ข้ามไปยังเนื้อหา
MachidaRank เว็บจัดอันดับ
แนะนำ 10 เรื่อง

10 เรื่องน่ารู้ในหมวดอาหารและคาเฟ่ อัปเดตสถิติล่าสุดปี 2026

เจาะลึกตัวเลขสำคัญและข้อเท็จจริงล่าสุดของวงการอาหารและคาเฟ่ไทย ตั้งแต่มูลค่าตลาดกาแฟพิเศษไปจนถึงพฤติกรรมการบริโภคที่เปลี่ยนไป

กองบรรณาธิการ Machida อ่าน 22 นาที 0 วิว
10 เรื่องน่ารู้ในหมวดอาหารและคาเฟ่ อัปเดตสถิติล่าสุดปี 2026
ภาพ:PattayaPatrol / Wikimedia Commons (CC BY-SA 4.0)
ไปยังหัวข้อ
  1. 01ตลาดกาแฟรวมในประเทศไทย ทะลุระดับ 67,000 ล้านบาท
  2. 02ตลาดกาแฟพิเศษ (Specialty Coffee) ครองสัดส่วนเกือบครึ่งหนึ่งของตลาด
  3. 03คนไทยดื่มกาแฟเฉลี่ย 340 แก้วต่อคนต่อปี
  4. 04สถิติราคาประมูลเมล็ดกาแฟพิเศษไทย สูงสุดแตะ 33,000 บาทต่อกิโลกรัม
  5. 05ตลาดกาแฟและชาแคปซูล มีมูลค่าทะลุ 10,800 ล้านบาท
  6. 06ตลาดธุรกิจบริการอาหารและเครื่องดื่ม แตะระดับ 600,000 ล้านบาท
  7. 07จำนวนร้านอาหารและเครื่องดื่มทั่วไทย ทะลุ 700,000 แห่ง
  8. 08การเปิดและปิดกิจการร้านอาหาร เปิดใหม่ 3,263 ราย ยื่นปิด 491 ราย ใน 8 เดือน
  9. 09กลุ่มคาเฟ่และบาร์ เติบโตนำโด่งด้วยอัตรา 3.7% ถึง 7.2%
  10. 10ตลาดสตรีทฟู้ดแบบมีหน้าร้าน โตแรงแตะ 266,000 ล้านบาท

วัฒนธรรมอาหารและคาเฟ่ในประเทศไทยไม่ได้เป็นเพียงแค่เรื่องของการรับประทานอาหารนอกบ้านอีกต่อไป แต่ได้กลายเป็นไลฟ์สไตล์สำคัญที่ขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจมูลค่าหลายแสนล้านบาท ในช่วงปี 2568 ถึง 2569 เราได้เห็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของพฤติกรรมผู้บริโภคไทย ไม่ว่าจะเป็นกระแสความนิยมในกาแฟคลื่นลูกใหม่ ความต้องการความคุ้มค่า และการปรับตัวของร้านอาหารสู่ยุคดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ

การเติบโตอย่างรวดเร็วของกลุ่มคาเฟ่และร้านอาหารส่งผลให้เกิดตัวเลขสถิติที่น่าสนใจมากมาย บางตัวเลขสะท้อนถึงโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ ขณะที่บางสถิติก็ชี้ให้เห็นถึงการแข่งขันที่ดุเดือดจนน่าจับตามอง การทำความเข้าใจโครงสร้างของอุตสาหกรรม F&B (Food and Beverage) ในมิติต่างๆ จึงเป็นประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับทั้งผู้ประกอบการ นักลงทุน และผู้บริโภคทั่วไปที่ชื่นชอบการตระเวนชิม

บทความนี้ MachidaRank ได้รวบรวม 10 ข้อเท็จจริงและตัวเลขอัปเดตล่าสุดของแวดวงอาหารและคาเฟ่ในไทย เพื่อพาผู้อ่านไปสำรวจเบื้องหลังความคึกคัก ตั้งแต่ตลาดกาแฟพิเศษ ปริมาณการดื่มกาแฟต่อหัว สถิติร้านค้า ไปจนถึงทิศทางการบริโภคอาหารที่กำลังกำหนดทิศทางของตลาดในปี 2569

คัดเลือกอย่างไร

ฐานข้อมูลสถิติระหว่างปี 2568-2569 ถูกนำมาใช้เป็นแกนหลักในการเรียบเรียงบทความชิ้นนี้ โดยบูรณาการข้อมูลเชิงลึกจากหน่วยงานรัฐและองค์กรชั้นนำหลายภาคส่วน ทั้งกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ และสมาคมกาแฟพิเศษไทย (SCATH) ผสานเข้ากับมุมมองทางเศรษฐกิจจากศูนย์วิจัยกสิกรไทย บทวิเคราะห์โดย SCB EIC รวมถึงผลการศึกษาวิจัยในแวดวงอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มระดับแนวหน้า ทั้งหมดนี้มุ่งสะท้อนให้เห็นความเคลื่อนไหว ตลอดจนพฤติกรรมของผู้บริโภคในตลาด F&B และคาเฟ่ไทยได้อย่างรอบด้านและแม่นยำที่สุด

ทั้ง 10 รายการ

01

ตลาดกาแฟรวมในประเทศไทย ทะลุระดับ 67,000 ล้านบาท

ภาพรวมมูลค่าการบริโภคกาแฟทั่วประเทศ

มูลค่าตลาดหลักของอุตสาหกรรม

ตลาดกาแฟรวมในประเทศไทย ทะลุระดับ 67,000 ล้านบาท — 10 เรื่องน่ารู้ในหมวดอาหารและคาเฟ่ อัปเดตสถิติล่าสุดปี 2026
ภาพ:blockdit.com

ตลาดกาแฟในประเทศไทยมีการเติบโตอย่างแข็งแกร่งและต่อเนื่องมาโดยตลอด โดยในปี 2569 ตัวเลขมูลค่ารวมของตลาดกาแฟทั้งระบบได้พุ่งแตะระดับ 66,000 ถึง 67,000 ล้านบาท ขยายตัวขึ้นจากมูลค่า 65,000 ล้านบาทในปีก่อนหน้า การขยายตัวนี้ครอบคลุมทั้งผลิตภัณฑ์กาแฟปรุงสำเร็จพร้อมดื่ม (RTD) กาแฟผงชงดื่มตามบ้านเรือน และกาแฟสดในร้านคาเฟ่ทั่วประเทศ

ความน่าสนใจของตลาดกาแฟไทยคือการที่กาแฟได้ก้าวข้ามจากการเป็นเครื่องดื่มยามเช้าเพื่อปลุกความสดชื่น มาเป็นเครื่องดื่มที่บ่งบอกรสนิยมและสะท้อนวิถีชีวิตประจำวัน การขยายสาขาของร้านกาแฟเชนขนาดใหญ่ควบคู่ไปกับการเปิดตัวของร้านกาแฟอิสระในทุกย่าน ทำให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงกาแฟคุณภาพดีได้สะดวกสบายยิ่งขึ้นในทุกระดับราคา

ปัจจัยหลักที่ช่วยดันมูลค่าตลาดให้เติบโตในปีนี้มาจากการเพิ่มขึ้นของราคาเมล็ดกาแฟต้นน้ำทั่วโลก ประกอบกับความต้องการเครื่องดื่มกาแฟเกรดพรีเมียมที่ผู้บริโภคยอมจ่ายในราคาสูงขึ้นเพื่อแลกกับประสบการณ์ที่เหนือชั้น ส่งผลให้มูลค่าการหมุนเวียนในระบบเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

มูลค่าตลาด
67,000 ล้านบาท
กลุ่มธุรกิจ
อุตสาหกรรมเครื่องดื่มกาแฟ
ช่วงเวลาข้อมูล
กันยายน 2569
  • มูลค่าตลาดกาแฟรวมแตะระดับ 67,000 ล้านบาทในปี 2569
  • ขยายตัวต่อเนื่องจากระดับ 65,000 ล้านบาทในปีก่อนหน้า
  • ครอบคลุมทั้งกาแฟสำเร็จรูปและกาแฟสดหน้าร้าน

จุดเด่น

  • ตลาดมีขนาดใหญ่และผู้บริโภคมีกำลังซื้อสูงอย่างต่อเนื่อง
  • มีช่องทางจำหน่ายครอบคลุมตั้งแต่งานค้าปลีกไปจนถึงร้านระดับพรีเมียม

เหมาะกับใคร

เหมาะสำหรับนักลงทุนและผู้ประกอบการที่ต้องการมองภาพรวมขนาดของอุตสาหกรรมเครื่องดื่มในไทย

02

ตลาดกาแฟพิเศษ (Specialty Coffee) ครองสัดส่วนเกือบครึ่งหนึ่งของตลาด

กระแสความนิยมกาแฟคุณภาพระดับพรีเมียม

เซกเมนต์ที่เติบโตเร็วที่สุด

ตลาดกาแฟพิเศษ (Specialty Coffee) ครองสัดส่วนเกือบครึ่งหนึ่งของตลาด — 10 เรื่องน่ารู้ในหมวดอาหารและคาเฟ่ อัปเดตสถิติล่าสุดปี 2026
ภาพ:themomentum.co

ปรากฏการณ์ที่น่าจับตามองที่สุดในวงการกาแฟไทยคือการก้าวกระโดดของเซกเมนต์กาแฟพิเศษ หรือ Specialty Coffee ซึ่งในปี 2569 สร้างมูลค่าตลาดได้ถึงราว 30,000 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 40% ถึง 46% ของมูลค่าตลาดกาแฟรวมทั้งประเทศ พร้อมด้วยอัตราการเติบโตที่เฉลี่ยสูงถึง 12% ถึง 15% ต่อปี ซึ่งเติบโตเร็วกว่าตลาดกาแฟพาณิชย์ทั่วไปหลายเท่า

วัฒนธรรมกาแฟคลื่นลูกที่สามและสี่ในไทยทำให้ผู้บริโภคหันมาสนใจกระบวนการผลิตตั้งแต่แหล่งปลูก สายพันธุ์เมล็ดกาแฟ การโปรเซส (Processing Method) ไปจนถึงทักษะของบาริสต้าและการสกัด ร้านกาแฟแบบ Specialty จึงไม่ได้ขายเพียงเครื่องดื่ม แต่ขายเรื่องราวเบื้องหลังและความพิถีพิถันในทุกแก้ว

การขยายตัวของกาแฟพิเศษยังช่วยยกระดับรายได้ของเกษตรกรต้นน้ำในภาคเหนือของไทย เช่น เชียงใหม่ เชียงราย และน่าน ทำให้ระบบนิเวศของกาแฟไทยตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำแข็งแกร่งขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

มูลค่าตลาด
30,000 ล้านบาท
กลุ่มธุรกิจ
กาแฟพรีเมียมและร้านกาแฟเฉพาะทาง
ช่วงเวลาข้อมูล
กันยายน 2569
  • ครองสัดส่วน 40% - 46% ของมูลค่าตลาดกาแฟในไทย
  • อัตราการเติบโตเฉลี่ยสูงถึง 12% - 15% ต่อปี
  • เกิดกระแสคั่วกาแฟเองและเลือกสายพันธุ์อย่างแพร่หลาย

จุดเด่น

  • สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลผลิตและสร้างความภักดีต่อแบรนด์ได้สูง
  • ผู้บริโภคยินดีจ่ายราคาพรีเมียมเพื่อแลกกับรสชาติและเรื่องราว

เหมาะกับใคร

เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการศึกษาแนวทางเปิดคาเฟ่ที่เน้นสร้างความแตกต่างและเอกลักษณ์เฉพาะตัว

03

คนไทยดื่มกาแฟเฉลี่ย 340 แก้วต่อคนต่อปี

ความถี่และปริมาณการดื่มกาแฟของประชากรไทย

สถิติพฤติกรรมยอดฮิต

คนไทยดื่มกาแฟเฉลี่ย 340 แก้วต่อคนต่อปี — 10 เรื่องน่ารู้ในหมวดอาหารและคาเฟ่ อัปเดตสถิติล่าสุดปี 2026
ภาพ:commercenewsagency.com

สถิติพฤติกรรมการบริโภคกาแฟของประชากรไทยมีการไต่ระดับขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยข้อมูลล่าสุดในปี 2569 ระบุว่าคนไทยดื่มกาแฟเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 340 แก้วต่อคนต่อปี และเมื่อโฟกัสเฉพาะกลุ่มผู้ที่ดื่มกาแฟเป็นประจำ (Regular Drinkers) ตัวเลขจะเฉลี่ยสูงถึง 1.7 แก้วต่อวัน ซึ่งสะท้อนว่ากาแฟกลายเป็นส่วนหนึ่งของกิจวัตรประจำวันไปเรียบร้อยแล้ว

หากย้อนดูข้อมูลในอดีต อัตราการดื่มกาแฟต่อคนของไทยเคยอยู่ในระดับต่ำกว่า 200 แก้วต่อปี แต่การเข้ามาของร้านสะดวกซื้อที่มีมุมกาแฟสด ร้านกาแฟแฟรนไชส์ตามสถานีบริการน้ำมัน และร้านกาแฟในย่านออฟฟิศ ได้เปลี่ยนพฤติกรรมคนเมืองให้ดื่มกาแฟแก้วที่สองในช่วงบ่ายอย่างแพร่หลาย

อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับประเทศผู้นำด้านการบริโภคกาแฟอย่างฟินแลนด์ ญี่ปุ่น หรือสหรัฐอเมริกา ตัวเลข 340 แก้วต่อคนต่อปีของไทยยังถือว่ายังมีช่องว่างให้เติบโตได้อีกมาก โดยเฉพาะในกลุ่มประชากรวัยรุ่นที่เพิ่งเริ่มเข้าสู่วัยทำงานและกลุ่มผู้สูงอายุที่หันมาดื่มกาแฟเพื่อสุขภาพ

มูลค่าตลาด
340 แก้ว/คน/ปี
กลุ่มธุรกิจ
พฤติกรรมผู้บริโภคเครื่องดื่ม
ช่วงเวลาข้อมูล
ปี 2569
  • อัตราเฉลี่ยการดื่มกาแฟอยู่ที่ 340 แก้วต่อคนต่อปี
  • กลุ่มผู้ดื่มประจำบริโภคเฉลี่ย 1.7 แก้วต่อวัน
  • ยังมีโอกาสเติบโตเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยสากล

จุดเด่น

  • ความถี่ในการซื้อซ้ำของผู้บริโภคสูงมาก
  • กาแฟกลายเป็นสินค้าจำเป็นในชีวิตประจำวันของคนทำงาน

เหมาะกับใคร

เหมาะสำหรับนักการตลาดที่ต้องการวางแผนการเข้าถึงผู้บริโภคในแต่ละช่วงเวลาของวัน

04

สถิติราคาประมูลเมล็ดกาแฟพิเศษไทย สูงสุดแตะ 33,000 บาทต่อกิโลกรัม

การยกระดับผลผลิตเกษตรสู่สินค้าไฮเอนด์

สถิติราคาสูงสุดเป็นประวัติการณ์

สถิติราคาประมูลเมล็ดกาแฟพิเศษไทย สูงสุดแตะ 33,000 บาทต่อกิโลกรัม — 10 เรื่องน่ารู้ในหมวดอาหารและคาเฟ่ อัปเดตสถิติล่าสุดปี 2026
ภาพ:dripstercoffee.com

การพัฒนาคุณภาพของเมล็ดกาแฟที่ปลูกในประเทศไทยได้สร้างปรากฏการณ์ระดับสากล เมื่อการประมูลเมล็ดกาแฟพิเศษไทยในปี 2569 ทำสถิติราคาสูงสุดถึง 33,000 บาทต่อกิโลกรัม สะท้อนให้เห็นว่าผู้ประกอบการและนักสะสมเมล็ดกาแฟยอมทุ่มเงินเพื่อครอบครองผลผลิตที่มีรสชาติและเอกลักษณ์เฉพาะตัวจากแหล่งปลูกในไทย

ราคาประมูลที่พุ่งสูงเช่นนี้เกิดขึ้นจากการประกวดและการคัดเลือกอย่างเข้มงวด โดยใช้มาตรฐานคะแนนการชิมระดับสากล (Cupping Score) ที่สูงกว่า 85 คะแนนขึ้นไป เมล็ดกาแฟที่ชนะการประมูลมักผ่านกระบวนการหมักแบบพิเศษ เช่น Anaerobic Fermentation หรือการทดลองยีสต์สายพันธุ์เฉพาะเพื่อดึงกลิ่นอายฟรุตตี้และดอกไม้ออกมาให้เด่นชัดที่สุด

สถิตินี้ไม่ได้เป็นเพียงตัวเลขเพื่อการประชาสัมพันธ์ แต่เป็นเครื่องหมายยืนยันว่า เกษตรกรไทยสามารถผลิตกาแฟที่มีโปรไฟล์เทียบชั้นกาแฟชั้นนำอย่างเอธิโอเปีย ปานามา หรือโคลอมเบีย และส่งผลให้เมล็ดกาแฟไทยเริ่มเป็นที่ต้องการในหมู่นักคั่วกาแฟนระดับนานาชาติ

มูลค่าตลาด
33,000 บาท/กก.
กลุ่มธุรกิจ
ผลผลิตกาแฟต้นน้ำและงานประมูล
ช่วงเวลาข้อมูล
กันยายน 2569

ที่มา: kasikornresearch.com, forbesthailand.com, thairath.co.th · ข้อมูล ณ ก.ย. 2569

  • ราคาประมูลทุบสถิติสูงสุดใหม่ที่ 33,000 บาทต่อกิโลกรัม
  • สะท้อนคุณภาพเมล็ดกาแฟไทยที่ได้คะแนน Cupping Score ระดับสูง
  • ช่วยขับเคลื่อนชื่อเสียงของเกษตรกรและดอยผู้ปลูกสู่ระดับโลก

จุดเด่น

  • ยกระดับสถานะของกาแฟไทยสู่สินค้าหัตถศิลป์มูลค่าสูง
  • จูงใจให้เกษตรกรหันมาพัฒนาคุณภาพแทนการเน้นปริมาณ

เหมาะกับใคร

เหมาะสำหรับคนรักกาแฟสายจริงจังและโรงคั่วกาแฟที่ต้องการศึกษาคุณค่าของกาแฟประกวด

05

ตลาดกาแฟและชาแคปซูล มีมูลค่าทะลุ 10,800 ล้านบาท

เทรนด์การดื่มด่ำกาแฟสดแบบสะดวกสบายที่บ้าน

อุปกรณ์ชงดื่มมาแรงในบ้าน

ตลาดกาแฟและชาแคปซูล มีมูลค่าทะลุ 10,800 ล้านบาท — 10 เรื่องน่ารู้ในหมวดอาหารและคาเฟ่ อัปเดตสถิติล่าสุดปี 2026
ภาพ:forbesthailand.com

ความต้องการความสะดวกสบายระดับพรีเมียมภายในบ้านพักอาศัย ทำให้ตลาดแคปซูลกาแฟและชาในประเทศไทยขยายตัวอย่างก้าวกระโดด โดยข้อมูลการวิเคราะห์ตลาดล่าสุดระบุว่ามูลค่าตลาดแคปซูลพุ่งแตะประมาณ 309.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 10,800 ล้านบาท โดยมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยสะสมต่อปี (CAGR) สูงกว่า 10% เลยทีเดียว

ผู้บริโภคยุคใหม่มองหาการดื่มกาแฟคุณภาพระดับคาเฟ่โดยไม่ต้องเสียเวลาบดหรือตวงเมล็ดกาแฟ เครื่องชงกาแฟระบบแคปซูลจึงกลายเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้ามาตรฐานในคอนโดมิเนียมและสำนักงานสมัยใหม่ นอกจากนี้การเปิดกว้างของระบบสิทธิบัตรแคปซูลยังเปิดโอกาสให้โรงคั่วกาแฟท้องถิ่นในไทยสามารถผลิตแคปซูลเมล็ดกาแฟไทยออกมาจำหน่ายแข่งขันกับแบรนด์ระดับโลกได้

นอกเหนือจากกาแฟ แคปซูลชาก็เริ่มได้รับความนิยมตามมา เช่น ชาเขียวมัทฉะ ชาอู่หลง และชาสมุนไพร ตอบโจทย์กลุ่มคนรักสุขภาพที่ต้องการความสะดวกรวดเร็วในชีวิตประจำวัน

มูลค่าตลาด
10,800 ล้านบาท
กลุ่มธุรกิจ
ผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มโฮมบริว (Home Brew)
ช่วงเวลาข้อมูล
ปี 2568 (as of กรกฎาคม 2569)
  • มูลค่าตลาดแตะ 309.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 10,800 ล้านบาท)
  • อัตราการเติบโตเฉลี่ยสะสม (CAGR) สูงถึง 10.03%
  • โรงคั่วท้องถิ่นหันมาผลิตแคปซูลของตัวเองมากขึ้น

จุดเด่น

  • ความสะดวกและคงความสดใหม่ของรสชาติได้สม่ำเสมอ
  • ตอบโจทย์วิถีชีวิตคนเมืองที่พักอาศัยในคอนโดมิเนียม

เหมาะกับใคร

เหมาะสำหรับผู้บริโภคที่ต้องการความสะดวก และผู้ผลิตกาแฟที่มองหาช่องทางการแปรรูปสินค้า

06

ตลาดธุรกิจบริการอาหารและเครื่องดื่ม แตะระดับ 600,000 ล้านบาท

มูลค่ารวมของระบบนิเวศร้านอาหารทั่วไทย

มูลค่ารวมทั้งอุตสาหกรรม F&B

ตลาดธุรกิจบริการอาหารและเครื่องดื่ม แตะระดับ 600,000 ล้านบาท — 10 เรื่องน่ารู้ในหมวดอาหารและคาเฟ่ อัปเดตสถิติล่าสุดปี 2026
ภาพ:bangkokbiznews.com

ภาพรวมของอุตสาหกรรมร้านอาหารและเครื่องดื่ม (Foodservice) ในประเทศไทยถือเป็นหนึ่งในเสาหลักของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โดยในปี 2569 มูลค่าตลาดรวมคาดการณ์ว่าจะขึ้นไปแตะระดับ 600,000 ล้านบาท ขยายตัวจาก 570,000 ล้านบาทในปีก่อนหน้า ด้วยอัตราการเติบโตราว 2% ถึง 3% ซึ่งสอดคล้องกับการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวและการจับจ่ายใช้สอย

ตลาดร้านอาหารไทยมีความหลากหลายสูงมาก ตั้งแต่ร้านอาหารริมทาง เชนร้านอาหารฟาสต์ฟู้ด ไปจนถึงภัตตาคารหรูระดับไฟน์ไดนิ่ง การใช้จ่ายในหมวดอาหารยังคงเป็นสัดส่วนที่ใหญ่ที่สุดในตระกร้าค่าใช้จ่ายครัวเรือนไทย ผู้บริโภคยังคงให้ความสำคัญกับการออกไปรับประทานอาหารนอกบ้านเพื่อเป็นกิจกรรมสังสรรค์และพักผ่อนหย่อนใจ

อย่างไรก็ดี ท่ามกลางมูลค่าตลาดมหาศาลนี้ ผู้ประกอบการต้องเผชิญกับความท้าทายจากต้นทุนวัตถุดิบ ค่าแรง และค่าพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้น ทำให้การบริหารจัดการความคุ้มทุนและการตั้งราคาอย่างสมเหตุสมผลกลายเป็นปัจจัยชี้ขาดความอยู่รอด

มูลค่าตลาด
600,000 ล้านบาท
กลุ่มธุรกิจ
บริการอาหารและเครื่องดื่มภาพรวม
ช่วงเวลาข้อมูล
เมษายน 2569
  • มูลค่าตลาดร้านอาหารรวมทะลุ 600,000 ล้านบาท
  • ขยายตัว 2% – 3% จาก 570,000 ล้านบาทในปีก่อนหน้า
  • ได้แรงหนุนสำคัญจากนักท่องเที่ยวต่างชาติและการบริโภคภายในประเทศ

จุดเด่น

  • เม็ดเงินหมุนเวียนในตลาดสูงมากและมีความต้องการอย่างต่อเนื่อง
  • ได้อานิสงส์ทางอ้อมจากการเติบโตของอุตสาหกรรมท่องเที่ยว

เหมาะกับใคร

เหมาะสำหรับนักวิเคราะห์เศรษฐกิจและผู้ประกอบการเชนร้านอาหารขนาดใหญ่

07

จำนวนร้านอาหารและเครื่องดื่มทั่วไทย ทะลุ 700,000 แห่ง

ความหนาแน่นของร้านอาหารและเครื่องดื่มในไทย

สถิติจำนวนร้านค้าทั่วประเทศ

จำนวนร้านอาหารและเครื่องดื่มทั่วไทย ทะลุ 700,000 แห่ง — 10 เรื่องน่ารู้ในหมวดอาหารและคาเฟ่ อัปเดตสถิติล่าสุดปี 2026
ภาพประกอบสร้างโดย MachidaRank เว็บจัดอันดับ (AI)

ประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่มีความหนาแน่นของร้านอาหารสูงที่สุดในภูมิภาค โดยสถิติล่าสุด ณ กันยายน 2569 มีจำนวนร้านอาหารและเครื่องดื่มที่มีหน้าร้านทั่วประเทศมากกว่า 700,000 ร้าน ซึ่งตัวเลขนี้ยังไม่นับรวมแผงลอยริมทางชั่วคราวและรถฟู้ดทรัคที่ไม่ได้จดทะเบียนเป็นร้านถาวร

การมีร้านอาหารจำนวนมหาศาลสะท้อนถึงเสน่ห์ของเมืองหลวงแห่งอาหารอย่างกรุงเทพฯ และเมืองท่องเที่ยวต่างๆ แต่ในทางกลับกันก็บ่งบอกถึงสภาวะ Red Ocean หรือตลาดที่มีการแข่งขันดุเดือดขั้นรุนแรง ร้านอาหารใหม่ๆ เกิดขึ้นตลอดเวลาจากการที่อุปสรรคในการเข้าสู่ธุรกิจ (Barrier to Entry) ค่อนข้างต่ำ

สำหรับผู้บริโภค นี่คือยุคทองที่มีตัวเลือกในการรับประทานอาหารอย่างไม่จำกัด แต่สำหรับผู้เปิดร้าน การมีเพียงแค่รสชาติอร่อยไม่เพียงพออีกต่อไป ร้านจำเป็นต้องมีการสร้างแบรนด์ที่ชัดเจน มีการทำการตลาดบนโซเชียลมีเดีย และสร้างประสบการณ์แปลกใหม่เพื่อแย่งชิงส่วนแบ่งจากร้านค้าอีกหลายแสนแห่งทั่วประเทศ

มูลค่าตลาด
700,000 ร้าน
กลุ่มธุรกิจ
จำนวนสถานประกอบการอาหาร
ช่วงเวลาข้อมูล
กันยายน 2569

ที่มา: kasikornresearch.com, forbesthailand.com, thairath.co.th · ข้อมูล ณ ก.ย. 2569

  • มีร้านอาหารและเครื่องดื่มแบบมีหน้าร้านทะลุ 700,000 แห่ง
  • ไม่นับรวมแผงลอยชั่วคราวและร้านค้าเร่
  • สะท้อนภาวะการแข่งขันที่เข้มข้นที่สุดในภูมิภาค

จุดเด่น

  • ผู้บริโภคมีทางเลือกหลากหลายในทุกย่านและทุกระดับราคา
  • ซัพพลายเชนวัตถุดิบอาหารในประเทศมีความสมบูรณ์สูง

เหมาะกับใคร

เหมาะสำหรับผู้ที่คิดจะเริ่มต้นเปิดร้านอาหารใหม่ เพื่อประเมินสภาวะการแข่งขันรอบตัว

08

การเปิดและปิดกิจการร้านอาหาร เปิดใหม่ 3,263 ราย ยื่นปิด 491 ราย ใน 8 เดือน

สถิติการเกิดใหม่และการปิดตัวของร้านอาหาร

ดัชนีชี้วัดความอยู่รอดทางธุรกิจ

การเปิดและปิดกิจการร้านอาหาร เปิดใหม่ 3,263 ราย ยื่นปิด 491 ราย ใน 8 เดือน — 10 เรื่องน่ารู้ในหมวดอาหารและคาเฟ่ อัปเดตสถิติล่าสุดปี 2026
ภาพ:opssinergiindonesiapt.co.id

เบื้องหลังความคึกคักของร้านอาหารใหม่ๆ มีสถิติการหมุนเวียนของธุรกิจที่น่าสนใจอย่างยิ่ง โดยข้อมูลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้าในช่วง 8 เดือนแรกของปี 2569 พบว่า มีการจดทะเบียนนิติบุคคลตั้งธุรกิจร้านอาหารและเครื่องดื่มใหม่ถึง 3,263 ราย เพิ่มขึ้น 20% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า แต่ในขณะเดียวกันก็มีกิจการแจ้งเลิกดำเนินงานถึง 491 ราย ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 11% เช่นกัน

ตัวเลขสถิตินี้ตอกย้ำให้เห็นว่า ธุรกิจอาหารยังคงเป็นตัวเลือกแรกๆ ที่คนสนใจเข้ามาลงทุน แต่ก็เป็นธุรกิจที่มีอัตราการล้มหายตายจากสูงมากเช่นกัน โดยเฉพาะในช่วง 1-2 ปีแรกของการเปิดกิจการ ปัญหาหลักมักเกิดจากการประเมินกระแสเงินสดหมุนเวียนต่ำเกินไป การจัดการของเสียจากวัตถุดิบ (Food Waste) และภาระค่าเช่าพื้นที่ในทำเลทอง

ข้อมูลนี้เป็นบทเรียนที่สำคัญว่า การบริหารร้านอาหารในยุค 2569 ต้องอาศัยทั้งทักษะการทำอาหาร การเงิน การตลาด และการจัดการระบบหลังบ้านอย่างเป็นมืออาชีพ การพึ่งพาเพียงกระแสไวรัลมักไม่ยั่งยืนในระยะยาว

มูลค่าตลาด
เปิด 3,263 / ปิด 491 ราย
กลุ่มธุรกิจ
สถิติการจดทะเบียนนิติบุคคล F&B
ช่วงเวลาข้อมูล
มกราคม – สิงหาคม 2569
  • ยอดจดทะเบียนตั้งร้านอาหารใหม่ 8 เดือนแรกสูงถึง 3,263 ราย (โต 20%)
  • ยอดแจ้งเลิกกิจการเพิ่มขึ้นเป็น 491 ราย (โต 11%)
  • สะท้อนอัตราการเข้า-ออกของธุรกิจที่รวดเร็วและท้าทาย

จุดเด่น

  • มีผู้ประกอบการหน้าใหม่พร้อมนวัตกรรมและคอนเซปต์ใหม่เข้ามาเสมอ
  • ช่วยผลักดันให้มาตรฐานการบริการในตลาดพัฒนาขึ้นตลอดเวลา

เหมาะกับใคร

เหมาะสำหรับผู้ที่กำลังวางแผนเขียนแผนธุรกิจและประเมินความเสี่ยงในการลงทุน F&B

09

กลุ่มคาเฟ่และบาร์ เติบโตนำโด่งด้วยอัตรา 3.7% ถึง 7.2%

การเติบโตของพื้นที่สังสรรค์และเครื่องดื่มทางเลือก

ประเภทร้านที่มาแรงที่สุด

กลุ่มคาเฟ่และบาร์ เติบโตนำโด่งด้วยอัตรา 3.7% ถึง 7.2% — 10 เรื่องน่ารู้ในหมวดอาหารและคาเฟ่ อัปเดตสถิติล่าสุดปี 2026
ภาพประกอบสร้างโดย MachidaRank เว็บจัดอันดับ (AI)

เมื่อแยกดูการเติบโตตามหมวดหมู่ของร้านอาหาร พบว่ากลุ่มคาเฟ่และบาร์ (Café & Bar) เป็นกลุ่มที่มีอัตราการเติบโตของยอดขายโดดเด่นที่สุดกลุ่มหนึ่ง โดยคาดการณ์อัตราการขยายตัวอยู่ที่ 3.7% ถึง 7.2% ในปี 2568-2569 ซึ่งแซงหน้ากลุ่มร้านอาหารบริการเต็มรูปแบบ (Full-Service Restaurant) ที่เริ่มชะลอตัวลงมาอยู่ที่ประมาณ 3.0%

ปัจจัยผลักดันที่สำคัญมาจากการเติบโตของวัฒนธรรมเครื่องดื่มทางเลือก (Alternative Beverages) เช่น มัทฉะเกรดพิธีการ (Ceremonial Matcha), คอมบูชา (Kombucha), ม็อกเทลไร้แอลกอฮอล์ และกาแฟผสมน้ำผลไม้ คาเฟ่กลายเป็น Third Place หรือพื้นที่ที่สามสำหรับการพบปะสังสรรค์ ทำงานแบบ Remote Work และการถ่ายภาพลงโซเชียลมีเดีย

นอกจากนี้ คาเฟ่ยุคใหม่ยังปรับโมเดลเป็น Day-to-Night โดยกลางวันให้บริการกาแฟและเบเกอรี ส่วนช่วงเย็นปรับบรรยากาศเป็นบาร์เครื่องดื่มหรือคราฟต์เบียร์ ช่วยเพิ่มรายได้ต่อตารางเมตรและกระจายการรับรู้ของลูกค้าได้ตลอดทั้งวัน

มูลค่าตลาด
โต 3.7% – 7.2%
กลุ่มธุรกิจ
เซกเมนต์คาเฟ่ ชา และบาร์
ช่วงเวลาข้อมูล
ปี 2568 - 2569
  • อัตราการเติบโตของยอดขายอยู่ที่ 3.7% ถึง 7.2%
  • ขยายตัวแซงหน้าร้านอาหารเต็มรูปแบบทั่วไป
  • ได้รับแรงหนุนจากกระแสเครื่องดื่มทางเลือกและการปรับโมเดล Day-to-Night

จุดเด่น

  • อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Margin) ของฝั่งเครื่องดื่มสูงกว่าอาหารคาว
  • สามารถดึงดูดลูกค้ากลุ่มคนรุ่นใหม่และสายคอนเทนต์ได้ง่าย

เหมาะกับใคร

เหมาะสำหรับผู้ที่สนใจโมเดลร้านเครื่องดื่มที่ต้องการความยืดหยุ่นและการคืนทุนเร็ว

10

ตลาดสตรีทฟู้ดแบบมีหน้าร้าน โตแรงแตะ 266,000 ล้านบาท

ความแข็งแกร่งของอาหารริมทางที่พัฒนาสู่ความพรีเมียม

ขวัญใจมหาชนสายคุ้มค่า

ตลาดสตรีทฟู้ดแบบมีหน้าร้าน โตแรงแตะ 266,000 ล้านบาท — 10 เรื่องน่ารู้ในหมวดอาหารและคาเฟ่ อัปเดตสถิติล่าสุดปี 2026
ภาพประกอบสร้างโดย MachidaRank เว็บจัดอันดับ (AI)

แม้ว่าผู้บริโภคจะระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้นท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจ แต่กลุ่มร้านอาหารที่ได้รับประโยชน์สูงสุดกลับเป็น สตรีทฟู้ดที่มีหน้าร้าน (Street Food with Physical Presence) โดยมีมูลค่าตลาดประเมินไว้สูงถึง 261,000 ถึง 266,000 ล้านบาท และมีอัตราการเติบโตอยู่ที่ 4.7% ถึง 6.8% ซึ่งถือว่าสูงที่สุดในกลุ่มร้านอาหารหลัก

พฤติกรรมของผู้บริโภคยุคนี้เปลี่ยนไปสู่การมองหา ความคุ้มค่าคุ้มราคา (Value for Money) โดยยังคงต้องการความสะอาด สุขอนามัย และบรรยากาศการนั่งทานที่สบายใจ ร้านสตรีทฟู้ดที่ยกระดับขึ้นมาเปิดเป็นห้องแถวติดแอร์ หรือมีโต๊ะนั่งเป็นสัดส่วนชัดเจนจึงตอบโจทย์คนทำงานและครอบครัวได้อย่างลงตัว

นอกจากนี้ เสน่ห์ของสตรีทฟู้ดไทยยังได้รับการการันตีจากสื่อระดับโลกและรางวัลมิชลิน ไกด์ ทำให้กลายเป็นแม่เหล็กดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ยอมต่อคิวรอชิม ส่งผลให้ตลาดสตรีทฟู้ดมีหน้าร้านกลายเป็นกระดูกสันหลังที่แข็งแรงที่สุดของธุรกิจอาหารไทย

มูลค่าตลาด
266,000 ล้านบาท
กลุ่มธุรกิจ
อาหารริมทางแบบมีหน้าร้าน
ช่วงเวลาข้อมูล
ปี 2568
  • มูลค่าตลาดแตะระดับ 266,000 ล้านบาท
  • อัตราการเติบโตสูงถึง 4.7% – 6.8% สูงสุดในกลุ่มร้านอาหาร
  • ตอบโจทย์ความคุ้มค่าและสุขอนามัยในมื้ออาหารประจำวัน

จุดเด่น

  • เข้าถึงลูกค้าได้ทุกระดับและมีความต้านทานต่อภาวะเศรษฐกิจสูง
  • ได้รับความนิยมสูงเป็นพิเศษจากนักท่องเที่ยวต่างชาติ

เหมาะกับใคร

เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการลงทุนในธุรกิจอาหารที่มีความเสี่ยงต่ำและฐานลูกค้ากว้างขวาง

เปรียบเทียบทั้ง 10 รายการ

#รายการมูลค่าตลาดกลุ่มธุรกิจช่วงเวลาข้อมูล
1ตลาดกาแฟรวมในประเทศไทย ทะลุระดับ 67,000 ล้านบาท67,000 ล้านบาทอุตสาหกรรมเครื่องดื่มกาแฟกันยายน 2569
2ตลาดกาแฟพิเศษ (Specialty Coffee) ครองสัดส่วนเกือบครึ่งหนึ่งของตลาด30,000 ล้านบาทกาแฟพรีเมียมและร้านกาแฟเฉพาะทางกันยายน 2569
3คนไทยดื่มกาแฟเฉลี่ย 340 แก้วต่อคนต่อปี340 แก้ว/คน/ปีพฤติกรรมผู้บริโภคเครื่องดื่มปี 2569
4สถิติราคาประมูลเมล็ดกาแฟพิเศษไทย สูงสุดแตะ 33,000 บาทต่อกิโลกรัม33,000 บาท/กก.ผลผลิตกาแฟต้นน้ำและงานประมูลกันยายน 2569
5ตลาดกาแฟและชาแคปซูล มีมูลค่าทะลุ 10,800 ล้านบาท10,800 ล้านบาทผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มโฮมบริว (Home Brew)ปี 2568 (as of กรกฎาคม 2569)
6ตลาดธุรกิจบริการอาหารและเครื่องดื่ม แตะระดับ 600,000 ล้านบาท600,000 ล้านบาทบริการอาหารและเครื่องดื่มภาพรวมเมษายน 2569
7จำนวนร้านอาหารและเครื่องดื่มทั่วไทย ทะลุ 700,000 แห่ง700,000 ร้านจำนวนสถานประกอบการอาหารกันยายน 2569
8การเปิดและปิดกิจการร้านอาหาร เปิดใหม่ 3,263 ราย ยื่นปิด 491 ราย ใน 8 เดือนเปิด 3,263 / ปิด 491 รายสถิติการจดทะเบียนนิติบุคคล F&Bมกราคม – สิงหาคม 2569
9กลุ่มคาเฟ่และบาร์ เติบโตนำโด่งด้วยอัตรา 3.7% ถึง 7.2%โต 3.7% – 7.2%เซกเมนต์คาเฟ่ ชา และบาร์ปี 2568 - 2569
10ตลาดสตรีทฟู้ดแบบมีหน้าร้าน โตแรงแตะ 266,000 ล้านบาท266,000 ล้านบาทอาหารริมทางแบบมีหน้าร้านปี 2568

เลือกแบบไหนดี?

สรุปสั้นๆ ว่าแต่ละรายการเหมาะกับใคร

บทสรุป

จากภาพรวมสถิติทั้ง 10 หัวข้อ ชี้ให้เห็นอย่างชัดเจนว่าตลาดอาหารและคาเฟ่ของไทยในปี 2569 มีทั้งพลวัตของการเติบโตและการคัดกรองที่เข้มข้น ผู้บริโภคมีความรู้และเลือกสรรสิ่งที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์มากขึ้น ขณะที่ผู้ประกอบการจำเป็นต้องปรับตัวตามต้นทุนและพฤติกรรมที่เน้นความคุ้มค่าและเอกลักษณ์เฉพาะตัว การติดตามตัวเลขสถิติเหล่านี้จึงเป็นเข็มทิศชั้นดีในการวางแผนกลยุทธ์และทำความเข้าใจเทรนด์อาหารในอนาคตได้อย่างแม่นยำ

อ่านเพิ่มในหัวข้อไลฟ์สไตล์และสุขภาพ51อาหารและคาเฟ่25

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  1. 1.Thailand’s THB65 billion coffee market moves towards sustainability · nationthailand.com
  2. 2.กาแฟไทยโตต่อ ตลาดแตะ 6.7 หมื่นล้าน! คนไทยดื่มเฉลี่ย 1.7 แก้วต่อวัน Specialty โต 15% ร้านนอกแห่บุก จับตา “สงครามราคา” เกมใหม่ของตลาด - Forbes Thailand · forbesthailand.com
  3. 3.Homegrown coffee is fuelling Thailand’s specialty boom · perfectdailygrind.com
  4. 4.Thailand Coffee Market | Size, Volume & Trends 2032 · 6wresearch.com
  5. 5.Thailand Coffee and Tea Capsules Market Size, Share, 2034 · imarcgroup.com
  6. 6.thairath.co.th
  7. 7.ค้าปลีก-ร้านอาหารยังเติบโตในปี69? · thaipost.net
  8. 8.สมรภูมิร้านอาหารไทย 2568 เจาะลึกสถิติร้านเปิดใหม่ ทำไมรอดแค่ 33% และทางรอดด้วยเทคโนโลยี · zoftconnect.co
  9. 9.โค้งสุดท้ายปี 2569 ธุรกิจร้านอาหารและเครื่องดื่มยังท้าทายจากการแข่งขันสูง คาดทั้งปีมูลค่าตลาดโต 3.9% ชะลอลงจากปีก่อน · kasikornresearch.com
  10. 10.ธุรกิจค้าปลีก-ร้านอาหารในปี 2569 จะเป็นยังไง? กลุ่มไหนมาแรง กลุ่มไหนเฝ้าระวัง! · thebusinessplus.com
  11. 11.marketresearch.com
  12. 12.Thailand Foodservice Market Share, Companies & Trends Report 2026-2032 · kenresearch.com

คำถามที่พบบ่อย

ในปี 2569 คนไทยดื่มกาแฟเฉลี่ยกี่แก้วต่อปี?

คนไทยดื่มกาแฟเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 340 แก้วต่อคนต่อปี โดยเฉพาะกลุ่มที่ดื่มเป็นประจำจะมีค่าเฉลี่ยสูงถึง 1.7 แก้วต่อวัน

ตลาดกาแฟพิเศษ (Specialty Coffee) ในไทยคิดเป็นกี่เปอร์เซ็นต์ของตลาดรวม?

กาแฟพิเศษครองส่วนแบ่งประมาณ 40% ถึง 46% ของมูลค่าตลาดกาแฟรวมในไทย โดยมีมูลค่าตลาดอยู่ที่ราว 30,000 ล้านบาท

มูลค่าตลาดร้านอาหารและเครื่องดื่มในประเทศไทยล่าสุดอยู่ที่เท่าไร?

ตลาดร้านอาหารและเครื่องดื่มในไทยมีมูลค่าแตะ 600,000 ล้านบาทในปี 2569 ขยายตัวประมาณ 2% ถึง 3% จากปีก่อนหน้า

ทำไมร้านสตรีทฟู้ดแบบมีหน้าร้านถึงเติบโตได้ดีกว่าร้านอาหารประเภทอื่น?

เนื่องจากผู้บริโภคให้ความสำคัญกับความคุ้มค่าคุ้มราคาเป็นหลัก ควบคู่ไปกับความสะอาดและสุขอนามัยที่ดี ทำให้สตรีทฟู้ดมีหน้าร้านกลายเป็นตัวเลือกยอดนิยม

10 ร้านคราฟต์ช็อกโกแลตไทย (Bean-to-Bar) ยอดนิยมปี 2569 สัมผัสเอกลักษณ์รสชาติผลโกโก้แท้จากแหล่งปลูกท้องถิ่น
แนะนำ 10 เรื่อง

อาหาร & คาเฟ่0 วิว

10 ร้านคราฟต์ช็อกโกแลตไทย (Bean-to-Bar) ยอดนิยมปี 2569 สัมผัสเอกลักษณ์รสชาติผลโกโก้แท้จากแหล่งปลูกท้องถิ่น

เจาะลึก 10 แบรนด์และคาเฟ่คราฟต์ช็อกโกแลตสัญชาติไทยแบบ Bean-to-Bar ที่นำเสนอรสชาติเฉพาะตัวของโกโก้จากแหล่งปลูกทั่วประเทศ การันตีด้วยรางวัลระดับโลกและมิติรสชาติสุดประณีต

ในบทความ: PARADAi (ภราดัย) · Kad Kokoa (กาด โกโก้) · Siamaya Chocolate (สยามมายา โชกเกอแลต)

10 อันดับเชนร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดที่มียอดขายต่อปีสูงที่สุดในโลก อัปเดตสถิติล่าสุดปี 2026
จัดอันดับ 10 → 1

อาหาร & คาเฟ่0 วิว

10 อันดับเชนร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดที่มียอดขายต่อปีสูงที่สุดในโลก อัปเดตสถิติล่าสุดปี 2026

ส่องทำเนียบ 10 ยักษ์ใหญ่เชนอาหารบริการด่วนระดับโลกที่กวาดเม็ดเงินสูงสุด อ้างอิงสถิติยอดขายรวมทั้งระบบทั่วโลกอย่างเป็นทางการล่าสุดปี 2026

ใครคืออันดับ 1? เลื่อนลงไปลุ้นในบทความ

10 คาเฟ่และเบเกอรี่สไตล์อาร์ทิซาน ย่านเจริญกรุง-ตลาดน้อย ยอดนิยมปี 2569 ปักหมุดมุมถ่ายรูปคลาสสิกริมย่านเมืองเก่า
แนะนำ 10 เรื่อง

อาหาร & คาเฟ่2 วิว

10 คาเฟ่และเบเกอรี่สไตล์อาร์ทิซาน ย่านเจริญกรุง-ตลาดน้อย ยอดนิยมปี 2569 ปักหมุดมุมถ่ายรูปคลาสสิกริมย่านเมืองเก่า

อัปเดต 10 คาเฟ่และโรงอบเบเกอรี่คราฟต์ย่านเจริญกรุง-ตลาดน้อยปี 2569 สัมผัสขนมอบสูตรประณีต เคล้ากลิ่นอายสถาปัตยกรรมคลาสสิกของย่านชุมชนเมืองเก่าริมแม่น้ำเจ้าพระยา

ในบทความ: Sarnies Sourdough · 965bkk · Mornii Bakery

เสียงจากผู้อ่าน

อยากให้เราจัดอันดับอะไร?

บอกมาได้เลย หัวข้อที่คนขอเยอะที่สุดจะได้เขียนก่อน