10 เรื่องน่ารู้ในหมวดอาหารและคาเฟ่ อัปเดตสถิติล่าสุดปี 2026
เจาะลึกตัวเลขสำคัญและข้อเท็จจริงล่าสุดของวงการอาหารและคาเฟ่ไทย ตั้งแต่มูลค่าตลาดกาแฟพิเศษไปจนถึงพฤติกรรมการบริโภคที่เปลี่ยนไป

ไปยังหัวข้อ
- 01ตลาดกาแฟรวมในประเทศไทย ทะลุระดับ 67,000 ล้านบาท
- 02ตลาดกาแฟพิเศษ (Specialty Coffee) ครองสัดส่วนเกือบครึ่งหนึ่งของตลาด
- 03คนไทยดื่มกาแฟเฉลี่ย 340 แก้วต่อคนต่อปี
- 04สถิติราคาประมูลเมล็ดกาแฟพิเศษไทย สูงสุดแตะ 33,000 บาทต่อกิโลกรัม
- 05ตลาดกาแฟและชาแคปซูล มีมูลค่าทะลุ 10,800 ล้านบาท
- 06ตลาดธุรกิจบริการอาหารและเครื่องดื่ม แตะระดับ 600,000 ล้านบาท
- 07จำนวนร้านอาหารและเครื่องดื่มทั่วไทย ทะลุ 700,000 แห่ง
- 08การเปิดและปิดกิจการร้านอาหาร เปิดใหม่ 3,263 ราย ยื่นปิด 491 ราย ใน 8 เดือน
- 09กลุ่มคาเฟ่และบาร์ เติบโตนำโด่งด้วยอัตรา 3.7% ถึง 7.2%
- 10ตลาดสตรีทฟู้ดแบบมีหน้าร้าน โตแรงแตะ 266,000 ล้านบาท
วัฒนธรรมอาหารและคาเฟ่ในประเทศไทยไม่ได้เป็นเพียงแค่เรื่องของการรับประทานอาหารนอกบ้านอีกต่อไป แต่ได้กลายเป็นไลฟ์สไตล์สำคัญที่ขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจมูลค่าหลายแสนล้านบาท ในช่วงปี 2568 ถึง 2569 เราได้เห็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของพฤติกรรมผู้บริโภคไทย ไม่ว่าจะเป็นกระแสความนิยมในกาแฟคลื่นลูกใหม่ ความต้องการความคุ้มค่า และการปรับตัวของร้านอาหารสู่ยุคดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ
การเติบโตอย่างรวดเร็วของกลุ่มคาเฟ่และร้านอาหารส่งผลให้เกิดตัวเลขสถิติที่น่าสนใจมากมาย บางตัวเลขสะท้อนถึงโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ ขณะที่บางสถิติก็ชี้ให้เห็นถึงการแข่งขันที่ดุเดือดจนน่าจับตามอง การทำความเข้าใจโครงสร้างของอุตสาหกรรม F&B (Food and Beverage) ในมิติต่างๆ จึงเป็นประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับทั้งผู้ประกอบการ นักลงทุน และผู้บริโภคทั่วไปที่ชื่นชอบการตระเวนชิม
บทความนี้ MachidaRank ได้รวบรวม 10 ข้อเท็จจริงและตัวเลขอัปเดตล่าสุดของแวดวงอาหารและคาเฟ่ในไทย เพื่อพาผู้อ่านไปสำรวจเบื้องหลังความคึกคัก ตั้งแต่ตลาดกาแฟพิเศษ ปริมาณการดื่มกาแฟต่อหัว สถิติร้านค้า ไปจนถึงทิศทางการบริโภคอาหารที่กำลังกำหนดทิศทางของตลาดในปี 2569
คัดเลือกอย่างไร
ฐานข้อมูลสถิติระหว่างปี 2568-2569 ถูกนำมาใช้เป็นแกนหลักในการเรียบเรียงบทความชิ้นนี้ โดยบูรณาการข้อมูลเชิงลึกจากหน่วยงานรัฐและองค์กรชั้นนำหลายภาคส่วน ทั้งกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ และสมาคมกาแฟพิเศษไทย (SCATH) ผสานเข้ากับมุมมองทางเศรษฐกิจจากศูนย์วิจัยกสิกรไทย บทวิเคราะห์โดย SCB EIC รวมถึงผลการศึกษาวิจัยในแวดวงอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มระดับแนวหน้า ทั้งหมดนี้มุ่งสะท้อนให้เห็นความเคลื่อนไหว ตลอดจนพฤติกรรมของผู้บริโภคในตลาด F&B และคาเฟ่ไทยได้อย่างรอบด้านและแม่นยำที่สุด
ทั้ง 10 รายการ
ตลาดกาแฟรวมในประเทศไทย ทะลุระดับ 67,000 ล้านบาท
ภาพรวมมูลค่าการบริโภคกาแฟทั่วประเทศ
มูลค่าตลาดหลักของอุตสาหกรรม

ตลาดกาแฟในประเทศไทยมีการเติบโตอย่างแข็งแกร่งและต่อเนื่องมาโดยตลอด โดยในปี 2569 ตัวเลขมูลค่ารวมของตลาดกาแฟทั้งระบบได้พุ่งแตะระดับ 66,000 ถึง 67,000 ล้านบาท ขยายตัวขึ้นจากมูลค่า 65,000 ล้านบาทในปีก่อนหน้า การขยายตัวนี้ครอบคลุมทั้งผลิตภัณฑ์กาแฟปรุงสำเร็จพร้อมดื่ม (RTD) กาแฟผงชงดื่มตามบ้านเรือน และกาแฟสดในร้านคาเฟ่ทั่วประเทศ
ความน่าสนใจของตลาดกาแฟไทยคือการที่กาแฟได้ก้าวข้ามจากการเป็นเครื่องดื่มยามเช้าเพื่อปลุกความสดชื่น มาเป็นเครื่องดื่มที่บ่งบอกรสนิยมและสะท้อนวิถีชีวิตประจำวัน การขยายสาขาของร้านกาแฟเชนขนาดใหญ่ควบคู่ไปกับการเปิดตัวของร้านกาแฟอิสระในทุกย่าน ทำให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงกาแฟคุณภาพดีได้สะดวกสบายยิ่งขึ้นในทุกระดับราคา
ปัจจัยหลักที่ช่วยดันมูลค่าตลาดให้เติบโตในปีนี้มาจากการเพิ่มขึ้นของราคาเมล็ดกาแฟต้นน้ำทั่วโลก ประกอบกับความต้องการเครื่องดื่มกาแฟเกรดพรีเมียมที่ผู้บริโภคยอมจ่ายในราคาสูงขึ้นเพื่อแลกกับประสบการณ์ที่เหนือชั้น ส่งผลให้มูลค่าการหมุนเวียนในระบบเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
- มูลค่าตลาด
- 67,000 ล้านบาท
- กลุ่มธุรกิจ
- อุตสาหกรรมเครื่องดื่มกาแฟ
- ช่วงเวลาข้อมูล
- กันยายน 2569
- มูลค่าตลาดกาแฟรวมแตะระดับ 67,000 ล้านบาทในปี 2569
- ขยายตัวต่อเนื่องจากระดับ 65,000 ล้านบาทในปีก่อนหน้า
- ครอบคลุมทั้งกาแฟสำเร็จรูปและกาแฟสดหน้าร้าน
จุดเด่น
- ตลาดมีขนาดใหญ่และผู้บริโภคมีกำลังซื้อสูงอย่างต่อเนื่อง
- มีช่องทางจำหน่ายครอบคลุมตั้งแต่งานค้าปลีกไปจนถึงร้านระดับพรีเมียม
เหมาะกับใคร
เหมาะสำหรับนักลงทุนและผู้ประกอบการที่ต้องการมองภาพรวมขนาดของอุตสาหกรรมเครื่องดื่มในไทย
ตลาดกาแฟพิเศษ (Specialty Coffee) ครองสัดส่วนเกือบครึ่งหนึ่งของตลาด
กระแสความนิยมกาแฟคุณภาพระดับพรีเมียม
เซกเมนต์ที่เติบโตเร็วที่สุด

ปรากฏการณ์ที่น่าจับตามองที่สุดในวงการกาแฟไทยคือการก้าวกระโดดของเซกเมนต์กาแฟพิเศษ หรือ Specialty Coffee ซึ่งในปี 2569 สร้างมูลค่าตลาดได้ถึงราว 30,000 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 40% ถึง 46% ของมูลค่าตลาดกาแฟรวมทั้งประเทศ พร้อมด้วยอัตราการเติบโตที่เฉลี่ยสูงถึง 12% ถึง 15% ต่อปี ซึ่งเติบโตเร็วกว่าตลาดกาแฟพาณิชย์ทั่วไปหลายเท่า
วัฒนธรรมกาแฟคลื่นลูกที่สามและสี่ในไทยทำให้ผู้บริโภคหันมาสนใจกระบวนการผลิตตั้งแต่แหล่งปลูก สายพันธุ์เมล็ดกาแฟ การโปรเซส (Processing Method) ไปจนถึงทักษะของบาริสต้าและการสกัด ร้านกาแฟแบบ Specialty จึงไม่ได้ขายเพียงเครื่องดื่ม แต่ขายเรื่องราวเบื้องหลังและความพิถีพิถันในทุกแก้ว
การขยายตัวของกาแฟพิเศษยังช่วยยกระดับรายได้ของเกษตรกรต้นน้ำในภาคเหนือของไทย เช่น เชียงใหม่ เชียงราย และน่าน ทำให้ระบบนิเวศของกาแฟไทยตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำแข็งแกร่งขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
- มูลค่าตลาด
- 30,000 ล้านบาท
- กลุ่มธุรกิจ
- กาแฟพรีเมียมและร้านกาแฟเฉพาะทาง
- ช่วงเวลาข้อมูล
- กันยายน 2569
- ครองสัดส่วน 40% - 46% ของมูลค่าตลาดกาแฟในไทย
- อัตราการเติบโตเฉลี่ยสูงถึง 12% - 15% ต่อปี
- เกิดกระแสคั่วกาแฟเองและเลือกสายพันธุ์อย่างแพร่หลาย
จุดเด่น
- สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลผลิตและสร้างความภักดีต่อแบรนด์ได้สูง
- ผู้บริโภคยินดีจ่ายราคาพรีเมียมเพื่อแลกกับรสชาติและเรื่องราว
เหมาะกับใคร
เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการศึกษาแนวทางเปิดคาเฟ่ที่เน้นสร้างความแตกต่างและเอกลักษณ์เฉพาะตัว
คนไทยดื่มกาแฟเฉลี่ย 340 แก้วต่อคนต่อปี
ความถี่และปริมาณการดื่มกาแฟของประชากรไทย
สถิติพฤติกรรมยอดฮิต

สถิติพฤติกรรมการบริโภคกาแฟของประชากรไทยมีการไต่ระดับขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยข้อมูลล่าสุดในปี 2569 ระบุว่าคนไทยดื่มกาแฟเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 340 แก้วต่อคนต่อปี และเมื่อโฟกัสเฉพาะกลุ่มผู้ที่ดื่มกาแฟเป็นประจำ (Regular Drinkers) ตัวเลขจะเฉลี่ยสูงถึง 1.7 แก้วต่อวัน ซึ่งสะท้อนว่ากาแฟกลายเป็นส่วนหนึ่งของกิจวัตรประจำวันไปเรียบร้อยแล้ว
หากย้อนดูข้อมูลในอดีต อัตราการดื่มกาแฟต่อคนของไทยเคยอยู่ในระดับต่ำกว่า 200 แก้วต่อปี แต่การเข้ามาของร้านสะดวกซื้อที่มีมุมกาแฟสด ร้านกาแฟแฟรนไชส์ตามสถานีบริการน้ำมัน และร้านกาแฟในย่านออฟฟิศ ได้เปลี่ยนพฤติกรรมคนเมืองให้ดื่มกาแฟแก้วที่สองในช่วงบ่ายอย่างแพร่หลาย
อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับประเทศผู้นำด้านการบริโภคกาแฟอย่างฟินแลนด์ ญี่ปุ่น หรือสหรัฐอเมริกา ตัวเลข 340 แก้วต่อคนต่อปีของไทยยังถือว่ายังมีช่องว่างให้เติบโตได้อีกมาก โดยเฉพาะในกลุ่มประชากรวัยรุ่นที่เพิ่งเริ่มเข้าสู่วัยทำงานและกลุ่มผู้สูงอายุที่หันมาดื่มกาแฟเพื่อสุขภาพ
- มูลค่าตลาด
- 340 แก้ว/คน/ปี
- กลุ่มธุรกิจ
- พฤติกรรมผู้บริโภคเครื่องดื่ม
- ช่วงเวลาข้อมูล
- ปี 2569
- อัตราเฉลี่ยการดื่มกาแฟอยู่ที่ 340 แก้วต่อคนต่อปี
- กลุ่มผู้ดื่มประจำบริโภคเฉลี่ย 1.7 แก้วต่อวัน
- ยังมีโอกาสเติบโตเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยสากล
จุดเด่น
- ความถี่ในการซื้อซ้ำของผู้บริโภคสูงมาก
- กาแฟกลายเป็นสินค้าจำเป็นในชีวิตประจำวันของคนทำงาน
เหมาะกับใคร
เหมาะสำหรับนักการตลาดที่ต้องการวางแผนการเข้าถึงผู้บริโภคในแต่ละช่วงเวลาของวัน
สถิติราคาประมูลเมล็ดกาแฟพิเศษไทย สูงสุดแตะ 33,000 บาทต่อกิโลกรัม
การยกระดับผลผลิตเกษตรสู่สินค้าไฮเอนด์
สถิติราคาสูงสุดเป็นประวัติการณ์

การพัฒนาคุณภาพของเมล็ดกาแฟที่ปลูกในประเทศไทยได้สร้างปรากฏการณ์ระดับสากล เมื่อการประมูลเมล็ดกาแฟพิเศษไทยในปี 2569 ทำสถิติราคาสูงสุดถึง 33,000 บาทต่อกิโลกรัม สะท้อนให้เห็นว่าผู้ประกอบการและนักสะสมเมล็ดกาแฟยอมทุ่มเงินเพื่อครอบครองผลผลิตที่มีรสชาติและเอกลักษณ์เฉพาะตัวจากแหล่งปลูกในไทย
ราคาประมูลที่พุ่งสูงเช่นนี้เกิดขึ้นจากการประกวดและการคัดเลือกอย่างเข้มงวด โดยใช้มาตรฐานคะแนนการชิมระดับสากล (Cupping Score) ที่สูงกว่า 85 คะแนนขึ้นไป เมล็ดกาแฟที่ชนะการประมูลมักผ่านกระบวนการหมักแบบพิเศษ เช่น Anaerobic Fermentation หรือการทดลองยีสต์สายพันธุ์เฉพาะเพื่อดึงกลิ่นอายฟรุตตี้และดอกไม้ออกมาให้เด่นชัดที่สุด
สถิตินี้ไม่ได้เป็นเพียงตัวเลขเพื่อการประชาสัมพันธ์ แต่เป็นเครื่องหมายยืนยันว่า เกษตรกรไทยสามารถผลิตกาแฟที่มีโปรไฟล์เทียบชั้นกาแฟชั้นนำอย่างเอธิโอเปีย ปานามา หรือโคลอมเบีย และส่งผลให้เมล็ดกาแฟไทยเริ่มเป็นที่ต้องการในหมู่นักคั่วกาแฟนระดับนานาชาติ
- มูลค่าตลาด
- 33,000 บาท/กก.
- กลุ่มธุรกิจ
- ผลผลิตกาแฟต้นน้ำและงานประมูล
- ช่วงเวลาข้อมูล
- กันยายน 2569
ที่มา: kasikornresearch.com, forbesthailand.com, thairath.co.th · ข้อมูล ณ ก.ย. 2569
- ราคาประมูลทุบสถิติสูงสุดใหม่ที่ 33,000 บาทต่อกิโลกรัม
- สะท้อนคุณภาพเมล็ดกาแฟไทยที่ได้คะแนน Cupping Score ระดับสูง
- ช่วยขับเคลื่อนชื่อเสียงของเกษตรกรและดอยผู้ปลูกสู่ระดับโลก
จุดเด่น
- ยกระดับสถานะของกาแฟไทยสู่สินค้าหัตถศิลป์มูลค่าสูง
- จูงใจให้เกษตรกรหันมาพัฒนาคุณภาพแทนการเน้นปริมาณ
เหมาะกับใคร
เหมาะสำหรับคนรักกาแฟสายจริงจังและโรงคั่วกาแฟที่ต้องการศึกษาคุณค่าของกาแฟประกวด
ตลาดกาแฟและชาแคปซูล มีมูลค่าทะลุ 10,800 ล้านบาท
เทรนด์การดื่มด่ำกาแฟสดแบบสะดวกสบายที่บ้าน
อุปกรณ์ชงดื่มมาแรงในบ้าน

ความต้องการความสะดวกสบายระดับพรีเมียมภายในบ้านพักอาศัย ทำให้ตลาดแคปซูลกาแฟและชาในประเทศไทยขยายตัวอย่างก้าวกระโดด โดยข้อมูลการวิเคราะห์ตลาดล่าสุดระบุว่ามูลค่าตลาดแคปซูลพุ่งแตะประมาณ 309.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 10,800 ล้านบาท โดยมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยสะสมต่อปี (CAGR) สูงกว่า 10% เลยทีเดียว
ผู้บริโภคยุคใหม่มองหาการดื่มกาแฟคุณภาพระดับคาเฟ่โดยไม่ต้องเสียเวลาบดหรือตวงเมล็ดกาแฟ เครื่องชงกาแฟระบบแคปซูลจึงกลายเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้ามาตรฐานในคอนโดมิเนียมและสำนักงานสมัยใหม่ นอกจากนี้การเปิดกว้างของระบบสิทธิบัตรแคปซูลยังเปิดโอกาสให้โรงคั่วกาแฟท้องถิ่นในไทยสามารถผลิตแคปซูลเมล็ดกาแฟไทยออกมาจำหน่ายแข่งขันกับแบรนด์ระดับโลกได้
นอกเหนือจากกาแฟ แคปซูลชาก็เริ่มได้รับความนิยมตามมา เช่น ชาเขียวมัทฉะ ชาอู่หลง และชาสมุนไพร ตอบโจทย์กลุ่มคนรักสุขภาพที่ต้องการความสะดวกรวดเร็วในชีวิตประจำวัน
- มูลค่าตลาด
- 10,800 ล้านบาท
- กลุ่มธุรกิจ
- ผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มโฮมบริว (Home Brew)
- ช่วงเวลาข้อมูล
- ปี 2568 (as of กรกฎาคม 2569)
- มูลค่าตลาดแตะ 309.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 10,800 ล้านบาท)
- อัตราการเติบโตเฉลี่ยสะสม (CAGR) สูงถึง 10.03%
- โรงคั่วท้องถิ่นหันมาผลิตแคปซูลของตัวเองมากขึ้น
จุดเด่น
- ความสะดวกและคงความสดใหม่ของรสชาติได้สม่ำเสมอ
- ตอบโจทย์วิถีชีวิตคนเมืองที่พักอาศัยในคอนโดมิเนียม
เหมาะกับใคร
เหมาะสำหรับผู้บริโภคที่ต้องการความสะดวก และผู้ผลิตกาแฟที่มองหาช่องทางการแปรรูปสินค้า
ตลาดธุรกิจบริการอาหารและเครื่องดื่ม แตะระดับ 600,000 ล้านบาท
มูลค่ารวมของระบบนิเวศร้านอาหารทั่วไทย
มูลค่ารวมทั้งอุตสาหกรรม F&B

ภาพรวมของอุตสาหกรรมร้านอาหารและเครื่องดื่ม (Foodservice) ในประเทศไทยถือเป็นหนึ่งในเสาหลักของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โดยในปี 2569 มูลค่าตลาดรวมคาดการณ์ว่าจะขึ้นไปแตะระดับ 600,000 ล้านบาท ขยายตัวจาก 570,000 ล้านบาทในปีก่อนหน้า ด้วยอัตราการเติบโตราว 2% ถึง 3% ซึ่งสอดคล้องกับการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวและการจับจ่ายใช้สอย
ตลาดร้านอาหารไทยมีความหลากหลายสูงมาก ตั้งแต่ร้านอาหารริมทาง เชนร้านอาหารฟาสต์ฟู้ด ไปจนถึงภัตตาคารหรูระดับไฟน์ไดนิ่ง การใช้จ่ายในหมวดอาหารยังคงเป็นสัดส่วนที่ใหญ่ที่สุดในตระกร้าค่าใช้จ่ายครัวเรือนไทย ผู้บริโภคยังคงให้ความสำคัญกับการออกไปรับประทานอาหารนอกบ้านเพื่อเป็นกิจกรรมสังสรรค์และพักผ่อนหย่อนใจ
อย่างไรก็ดี ท่ามกลางมูลค่าตลาดมหาศาลนี้ ผู้ประกอบการต้องเผชิญกับความท้าทายจากต้นทุนวัตถุดิบ ค่าแรง และค่าพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้น ทำให้การบริหารจัดการความคุ้มทุนและการตั้งราคาอย่างสมเหตุสมผลกลายเป็นปัจจัยชี้ขาดความอยู่รอด
- มูลค่าตลาด
- 600,000 ล้านบาท
- กลุ่มธุรกิจ
- บริการอาหารและเครื่องดื่มภาพรวม
- ช่วงเวลาข้อมูล
- เมษายน 2569
- มูลค่าตลาดร้านอาหารรวมทะลุ 600,000 ล้านบาท
- ขยายตัว 2% – 3% จาก 570,000 ล้านบาทในปีก่อนหน้า
- ได้แรงหนุนสำคัญจากนักท่องเที่ยวต่างชาติและการบริโภคภายในประเทศ
จุดเด่น
- เม็ดเงินหมุนเวียนในตลาดสูงมากและมีความต้องการอย่างต่อเนื่อง
- ได้อานิสงส์ทางอ้อมจากการเติบโตของอุตสาหกรรมท่องเที่ยว
เหมาะกับใคร
เหมาะสำหรับนักวิเคราะห์เศรษฐกิจและผู้ประกอบการเชนร้านอาหารขนาดใหญ่
จำนวนร้านอาหารและเครื่องดื่มทั่วไทย ทะลุ 700,000 แห่ง
ความหนาแน่นของร้านอาหารและเครื่องดื่มในไทย
สถิติจำนวนร้านค้าทั่วประเทศ

ประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่มีความหนาแน่นของร้านอาหารสูงที่สุดในภูมิภาค โดยสถิติล่าสุด ณ กันยายน 2569 มีจำนวนร้านอาหารและเครื่องดื่มที่มีหน้าร้านทั่วประเทศมากกว่า 700,000 ร้าน ซึ่งตัวเลขนี้ยังไม่นับรวมแผงลอยริมทางชั่วคราวและรถฟู้ดทรัคที่ไม่ได้จดทะเบียนเป็นร้านถาวร
การมีร้านอาหารจำนวนมหาศาลสะท้อนถึงเสน่ห์ของเมืองหลวงแห่งอาหารอย่างกรุงเทพฯ และเมืองท่องเที่ยวต่างๆ แต่ในทางกลับกันก็บ่งบอกถึงสภาวะ Red Ocean หรือตลาดที่มีการแข่งขันดุเดือดขั้นรุนแรง ร้านอาหารใหม่ๆ เกิดขึ้นตลอดเวลาจากการที่อุปสรรคในการเข้าสู่ธุรกิจ (Barrier to Entry) ค่อนข้างต่ำ
สำหรับผู้บริโภค นี่คือยุคทองที่มีตัวเลือกในการรับประทานอาหารอย่างไม่จำกัด แต่สำหรับผู้เปิดร้าน การมีเพียงแค่รสชาติอร่อยไม่เพียงพออีกต่อไป ร้านจำเป็นต้องมีการสร้างแบรนด์ที่ชัดเจน มีการทำการตลาดบนโซเชียลมีเดีย และสร้างประสบการณ์แปลกใหม่เพื่อแย่งชิงส่วนแบ่งจากร้านค้าอีกหลายแสนแห่งทั่วประเทศ
- มูลค่าตลาด
- 700,000 ร้าน
- กลุ่มธุรกิจ
- จำนวนสถานประกอบการอาหาร
- ช่วงเวลาข้อมูล
- กันยายน 2569
ที่มา: kasikornresearch.com, forbesthailand.com, thairath.co.th · ข้อมูล ณ ก.ย. 2569
- มีร้านอาหารและเครื่องดื่มแบบมีหน้าร้านทะลุ 700,000 แห่ง
- ไม่นับรวมแผงลอยชั่วคราวและร้านค้าเร่
- สะท้อนภาวะการแข่งขันที่เข้มข้นที่สุดในภูมิภาค
จุดเด่น
- ผู้บริโภคมีทางเลือกหลากหลายในทุกย่านและทุกระดับราคา
- ซัพพลายเชนวัตถุดิบอาหารในประเทศมีความสมบูรณ์สูง
เหมาะกับใคร
เหมาะสำหรับผู้ที่คิดจะเริ่มต้นเปิดร้านอาหารใหม่ เพื่อประเมินสภาวะการแข่งขันรอบตัว
การเปิดและปิดกิจการร้านอาหาร เปิดใหม่ 3,263 ราย ยื่นปิด 491 ราย ใน 8 เดือน
สถิติการเกิดใหม่และการปิดตัวของร้านอาหาร
ดัชนีชี้วัดความอยู่รอดทางธุรกิจ

เบื้องหลังความคึกคักของร้านอาหารใหม่ๆ มีสถิติการหมุนเวียนของธุรกิจที่น่าสนใจอย่างยิ่ง โดยข้อมูลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้าในช่วง 8 เดือนแรกของปี 2569 พบว่า มีการจดทะเบียนนิติบุคคลตั้งธุรกิจร้านอาหารและเครื่องดื่มใหม่ถึง 3,263 ราย เพิ่มขึ้น 20% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า แต่ในขณะเดียวกันก็มีกิจการแจ้งเลิกดำเนินงานถึง 491 ราย ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 11% เช่นกัน
ตัวเลขสถิตินี้ตอกย้ำให้เห็นว่า ธุรกิจอาหารยังคงเป็นตัวเลือกแรกๆ ที่คนสนใจเข้ามาลงทุน แต่ก็เป็นธุรกิจที่มีอัตราการล้มหายตายจากสูงมากเช่นกัน โดยเฉพาะในช่วง 1-2 ปีแรกของการเปิดกิจการ ปัญหาหลักมักเกิดจากการประเมินกระแสเงินสดหมุนเวียนต่ำเกินไป การจัดการของเสียจากวัตถุดิบ (Food Waste) และภาระค่าเช่าพื้นที่ในทำเลทอง
ข้อมูลนี้เป็นบทเรียนที่สำคัญว่า การบริหารร้านอาหารในยุค 2569 ต้องอาศัยทั้งทักษะการทำอาหาร การเงิน การตลาด และการจัดการระบบหลังบ้านอย่างเป็นมืออาชีพ การพึ่งพาเพียงกระแสไวรัลมักไม่ยั่งยืนในระยะยาว
- มูลค่าตลาด
- เปิด 3,263 / ปิด 491 ราย
- กลุ่มธุรกิจ
- สถิติการจดทะเบียนนิติบุคคล F&B
- ช่วงเวลาข้อมูล
- มกราคม – สิงหาคม 2569
- ยอดจดทะเบียนตั้งร้านอาหารใหม่ 8 เดือนแรกสูงถึง 3,263 ราย (โต 20%)
- ยอดแจ้งเลิกกิจการเพิ่มขึ้นเป็น 491 ราย (โต 11%)
- สะท้อนอัตราการเข้า-ออกของธุรกิจที่รวดเร็วและท้าทาย
จุดเด่น
- มีผู้ประกอบการหน้าใหม่พร้อมนวัตกรรมและคอนเซปต์ใหม่เข้ามาเสมอ
- ช่วยผลักดันให้มาตรฐานการบริการในตลาดพัฒนาขึ้นตลอดเวลา
เหมาะกับใคร
เหมาะสำหรับผู้ที่กำลังวางแผนเขียนแผนธุรกิจและประเมินความเสี่ยงในการลงทุน F&B
กลุ่มคาเฟ่และบาร์ เติบโตนำโด่งด้วยอัตรา 3.7% ถึง 7.2%
การเติบโตของพื้นที่สังสรรค์และเครื่องดื่มทางเลือก
ประเภทร้านที่มาแรงที่สุด

เมื่อแยกดูการเติบโตตามหมวดหมู่ของร้านอาหาร พบว่ากลุ่มคาเฟ่และบาร์ (Café & Bar) เป็นกลุ่มที่มีอัตราการเติบโตของยอดขายโดดเด่นที่สุดกลุ่มหนึ่ง โดยคาดการณ์อัตราการขยายตัวอยู่ที่ 3.7% ถึง 7.2% ในปี 2568-2569 ซึ่งแซงหน้ากลุ่มร้านอาหารบริการเต็มรูปแบบ (Full-Service Restaurant) ที่เริ่มชะลอตัวลงมาอยู่ที่ประมาณ 3.0%
ปัจจัยผลักดันที่สำคัญมาจากการเติบโตของวัฒนธรรมเครื่องดื่มทางเลือก (Alternative Beverages) เช่น มัทฉะเกรดพิธีการ (Ceremonial Matcha), คอมบูชา (Kombucha), ม็อกเทลไร้แอลกอฮอล์ และกาแฟผสมน้ำผลไม้ คาเฟ่กลายเป็น Third Place หรือพื้นที่ที่สามสำหรับการพบปะสังสรรค์ ทำงานแบบ Remote Work และการถ่ายภาพลงโซเชียลมีเดีย
นอกจากนี้ คาเฟ่ยุคใหม่ยังปรับโมเดลเป็น Day-to-Night โดยกลางวันให้บริการกาแฟและเบเกอรี ส่วนช่วงเย็นปรับบรรยากาศเป็นบาร์เครื่องดื่มหรือคราฟต์เบียร์ ช่วยเพิ่มรายได้ต่อตารางเมตรและกระจายการรับรู้ของลูกค้าได้ตลอดทั้งวัน
- มูลค่าตลาด
- โต 3.7% – 7.2%
- กลุ่มธุรกิจ
- เซกเมนต์คาเฟ่ ชา และบาร์
- ช่วงเวลาข้อมูล
- ปี 2568 - 2569
- อัตราการเติบโตของยอดขายอยู่ที่ 3.7% ถึง 7.2%
- ขยายตัวแซงหน้าร้านอาหารเต็มรูปแบบทั่วไป
- ได้รับแรงหนุนจากกระแสเครื่องดื่มทางเลือกและการปรับโมเดล Day-to-Night
จุดเด่น
- อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Margin) ของฝั่งเครื่องดื่มสูงกว่าอาหารคาว
- สามารถดึงดูดลูกค้ากลุ่มคนรุ่นใหม่และสายคอนเทนต์ได้ง่าย
เหมาะกับใคร
เหมาะสำหรับผู้ที่สนใจโมเดลร้านเครื่องดื่มที่ต้องการความยืดหยุ่นและการคืนทุนเร็ว
ตลาดสตรีทฟู้ดแบบมีหน้าร้าน โตแรงแตะ 266,000 ล้านบาท
ความแข็งแกร่งของอาหารริมทางที่พัฒนาสู่ความพรีเมียม
ขวัญใจมหาชนสายคุ้มค่า

แม้ว่าผู้บริโภคจะระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้นท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจ แต่กลุ่มร้านอาหารที่ได้รับประโยชน์สูงสุดกลับเป็น สตรีทฟู้ดที่มีหน้าร้าน (Street Food with Physical Presence) โดยมีมูลค่าตลาดประเมินไว้สูงถึง 261,000 ถึง 266,000 ล้านบาท และมีอัตราการเติบโตอยู่ที่ 4.7% ถึง 6.8% ซึ่งถือว่าสูงที่สุดในกลุ่มร้านอาหารหลัก
พฤติกรรมของผู้บริโภคยุคนี้เปลี่ยนไปสู่การมองหา ความคุ้มค่าคุ้มราคา (Value for Money) โดยยังคงต้องการความสะอาด สุขอนามัย และบรรยากาศการนั่งทานที่สบายใจ ร้านสตรีทฟู้ดที่ยกระดับขึ้นมาเปิดเป็นห้องแถวติดแอร์ หรือมีโต๊ะนั่งเป็นสัดส่วนชัดเจนจึงตอบโจทย์คนทำงานและครอบครัวได้อย่างลงตัว
นอกจากนี้ เสน่ห์ของสตรีทฟู้ดไทยยังได้รับการการันตีจากสื่อระดับโลกและรางวัลมิชลิน ไกด์ ทำให้กลายเป็นแม่เหล็กดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ยอมต่อคิวรอชิม ส่งผลให้ตลาดสตรีทฟู้ดมีหน้าร้านกลายเป็นกระดูกสันหลังที่แข็งแรงที่สุดของธุรกิจอาหารไทย
- มูลค่าตลาด
- 266,000 ล้านบาท
- กลุ่มธุรกิจ
- อาหารริมทางแบบมีหน้าร้าน
- ช่วงเวลาข้อมูล
- ปี 2568
- มูลค่าตลาดแตะระดับ 266,000 ล้านบาท
- อัตราการเติบโตสูงถึง 4.7% – 6.8% สูงสุดในกลุ่มร้านอาหาร
- ตอบโจทย์ความคุ้มค่าและสุขอนามัยในมื้ออาหารประจำวัน
จุดเด่น
- เข้าถึงลูกค้าได้ทุกระดับและมีความต้านทานต่อภาวะเศรษฐกิจสูง
- ได้รับความนิยมสูงเป็นพิเศษจากนักท่องเที่ยวต่างชาติ
เหมาะกับใคร
เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการลงทุนในธุรกิจอาหารที่มีความเสี่ยงต่ำและฐานลูกค้ากว้างขวาง
เปรียบเทียบทั้ง 10 รายการ
| # | รายการ | มูลค่าตลาด | กลุ่มธุรกิจ | ช่วงเวลาข้อมูล |
|---|---|---|---|---|
| 1 | ตลาดกาแฟรวมในประเทศไทย ทะลุระดับ 67,000 ล้านบาท | 67,000 ล้านบาท | อุตสาหกรรมเครื่องดื่มกาแฟ | กันยายน 2569 |
| 2 | ตลาดกาแฟพิเศษ (Specialty Coffee) ครองสัดส่วนเกือบครึ่งหนึ่งของตลาด | 30,000 ล้านบาท | กาแฟพรีเมียมและร้านกาแฟเฉพาะทาง | กันยายน 2569 |
| 3 | คนไทยดื่มกาแฟเฉลี่ย 340 แก้วต่อคนต่อปี | 340 แก้ว/คน/ปี | พฤติกรรมผู้บริโภคเครื่องดื่ม | ปี 2569 |
| 4 | สถิติราคาประมูลเมล็ดกาแฟพิเศษไทย สูงสุดแตะ 33,000 บาทต่อกิโลกรัม | 33,000 บาท/กก. | ผลผลิตกาแฟต้นน้ำและงานประมูล | กันยายน 2569 |
| 5 | ตลาดกาแฟและชาแคปซูล มีมูลค่าทะลุ 10,800 ล้านบาท | 10,800 ล้านบาท | ผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มโฮมบริว (Home Brew) | ปี 2568 (as of กรกฎาคม 2569) |
| 6 | ตลาดธุรกิจบริการอาหารและเครื่องดื่ม แตะระดับ 600,000 ล้านบาท | 600,000 ล้านบาท | บริการอาหารและเครื่องดื่มภาพรวม | เมษายน 2569 |
| 7 | จำนวนร้านอาหารและเครื่องดื่มทั่วไทย ทะลุ 700,000 แห่ง | 700,000 ร้าน | จำนวนสถานประกอบการอาหาร | กันยายน 2569 |
| 8 | การเปิดและปิดกิจการร้านอาหาร เปิดใหม่ 3,263 ราย ยื่นปิด 491 ราย ใน 8 เดือน | เปิด 3,263 / ปิด 491 ราย | สถิติการจดทะเบียนนิติบุคคล F&B | มกราคม – สิงหาคม 2569 |
| 9 | กลุ่มคาเฟ่และบาร์ เติบโตนำโด่งด้วยอัตรา 3.7% ถึง 7.2% | โต 3.7% – 7.2% | เซกเมนต์คาเฟ่ ชา และบาร์ | ปี 2568 - 2569 |
| 10 | ตลาดสตรีทฟู้ดแบบมีหน้าร้าน โตแรงแตะ 266,000 ล้านบาท | 266,000 ล้านบาท | อาหารริมทางแบบมีหน้าร้าน | ปี 2568 |
เลือกแบบไหนดี?
สรุปสั้นๆ ว่าแต่ละรายการเหมาะกับใคร
- ถ้าคุณผู้ที่คิดจะเริ่มต้นเปิดคาเฟ่ใหม่#9กลุ่มคาเฟ่และบาร์ เติบโตนำโด่งด้วยอัตรา 3.7% ถึง 7.2%เพราะเป็นเซกเมนต์ที่มีอัตราการเติบโตเด่นชัดที่สุด และสามารถปรับใช้โมเดลเครื่องดื่มผสมผสานเพื่อเพิ่มยอดขายได้ดีอ่านรายละเอียด
- ถ้าคุณคนรักกาแฟสายจริงจังและบาริสต้า#2ตลาดกาแฟพิเศษ (Specialty Coffee) ครองสัดส่วนเกือบครึ่งหนึ่งของตลาดเพราะแสดงให้เห็นว่าผู้บริโภคไทยเปิดรับกาแฟคุณภาพสูงและพร้อมจ่ายให้กับรสชาติที่พิถีพิถันอ่านรายละเอียด
- ถ้าคุณนักลงทุนที่เน้นความมั่นคงของกระแสเงินสด#10ตลาดสตรีทฟู้ดแบบมีหน้าร้าน โตแรงแตะ 266,000 ล้านบาทเพราะเป็นกลุ่มที่มีมูลค่าตลาดมหาศาลและทนทานต่อความผันผวนทางเศรษฐกิจได้ดีที่สุดอ่านรายละเอียด
- ถ้าคุณผู้ประกอบการที่ต้องการศึกษาความเสี่ยง#8การเปิดและปิดกิจการร้านอาหาร เปิดใหม่ 3,263 ราย ยื่นปิด 491 ราย ใน 8 เดือนเพราะเป็นตัวเลขเตือนสติที่สะท้อนการแข่งขันจริง ช่วยให้วางแผนเงินสำรองหมุนเวียนได้อย่างรอบคอบอ่านรายละเอียด
บทสรุป
จากภาพรวมสถิติทั้ง 10 หัวข้อ ชี้ให้เห็นอย่างชัดเจนว่าตลาดอาหารและคาเฟ่ของไทยในปี 2569 มีทั้งพลวัตของการเติบโตและการคัดกรองที่เข้มข้น ผู้บริโภคมีความรู้และเลือกสรรสิ่งที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์มากขึ้น ขณะที่ผู้ประกอบการจำเป็นต้องปรับตัวตามต้นทุนและพฤติกรรมที่เน้นความคุ้มค่าและเอกลักษณ์เฉพาะตัว การติดตามตัวเลขสถิติเหล่านี้จึงเป็นเข็มทิศชั้นดีในการวางแผนกลยุทธ์และทำความเข้าใจเทรนด์อาหารในอนาคตได้อย่างแม่นยำ
อ่านเพิ่มในหัวข้อไลฟ์สไตล์และสุขภาพ51อาหารและคาเฟ่25
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- 1.Thailand’s THB65 billion coffee market moves towards sustainability · nationthailand.com
- 2.กาแฟไทยโตต่อ ตลาดแตะ 6.7 หมื่นล้าน! คนไทยดื่มเฉลี่ย 1.7 แก้วต่อวัน Specialty โต 15% ร้านนอกแห่บุก จับตา “สงครามราคา” เกมใหม่ของตลาด - Forbes Thailand · forbesthailand.com
- 3.Homegrown coffee is fuelling Thailand’s specialty boom · perfectdailygrind.com
- 4.Thailand Coffee Market | Size, Volume & Trends 2032 · 6wresearch.com
- 5.Thailand Coffee and Tea Capsules Market Size, Share, 2034 · imarcgroup.com
- 6.thairath.co.th
- 7.ค้าปลีก-ร้านอาหารยังเติบโตในปี69? · thaipost.net
- 8.สมรภูมิร้านอาหารไทย 2568 เจาะลึกสถิติร้านเปิดใหม่ ทำไมรอดแค่ 33% และทางรอดด้วยเทคโนโลยี · zoftconnect.co
- 9.โค้งสุดท้ายปี 2569 ธุรกิจร้านอาหารและเครื่องดื่มยังท้าทายจากการแข่งขันสูง คาดทั้งปีมูลค่าตลาดโต 3.9% ชะลอลงจากปีก่อน · kasikornresearch.com
- 10.ธุรกิจค้าปลีก-ร้านอาหารในปี 2569 จะเป็นยังไง? กลุ่มไหนมาแรง กลุ่มไหนเฝ้าระวัง! · thebusinessplus.com
- 11.marketresearch.com
- 12.Thailand Foodservice Market Share, Companies & Trends Report 2026-2032 · kenresearch.com
คำถามที่พบบ่อย
ในปี 2569 คนไทยดื่มกาแฟเฉลี่ยกี่แก้วต่อปี?
คนไทยดื่มกาแฟเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 340 แก้วต่อคนต่อปี โดยเฉพาะกลุ่มที่ดื่มเป็นประจำจะมีค่าเฉลี่ยสูงถึง 1.7 แก้วต่อวัน
ตลาดกาแฟพิเศษ (Specialty Coffee) ในไทยคิดเป็นกี่เปอร์เซ็นต์ของตลาดรวม?
กาแฟพิเศษครองส่วนแบ่งประมาณ 40% ถึง 46% ของมูลค่าตลาดกาแฟรวมในไทย โดยมีมูลค่าตลาดอยู่ที่ราว 30,000 ล้านบาท
มูลค่าตลาดร้านอาหารและเครื่องดื่มในประเทศไทยล่าสุดอยู่ที่เท่าไร?
ตลาดร้านอาหารและเครื่องดื่มในไทยมีมูลค่าแตะ 600,000 ล้านบาทในปี 2569 ขยายตัวประมาณ 2% ถึง 3% จากปีก่อนหน้า
ทำไมร้านสตรีทฟู้ดแบบมีหน้าร้านถึงเติบโตได้ดีกว่าร้านอาหารประเภทอื่น?
เนื่องจากผู้บริโภคให้ความสำคัญกับความคุ้มค่าคุ้มราคาเป็นหลัก ควบคู่ไปกับความสะอาดและสุขอนามัยที่ดี ทำให้สตรีทฟู้ดมีหน้าร้านกลายเป็นตัวเลือกยอดนิยม
อ่านต่อ

อาหาร & คาเฟ่0 วิว
10 ร้านคราฟต์ช็อกโกแลตไทย (Bean-to-Bar) ยอดนิยมปี 2569 สัมผัสเอกลักษณ์รสชาติผลโกโก้แท้จากแหล่งปลูกท้องถิ่น
เจาะลึก 10 แบรนด์และคาเฟ่คราฟต์ช็อกโกแลตสัญชาติไทยแบบ Bean-to-Bar ที่นำเสนอรสชาติเฉพาะตัวของโกโก้จากแหล่งปลูกทั่วประเทศ การันตีด้วยรางวัลระดับโลกและมิติรสชาติสุดประณีต
ในบทความ: PARADAi (ภราดัย) · Kad Kokoa (กาด โกโก้) · Siamaya Chocolate (สยามมายา โชกเกอแลต)

อาหาร & คาเฟ่0 วิว
10 อันดับเชนร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดที่มียอดขายต่อปีสูงที่สุดในโลก อัปเดตสถิติล่าสุดปี 2026
ส่องทำเนียบ 10 ยักษ์ใหญ่เชนอาหารบริการด่วนระดับโลกที่กวาดเม็ดเงินสูงสุด อ้างอิงสถิติยอดขายรวมทั้งระบบทั่วโลกอย่างเป็นทางการล่าสุดปี 2026
ใครคืออันดับ 1? เลื่อนลงไปลุ้นในบทความ

อาหาร & คาเฟ่2 วิว
10 คาเฟ่และเบเกอรี่สไตล์อาร์ทิซาน ย่านเจริญกรุง-ตลาดน้อย ยอดนิยมปี 2569 ปักหมุดมุมถ่ายรูปคลาสสิกริมย่านเมืองเก่า
อัปเดต 10 คาเฟ่และโรงอบเบเกอรี่คราฟต์ย่านเจริญกรุง-ตลาดน้อยปี 2569 สัมผัสขนมอบสูตรประณีต เคล้ากลิ่นอายสถาปัตยกรรมคลาสสิกของย่านชุมชนเมืองเก่าริมแม่น้ำเจ้าพระยา
ในบทความ: Sarnies Sourdough · 965bkk · Mornii Bakery
เสียงจากผู้อ่าน
อยากให้เราจัดอันดับอะไร?
บอกมาได้เลย หัวข้อที่คนขอเยอะที่สุดจะได้เขียนก่อน