จ่ายด้านปัญญาประดิษฐ์ทั่วโลกในปี 2569 จะพุ่งทะลุ 2.7 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ เติบโตขึ้นถึงร้อยละ 49.5 เทียบรายปี
การลงทุนก้อนมหึมานี้ถูกจัดสรรไปยังการสร้างศูนย์ข้อมูล (Data Center) การจัดซื้อชิปประมวลผลกราฟิกขั้นสูง และระบบเครือข่ายความเร็วสูง เพื่อรองรับการประมวลผลโมเดลภาษาขนาดใหญ่ที่ต้องตอบสนองผู้ใช้ทั่วโลกตลอดเวลา
เม็ดเงินเหล่านี้เปรียบเสมือนฐานรากที่ทำให้แก็ดเจ็ตส่วนบุคคลสามารถทำงานได้อย่างชาญฉลาด ไม่ว่าจะเป็นระบบตัดต่อภาพอัตโนมัติ การแปลภาษาแบบทันที หรือการสั่งการด้วยเสียงที่เป็นธรรมชาติ ซึ่งหากปราศจากการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานนี้ นวัตกรรมแก็ดเจ็ตยุคใหม่ก็ไม่อาจเกิดขึ้นได้
- สัดส่วนในตลาดรวม
- เติบโต 49.5% YoY
- จำนวนส่งมอบคาดการณ์
- 2.7 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ
- หน่วยงานสำรวจ
- Gartner
- ปีของข้อมูล
- 2569
- เม็ดเงินลงทุนทั่วโลกพุ่งแตะ 2.7 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ
- เน้นการขยายขีดความสามารถของเซิร์ฟเวอร์และโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์
- เป็นแรงขับเคลื่อนเบื้องหลังฟังก์ชันอัจฉริยะบนอุปกรณ์พกพาทุกประเภท
จุดเด่น
- ช่วยให้โมเดลประมวลผลมีความฉลาดและเข้าใจบริบทมนุษย์ได้ดียิ่งขึ้น
- ขยายความสามารถของแอปพลิเคชันในชีวิตประจำวันอย่างไร้ขีดจำกัด
ข้อควรรู้
- ความต้องการพลังงานไฟฟ้าและระบบหล่อเย็นของดาต้าเซ็นเตอร์เพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก
เหมาะกับใคร
ช่วยให้ผู้ใช้ทั่วไปเข้าใจว่าระบบแก็ดเจ็ตในมือเราพึ่งพาคลาวด์ระดับโลกอย่างไร และเหตุใดบริการซอฟต์แวร์บางอย่างจึงเปลี่ยนไปสู่โมเดลสมัครสมาชิก
ยานยนต์ไฟฟ้าก้าวสู่มาตรฐานใหม่ด้วยสัดส่วนยอดขาย 1 ใน 4 ทั่วโลก
การปฏิวัติยานยนต์สู่แก็ดเจ็ตขับเคลื่อนอัตโนมัติบนท้องถนน
เทคโนโลยีแห่งอนาคตสัดส่วนยอดขาย 25%

ยานยนต์ไฟฟ้า (Electric Vehicle) ได้กลายมาเป็นส่วนหนึ่งของหมวดหมู่แก็ดเจ็ตขนาดใหญ่ที่ขับเคลื่อนด้วยซอฟต์แวร์ โดยข้อมูลจากสภาการขนส่งสะอาดระหว่างประเทศระบุว่า รถยนต์ไฟฟ้ามีสัดส่วนยอดขายแตะร้อยละ 25 หรือคิดเป็น 1 ใน 4 ของยอดจำหน่ายรถยนต์ใหม่ทั้งหมดทั่วโลก ด้วยยอดรวมกว่า 20 ล้านคัน
ความน่าสนใจคือรถยนต์ไฟฟ้ายุคนี้ไม่ได้แข่งขันกันเพียงแค่ระยะทางวิ่งหรือความจุของแบตเตอรี่ แต่กำลังกลายร่างเป็น 'สมาร์ตโฟนติดล้อ' ที่มีระบบปฏิบัติการอัจฉริยะในตัว รองรับการอัปเดตแบบไร้สาย (OTA) และระบบช่วยขับขี่อัตโนมัติที่แม่นยำ
โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงประเทศไทย ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยมีสัดส่วนรถยนต์ใหม่ที่เป็นไฟฟ้าสูงถึงราวร้อยละ 27 ซึ่งแซงหน้าหลายภูมิภาค สะท้อนให้เห็นว่าผู้บริโภคเปิดรับเทคโนโลยีการขับเคลื่อนอัจฉริยะนี้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตอย่างเต็มตัวแล้ว
- สัดส่วนในตลาดรวม
- 25% (1 ใน 4 ของรถยนต์ใหม่ทั่วโลก)
- จำนวนส่งมอบคาดการณ์
- กว่า 20 ล้านคัน
- หน่วยงานสำรวจ
- ICCT / IEA
- ปีของข้อมูล
- 2568-2569
- ยอดขายรถยนต์ใหม่ทั่วโลกเป็นรถยนต์ไฟฟ้าถึง 1 ใน 4 คัน
- การควบคุมระบบในรถเปลี่ยนมาทำงานผ่านซอฟต์แวร์จอสัมผัสเป็นหลัก
- ประเทศไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีอัตราการเติบโตของ EV ในระดับแถวหน้า
จุดเด่น
- ประหยัดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานและการบำรุงรักษาในระยะยาว
- ห้องโดยสารเงียบและมีเทคโนโลยีเชื่อมต่อแก็ดเจ็ตส่วนตัวได้อย่างสมบูรณ์
ข้อควรรู้
- การกระจายตัวของสถานีชาร์จความเร็วสูงในต่างจังหวัดยังอยู่ระหว่างการขยายโครงข่าย
เหมาะกับใคร
เหมาะสำหรับผู้ที่เดินทางในเมืองเป็นประจำและต้องการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบยานยนต์ที่เชื่อมต่อกับแอปพลิเคชันบนสมาร์ตโฟนได้อย่างราบรื่น
เปรียบเทียบทั้ง 10 รายการ
| # | รายการ | สัดส่วนในตลาดรวม | จำนวนส่งมอบคาดการณ์ | หน่วยงานสำรวจ | ปีของข้อมูล |
|---|---|---|---|---|---|
| 1 | คอมพิวเตอร์ AI PC ยึดสัดส่วนเกินครึ่งของตลาดแล็ปท็อปและคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล | 55% | 143 ล้านเครื่อง | Gartner | 2569 |
| 2 | แว่นตาอัจฉริยะผสาน AI เติบโตก้าวกระโดดและได้รับความนิยมในชีวิตประจำวัน | 81.3% (ส่วนแบ่งของผู้นำตลาด) | มากกว่า 7 ล้านชิ้น | EssilorLuxottica / Omdia | 2568-2569 |
| 3 | ตลาดอุปกรณ์สวมใส่ขยายตัวทะลุหลักแสนล้านดอลลาร์สหรัฐ | 51.4% (เฉพาะกลุ่มสวมข้อมือ) | 103.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (มูลค่าตลาด) | Grand View Research | 2569 |
| 4 | หูฟังไร้สายยังคงครองปริมาณชิ้นส่วนหลักในตลาดอุปกรณ์สวมใส่ | ประมาณ 66% (สัดส่วนจำนวนชิ้น) | 2 ใน 3 ของสินค้าสวมใส่ทั่วโลก | IDC Insights | 2569 |
| 5 | แหวนอัจฉริยะก้าวขึ้นเป็นทางเลือกใหม่ที่น่าจับตาสำหรับการวัดสุขภาพ | เติบโต 12.8% YoY | 4.9 ล้านวง | IDC Wearable Tracker | 2569 |
| 6 | สองยักษ์ใหญ่ผูกขาดส่วนแบ่งตลาดสมาร์ตโฟนกลุ่มพรีเมียมทั่วโลก | 84% (ส่วนแบ่งของ 2 แบรนด์รวมกัน) | ครองตลาดสมาร์ตโฟนพรีเมียมโลก | Canalys / Counterpoint | 2569 |
| 7 | ตลาดสมาร์ตโฟนโลกเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนชิปหน่วยความจำ | 22.6% (ส่วนแบ่งของผู้นำอันดับ 1) | 255.3 ล้านเครื่อง (ลดลง 22.0% YoY) | IDC Worldwide Mobile Tracker | 2569 |
| 8 | Apple ครองบัลลังก์แท็บเล็ตโลกท่ามกลางรอบการอัปเกรดที่ยาวขึ้น | 38% (ส่วนแบ่งของ Apple) | 13.5 ล้านเครื่อง (จากตลาดรวม 33.6 ล้านเครื่อง) | Omdia / IDC Tracker | 2569 |
| 9 | การใช้จ่ายด้านโครงสร้างพื้นฐาน AI โลกทะยานแตะ 2.7 ล้านล้านดอลลาร์ | เติบโต 49.5% YoY | 2.7 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ | Gartner | 2569 |
| 10 | ยานยนต์ไฟฟ้าก้าวสู่มาตรฐานใหม่ด้วยสัดส่วนยอดขาย 1 ใน 4 ทั่วโลก | 25% (1 ใน 4 ของรถยนต์ใหม่ทั่วโลก) | กว่า 20 ล้านคัน | ICCT / IEA | 2568-2569 |
เลือกแบบไหนดี?
สรุปสั้นๆ ว่าแต่ละรายการเหมาะกับใคร
- ถ้าคุณสายทำงานและครีเอเตอร์#1คอมพิวเตอร์ AI PC ยึดสัดส่วนเกินครึ่งของตลาดแล็ปท็อปและคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลช่วยให้การประมวลผลงานกราฟิกและการวิเคราะห์ข้อมูลทำได้เร็วขึ้นบนตัวเครื่องโดยไม่ต้องเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตอ่านรายละเอียด
- ถ้าคุณคนรักสุขภาพที่ไม่ชอบสวมนาฬิกานอน#5แหวนอัจฉริยะก้าวขึ้นเป็นทางเลือกใหม่ที่น่าจับตาสำหรับการวัดสุขภาพสวมใส่สบายไร้หน้าจอรบกวนและตรวจวัดคุณภาพการนอนหลับผ่านนิ้วมือได้อย่างแม่นยำสูงอ่านรายละเอียด
- ถ้าคุณสายไลฟ์สไตล์และชอบท่องเที่ยว#2แว่นตาอัจฉริยะผสาน AI เติบโตก้าวกระโดดและได้รับความนิยมในชีวิตประจำวันถ่ายภาพมุมมองสายตาและสั่งการหาข้อมูลเส้นทางหรือแปลป้ายข้อความผ่านเสียงได้ทันทีอ่านรายละเอียด
- ถ้าคุณผู้ใช้ที่เน้นความคุ้มค่าระยะยาว#6สองยักษ์ใหญ่ผูกขาดส่วนแบ่งตลาดสมาร์ตโฟนกลุ่มพรีเมียมทั่วโลกมั่นใจได้ในเรื่องการอัปเดตระบบซอฟต์แวร์ต่อเนื่องยาวนานถึง 7 ปี และราคาขายต่อที่ไม่ตกฮวบอ่านรายละเอียด
บทสรุป
ภาพรวมของวงการแก็ดเจ็ตและไอทีกำลังเปลี่ยนผ่านจากยุคของการแข่งขันด้านสเปกฮาร์ดแวร์ล้วนๆ สู่การแข่งขันด้านการรวมระบบปัญญาประดิษฐ์และประสบการณ์ใช้งานที่ตอบสนองความต้องการเฉพาะบุคคลอย่างแท้จริง การชะลอตัวของยอดขายสมาร์ตโฟนและแท็บเล็ตเป็นภาพสะท้อนว่าผู้บริโภคเลือกซื้ออุปกรณ์อย่างรอบคอบยิ่งขึ้น ขณะเดียวกัน อุปกรณ์สวมใส่รุ่นใหม่อย่างแว่นตาอัจฉริยะและแหวนวัดสุขภาพกำลังเปิดพรมแดนใหม่ของเทคโนโลยีแบบพกพา การติดตามข้อมูลสถิติเหล่านี้จึงช่วยให้เรามองเห็นอนาคตของอุปกรณ์ดิจิทัลได้อย่างรอบด้านและรู้เท่าทันเทคโนโลยี
อ่านเพิ่มในหัวข้อแก็ดเจ็ตและไอที59สมาร์ตโฟน25เทคโนโลยี6
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
คำถามที่พบบ่อย
AI PC แตกต่างจากคอมพิวเตอร์แล็ปท็อปทั่วไปอย่างไร?
AI PC แตกต่างตรงที่มีการติดตั้งชิปประมวลผลโครงข่ายประสาท (NPU) โดยเฉพาะบนตัวฮาร์ดแวร์ ทำให้สามารถรันโมเดลปัญญาประดิษฐ์ แปลภาษา หรือประมวลผลงานภาพได้โดยตรงบนเครื่องแบบออฟไลน์ ช่วยประหยัดแบตเตอรี่และเพิ่มความปลอดภัยของข้อมูลส่วนตัวได้มากกว่าคอมพิวเตอร์ทั่วไป
ทำไมยอดส่งมอบสมาร์ตโฟนทั่วโลกถึงลดลงในปี 2569?
ปัจจัยหลักเกิดจากต้นทุนชิปหน่วยความจำที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมาก เนื่องจากผู้ผลิตชิปเซมิคอนดักเตอร์หันไปเน้นผลิตชิปสำหรับเซิร์ฟเวอร์ดาต้าเซ็นเตอร์ AI ส่งผลให้ราคาชิ้นส่วนมือถือขยับสูงขึ้น ประกอบกับผู้บริโภคมีพฤติกรรมใช้งานสมาร์ตโฟนเครื่องเดิมยาวนานขึ้นกว่าในอดีต
แหวนอัจฉริยะสามารถใช้งานแทนสมาร์ตวอทช์ได้เลยหรือไม่?
แหวนอัจฉริยะสามารถทดแทนการตรวจวัดสุขภาพพื้นฐานอย่างการนอนหลับ อัตราการเต้นหัวใจ และอุณหภูมิร่างกายได้เป็นอย่างดี แต่ยังไม่สามารถทดแทนการแสดงผลข้อความแจ้งเตือน การรับสายโทรเข้า หรือการดูแผนที่ระหว่างออกกำลังกายได้เนื่องจากไม่มีหน้าจอแสดงผล
แว่นตาอัจฉริยะพร้อมกล้องมีความปลอดภัยเรื่องความเป็นส่วนตัวแค่ไหน?
แว่นตาอัจฉริยะรุ่นมาตรฐานสากลในปัจจุบันมีการติดตั้งไฟสัญญาณ LED สีขาวสว่างที่มุมแว่น ซึ่งจะสว่างขึ้นโดยอัตโนมัติทุกครั้งเมื่อมีการบันทึกภาพนิ่งหรือวิดีโอ เพื่อแจ้งเตือนบุคคลรอบข้างให้รับทราบอย่างชัดเจนและป้องกันการแอบบันทึกภาพ
อ่านต่อ

แก็ดเจ็ต & ไอที2 วิว
10 เรื่องน่ารู้ในวงการแก็ดเจ็ตและไอที อัปเดตสถิติล่าสุดปี 2569
เจาะลึก 10 สถิติและปรากฏการณ์สำคัญในวงการไอทีปี 2569 ตั้งแต่วิกฤตชิปหน่วยความจำ การผงาดของ AI PC ไปจนถึงเทรนด์แว่นตาอัจฉริยะ
ในบทความ: วิกฤตราคาชิปหน่วยความจำและการชะลอตัวของยอดส่งมอบสมาร์ตโฟน · การขับเคี่ยวแย่งชิงบัลลังก์สมาร์ตโฟนโลกอันดุเดือด · ราคาขายเฉลี่ยสมาร์ตโฟนโลกขยับสู่จุดสูงสุดใหม่

แก็ดเจ็ต & ไอที0 วิว
10 อันดับหูฟังตัดเสียงรบกวนไร้สาย (ANC) ที่มีระยะเวลาการใช้งานแบตเตอรี่นานที่สุด วางจำหน่ายในไทย ปี 2026
เจาะลึก 10 หูฟังครอบหูไร้สายตัดเสียงรบกวน (ANC) ที่แบตเตอรี่อึดที่สุดในตลาดไทยปี 2026 ใช้งานข้ามวันแบบเปิดโหมดตัดเสียงต่อเนื่องโดยไม่ต้องกังวลเรื่องการชาร์จ
ใครคืออันดับ 1? เลื่อนลงไปลุ้นในบทความ

แก็ดเจ็ต & ไอที0 วิว
10 สถิติและเรื่องน่ารู้ในวงการแก็ดเจ็ตและไอทีแห่งปี 2026 ที่คุณไม่ควรพลาด
เจาะลึก 10 สถิติและการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในโลกไอทีและแก็ดเจ็ตปี 2026 จากคลื่นลูกใหม่ AI PC แหวนสุขภาพ จนถึงต้นทุนฮาร์ดแวร์ที่เปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภค
ในบทความ: คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลยุคปัญญาประดิษฐ์ (AI PC) · แหวนอัจฉริยะเพื่อสุขภาพ (Smart Rings) · แบรนด์แหวนสุขภาพ โอร่า (Oura Ring)
เสียงจากผู้อ่าน
อยากให้เราจัดอันดับอะไร?
บอกมาได้เลย หัวข้อที่คนขอเยอะที่สุดจะได้เขียนก่อน